พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 32

รินรดาถูกลักพาตัว

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
“ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้สมองกระจายอยู่บนผืนดินสีแดงนี่ ก็วางปืนลงซะ ไอ้ภากร!” เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกระชากมหาศาลที่กระชากร่างเล็กของรินรดาไปปะทะกับแผงอกกำยำของชายแปลกหน้า ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับบางจนผิวขาวซีดของหญิงสาวสั่นสะท้าน ภากรที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวชะงักงัน กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปนตามลำคอและสันกราม สายตาคมดุจเหยี่ยวของเขาในยามนี้ไม่ได้มองไปที่คนล้อมหน้าล้อมหลัง แต่จ้องเขม็งไปยังดวงตาคู่สวยที่กำลังคลอไปด้วยหยาดน้ำใสของรินรดา “มึงกล้าแตะต้องตัวเธอ...” เสียงของภากรต่ำลึก สั่นพร่าไปด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้น “กูจะทำให้มึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ต่อให้ต้องขุดรากถอนโคนพวกมึงทั้งโคตร กูจะทำ” “หุบปาก!” ชายฉกรรจ์ผู้นั้นตะคอกพลางออกแรงรัดคอรินรดาจนเธอหน้าเขียว “วางปืนลงเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ทำ กูจะยิงทิ้งตรงนี้เลย!” ภากรเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้าย นี่หรือคือสิ่งที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด... ผู้หญิงที่ทำให้หัวใจที่ตายด้านของเขาเริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง บัดนี้กลับต้องมาตกเป็นตัวประกันเพราะความประมาทของเขาเอง เขาค่อยๆ โน้มตัวลง วางปืนลูกซองยาวลงบนพื้นดินอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของรินรดา “ริน... สบตากับผม” ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นรินรดาเริ่มหมดสติจากการขาดอากาศหายใจ “อย่าหลับตา ผมอยู่ตรงนี้” รินรดาพยายามฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้ง เธอเห็นความกังวลที่ฉายชัดในแววตาของชายดิบเถื่อนที่เธอเคยเกลียดชัง หัวใจที่เคยหวาดกลัวเริ่มสงบลงเมื่อเห็นว่าภากรไม่ได้มองแค่สถานการณ์ตรงหน้า แต่กำลังคำนวณทิศทางลม ระยะห่าง และตำแหน่งของพวกมันทุกคน “ไอ้ภากร มึงมันก็แค่หมาตัวหนึ่งที่รักเจ้าของ” ชายคนเดิมหัวเราะร่าด้วยความลำพอง “ทีนี้ก็ส่งมอบแผนที่ไร่มาให้เราดีๆ ไม่อย่างนั้น...” ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบ ภากรก็อาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังชะล่าใจ พุ่งตัวเข้าไปหาต้นส้มที่อยู่ใกล้ที่สุดพร้อมกับคว้ากิ่งไม้ขนาดใหญ่เหวี่ยงเข้าใส่ร่างที่ถือปืนอยู่ข้างๆ จนมันเสียหลัก เสียงปืนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนกลับเฉียดหัวไหล่ของภากรไปเพียงแค่มิลลิเมตร กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณไร่ส้มเลือดที่ยามนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อม “ริน! วิ่งไปทางรถ!” ภากรสั่งพลางโถมตัวเข้าใส่ชายที่จับรินรดาไว้ สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนดินฝุ่นคลุ้ง ภากรไม่ได้สนใจความเจ็บปวดที่เกิดจากหมัดของอีกฝ่าย เขารู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องพาเธอออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด รินรดาที่หลุดจากการพันธนาการได้รีบคว้าก้อนหินข้างตัวขว้างใส่ใบหน้าชายคนนั้นจนมันร้องลั่น ภากรอาศัยจังหวะนี้กระชากตัวรินรดามากอดไว้แน่นในอกกว้าง ก่อนจะพากันวิ่งหลบเข้าสู่ดงส้มหนาทึบ เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนไล่หลังดังขึ้นไม่หยุดยั้ง ทั้งคู่หอบหายใจถี่รัวขณะหลบอยู่หลังต้นส้มใหญ่ ภากรสำรวจร่างกายของหญิงสาวอย่างร้อนรน “คุณเจ็บตรงไหนไหม ริน? ตอบผมมา!” “ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบเสียงสั่น พลางใช้มือสั่นๆ แตะที่แก้มของภากรซึ่งมีเลือดซึมออกมา “คุณต่างหากที่เจ็บ” “เรื่องแค่นี้ขี้ผง” ภากรแค่นหัวเราะ แม้สายตาจะดูดุดันแต่สัมผัสที่เขามีต่อเธอนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย “ผมขอโทษที่ปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้คุณได้ขนาดนี้ ผมมันประมาทเอง” “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ...” รินรดามองลึกลงไปในนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของเขา “เราต้องออกจากที่นี่... ไม่ใช่เพราะฉันกลัวตาย แต่เพราะฉันไม่อยากเห็นคุณเป็นอะไรไปเพราะฉัน” ภากรเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะกับใบหน้าของเธอ “ฟังนะริน... ถ้าผมรอดไปได้ ผมจะไม่ให้พวกมันได้เห็นแม้แต่เงาของคุณอีก คุณต้องออกไปจากไร่นี้ ไปในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้... เข้าใจไหม” “ไม่! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” เธอสวนกลับทันควัน “ถ้าจะตาย เราก็ต้องตายด้วยกัน ภากร!” ยังไม่ทันที่ภากรจะได้พูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าของคนหลายสิบคนก็ดังล้อมรอบพวกเขาทั้งสี่ทิศ แสงไฟฉายสว่างวาบขึ้นในความมืดพร้อมกับเสียงหัวเราะของบุคคลที่คุ้นเคย “ซึ้งกันพอหรือยังครับ?” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืดทำให้ภากรถึงกับชะงัก ร่างนั้นคือคนที่ภากรคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ไร่ส้มแห่งนี้ลุกเป็นไฟเมื่อหลายปีก่อน “แกคิดว่าแกจะหนีจากอดีตของแกพ้นจริงๆ เหรอไอ้ภากร?” ภากรขบกรามแน่น กำปั้นทั้งสองข้างของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวจัด เขารู้ดีว่าคราวนี้ไม่ใช่แค่การลักพาตัว แต่มันคือการปิดบัญชีแค้นที่ยาวนานนับสิบปี และในวินาทีที่แสงไฟส่องกระทบใบหน้าของชายผู้นั้น รินรดาก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วของมัน... แหวนวงเดียวกับที่พ่อของเธอเคยสวมก่อนจะหายสาบสูญไปในคืนที่ไร่ถูกยึด ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหัวใจที่หยาบกร้านแต่รักจริงอย่างภากรมาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%