“หยุดทำตัวเป็นคุณหนูตกยากแล้วหยิบตะเกียงมานี่รินรดา พายุจะหอบเอาหลังคาบ้านพังลงมาทับหัวเราอยู่แล้ว!”
เสียงตวาดกร้าวของภากรดังแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่คำรามก้องอยู่เบื้องบน กลิ่นดินเปียกชื้นที่โชยเข้ามาตามช่องหน้าต่างผสมกับกลิ่นสาบป่าดิบชื้นรุนแรงขึ้นทุกขณะ ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของไร่ส้มเลือดกระชากบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ปิดสนิทลงอย่างรุนแรงจนบานพับสั่นสะเทือน เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความปรานีเหลืออยู่เลย
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงบัดนี้คลอไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดกลัวและโกรธเคือง เธอไม่เคยคิดเลยว่าการหนีตายจากความมืดมิดในเมืองหลวง จะต้องมาติดอยู่ในบ้านพักคนงานซอมซ่อกับผู้ชายที่พร้อมจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่ออย่างเขา
“ฉันทำแล้ว! แต่ตะเกียงมันไม่มีน้ำมัน!” เธอตะโกนโต้กลับ เสียงสั่นเครือแต่ยังแฝงความดื้อรั้น
ภากรสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้ามาหา ห่างเพียงคืบ กลิ่นกายของชายหนุ่มที่อาบเหงื่อและกลิ่นส้มสดหอมฉุนปะทะจมูกเธออย่างจัง เขากระชากตะเกียงจากมือเธอแล้วเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะฉวยข้อมือเล็กแน่นจนเธออุทานออกมา
“ไร้ประโยชน์เหมือนความพยายามของเธอไม่มีผิด” ภากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ “อยากรอดไหม? ถ้าอยากรอดก็ไปนั่งที่มุมห้องนั่น อย่าสะเออะออกมาให้ฉันเห็นจนกว่าพายุจะสงบ ไม่อย่างนั้นฉันจะจับเธอทำเมียให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ต้องมีแรงมาเถียงคำไม่ตกฟากใส่ฉันอีก!”
“คุณมันป่าเถื่อน!”
“เพิ่งรู้หรือไง?” ภากรเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าสวยหวานที่ซีดเผือดด้วยความสะใจระคนปรารถนา “หรือว่าที่พยายามยั่วโมโหกันทุกวันนี้ จริงๆ แล้วเธอก็แค่รอกินผมให้ถึงเนื้อถึงตัวกันแน่?”
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดลงใกล้ตัวบ้านจนแสงสว่างวาบฉาบทาไปทั่วห้อง รินรดาผวาเข้ากอดตัวเองแน่น แรงลมที่กรรโชกอยู่ภายนอกทำให้โครงสร้างไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียว ภากรเห็นท่าทางนั้นแล้วความโกรธที่พุ่งพล่านในอกกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เขาก็ไม่สามารถนิยามได้ เขาเดินเข้าไปหาแล้วผลักรินรดาจนหลังกระแทกกับผนังบ้านที่เย็นเฉียบ
“กลัวจนตัวสั่นเลยเหรอคนสวย?” เขาขยับกายเข้าใกล้จนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง มือหนาหยาบกร้านเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้เธอสบตา “ไหนบอกว่าไม่กลัวตายไง? ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นอ่อนปวกเปียก”
รินรดาหอบหายใจถี่ เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกจากร่างกายกำยำของชายตรงหน้า หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ “ฉันเกลียดคุณ… ภากร”
“เกลียดมากก็ยิ่งจำแม่น” ภากรโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งแทบแตะแก้มใส “แต่คืนนี้ พายุพัดแรงจนแม้แต่พระเจ้ายังมองไม่เห็นเรา… เธอจะเกลียดผมยังไงก็ช่าง แต่ในบ้านหลังนี้ กฎของผมคือประกาศิต”
เขาลดมือลงไปโอบเอวคอดกิ่วแล้วรั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท รินรดาพยายามดิ้นหนีแต่แรงมหาศาลของคนไร่ส้มทำให้เธอเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน ภากรไม่ได้เพียงแค่กักขัง แต่เขากำลังสำรวจเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่กำลังลุกลามท่ามกลางความมืดมิด มือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้นเพราะฝนที่สาดเข้ามาจนแนบเนื้อ
“อย่า… ภากร… ปล่อยนะ!”
“ไม่ปล่อย” เขาตอบเสียงแหบพร่า ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงบนซอกคอขาวเนียนของเธออย่างถือสิทธิ์ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้อารมณ์ดิบห่ามที่ถูกกดไว้พุ่งทะยาน “ในไร่นี้ไม่มีใครช่วยเธอได้ และต่อให้เธอร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด คืนนี้เธอก็ต้องเป็นของผม… เพราะความดื้อรั้นของเธอนั่นแหละที่ทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป”
มือของภากรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของรินรดาอย่างชำนาญและรวดเร็ว หญิงสาวหวีดร้องในลำคอด้วยความตื่นตระหนก ทว่าในขณะที่เสื้อผ้ากำลังจะหลุดร่วงจากไหล่บาง เสียงโครมครามขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกบ้าน ตามด้วยเสียงประตูด้านหน้าถูกพังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ภากรชะงักกึก เขาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังทันที เขากระชากปืนลูกซองที่แขวนไว้ข้างผนังลงมาถือไว้ในมือมั่น ก่อนจะหันไปทางประตูที่ถูกพายุซัดจนเกือบพังทลาย
ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดกันฝนสีดำที่เปียกโชกโผล่พ้นเงามืดเข้ามาในห้อง เขาถือมีดเดินป่าเล่มยาวในมือ และสิ่งที่ทำให้ภากรต้องขมวดคิ้วแน่นคือรอยสักรูปงูพิษที่ต้นคอของชายคนนั้น
“มาทำไมถึงนี่… ไอ้เดช?” ภากรคำรามถาม น้ำเสียงเย็นเยียบถึงกระดูก
ชายที่ชื่อเดชแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น “นายหญิงใหญ่ส่งฉันมาเก็บกวาดงานที่แกทำพลาด ภากร… และคนคนนี้” เขากวาดสายตามาที่รินรดาด้วยความหิวกระหาย “คือตัวประกันที่จะทำให้แกต้องคุกเข่าลงแทบเท้าพวกเรา!”
ภากรลดปืนลงเล็กน้อยแต่สายตาจ้องเขม็งไปที่รินรดา ก่อนจะหันไปสบตากับเดชด้วยความดุดันที่พร้อมจะฆ่าฟัน “ถ้าอยากได้ตัวเธอ ก็ข้ามศพฉันไปก่อน… แต่จำไว้ว่าคืนนี้ ไม่มีใครได้ออกจากไร่นี้ไปทั้งเป็น”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาของชายอีกหลายคนเริ่มกรูเข้ามาในห้อง ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำจนบ้านสั่นคลอน ชีวิตของเธอและผู้ชายที่เธอเกลียดชังกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกินกว่าใครจะคาดเดา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันป่าเถื่อนและเร่าร้อนของผมนะครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 4
รอยร้าวในพายุ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!