"วางปืนลงซะ ถ้าไม่อยากให้ไร่ส้มของผมเปื้อนเลือดพวกคุณไปมากกว่านี้"
เสียงทุ้มต่ำของภากรไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แม้ปากกระบอกปืนลูกซองยาวจะจ่ออยู่ที่ขมับขวาของเขา ชายร่างยักษ์ผู้บุกรุกแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะถ่มน้ำลายลงบนพื้นดินแห้งผากของไร่ส้มเลือด
"ปากดีนักนะไอ้ภากร... แกคิดว่าผู้หญิงหน้าโง่ที่ยืนสั่นเป็นลูกนกอยู่นี่ จะช่วยให้แกพ้นจากความซวยครั้งนี้ได้งั้นเหรอ?"
ภากรปรายตามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังเขา ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดเหมือนคนไร้เลือด ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตาคมกริบกับไอ้พวกอันธพาลด้วยแววตาที่เย้ยหยันเสียจนพวกมันโกรธจัด
"ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ภาระที่ผมต้องแบกรับไว้ชั่วคราว" ภากรกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าบาดลึกเข้าถึงกระดูกดำ "จะยิงเขาทิ้ง หรือจะฆ่าผม ก็รีบทำซะ อย่าให้เสียเวลาทำมาหากินของผมไปมากกว่านี้"
สิ้นคำพูดนั้น ภากรกลับเป็นฝ่ายพุ่งตัวเข้าไปปัดลำกล้องปืนอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นก้องไร่ส้ม ทว่ากระสุนกลับพลาดเป้าไปเจาะเข้าที่ต้นส้มอายุสิบปีจนกิ่งก้านหักสะบั้น ภากรใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ขมับของคนถือปืนจนมันล้มคว่ำ ก่อนจะตามด้วยหมัดหนักๆ เข้าที่ท้องจนพวกมันอีกสองคนต้องถอยกรูด ทิ้งท้ายไว้ด้วยคำขู่ก่อนจะพากันเตลิดหายไปในความมืดของสวนส้ม
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภากรสบถอย่างหัวเสียก่อนจะโยนปืนยาวลงบนกองดิน เขาหันมามองรินรดาที่ยืนทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
"สมเพชตัวเองให้พอนะรินรดา" ภากรเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการต่อสู้ทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องถอยกรูด "ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหนี้ ก็อย่าทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องเสียกระสุนฟรีๆ"
"ฉันไม่ได้อยากให้คุณมาปกป้อง..." เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าดื้อรั้น
ภากรหัวเราะในลำคอ พลางโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดใบหน้าของเธอ "ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะแม่คุณ พรุ่งนี้ตอนตีห้า ถ้าเธอยังไม่ไปยืนถือตะกร้าอยู่ในสวนส้ม ผมจะถือว่าสัญญาเราเป็นโมฆะ แล้วจะส่งตัวเธอคืนเจ้าหนี้คนเดิมให้มันเอาไปขายในที่ที่เธออาจจะชอบมากกว่านี้... ที่ที่คนอย่างเธอไม่ต้องมาทำตัวสำอางในไร่ของผม"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สายตาของเขามันช่างเย็นชาและเหยียดหยามจนเธอเจ็บจี๊ดที่อกข้างซ้าย เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "คุณคิดว่าฉันทำไม่ได้ใช่ไหม?"
"ผมไม่ได้คิด แต่ผม 'มั่นใจ' ว่าคนอย่างเธอ... ไม่เกินครึ่งวันก็คงเป็นลมพับ หรือไม่ก็ร้องไห้ขอกลับบ้านไปซบอกพ่อเธอเหมือนเดิม" ภากรเหยียดยิ้มร้าย "ไปอาบน้ำซะ ร่างกายเธอตอนนี้มันดูไม่น่าใช้งานเท่าไหร่"
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสีทองยังไม่ทันจับขอบฟ้า รินรดาก็มายืนรออยู่หน้าเรือนพักไม้สักด้วยชุดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมงและเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ที่เธอพอจะหาได้ มือบางถือตะกร้าหวายใบโตที่ดูจะใหญ่เกินตัวเธอไปมาก
ภากรเดินออกมาในสภาพเสื้อยืดสีซีดที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการทำงานมาตั้งแต่เช้ามืด เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาปรามาสไว้ว่าคงจะนอนตื่นสาย
"ดูเหมือนคุณจะตื่นเต้นกับงานใหม่มากนะ" ภากรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาสำรวจร่างระหงที่ดูฝืนทนยืนหลังตรง
"ฉันไม่ได้ตื่นเต้น แต่ฉันต้องการพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าคนอย่างฉันไม่ได้มีดีแค่หน้าตา และไม่ได้เป็นภาระที่คุณจะต้องคอยดูถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ภากรไม่ได้ตอบโต้ เขาเดินนำเธอไปยังส่วนลึกของไร่ส้มที่ผลผลิตกำลังสุกงอม สีส้มเข้มจนเกือบแดงตัดกับใบสีเขียวจัดในยามเช้า
"เก็บเฉพาะลูกที่ผิวเนียน ไม่มีรอยแมลง และขั้วต้องติดมาด้วย ถ้าทำช้ำแม้แต่ลูกเดียว เธอจะไม่ได้พักจนกว่าจะตะวันตกดิน เข้าใจไหม?"
รินรดากัดฟันรับคำ สองมือบางเริ่มคว้าลูกส้มอย่างตั้งใจ ทว่าความแข็งกระด้างของผิวส้มและหนามแหลมคมของกิ่งไม้เริ่มฝากรอยแผลไว้บนหลังมือเนียนของเธอ หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นดิน กลิ่นน้ำมันจากเปลือกส้มผสมกับกลิ่นไอของดินชื้นๆ อบอวลไปทั่ว
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไป... แดดจัดที่แผดเผาเริ่มทำให้หญิงสาวเริ่มโซเซ ร่างกายของเธอที่ไม่เคยผ่านงานหนักมาก่อนเริ่มประท้วง ความร้อนจากไอแดดทำให้ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำ หยาดเหงื่อไหลซึมผ่านไรผมลงมาถึงคอเสื้อ ทว่ารินรดากลับไม่ยอมเอ่ยปากขอพักแม้แต่คำเดียว
ภากรที่คอยเฝ้ามองจากระยะไกลด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เขาขบกรามแน่น ความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในใจมันกำลังตีรวนกับความโกรธแค้นในอดีตที่เขาพยายามยึดเหนี่ยวไว้
"พอได้แล้ว" ภากรเดินเข้ามาประชิดตัวเขาคว้าตะกร้าจากมือเธอมาวางลงพื้นอย่างแรงจนลูกส้มกลิ้งหลุนๆ ออกมา "เธอจะอวดดีไปถึงไหนรินรดา ดูมือตัวเองสิ!"
เขาคว้าข้อมือเล็กที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนของหนามส้มขึ้นมาดู รินรดาสะบัดตัวออกด้วยแรงทั้งหมดที่มีแม้จะอ่อนล้าเต็มที
"ฉัน... ยังเก็บไม่เสร็จ" เธอยืนหยัดด้วยขาที่สั่นเทา
"ผมบอกให้หยุด!" เขาตวาดเสียงลั่นไร่ ก่อนจะกระชากแขนเธอเข้ามาใกล้จนร่างของเธอปะทะเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นส้มจางๆ บนตัวเธอผสมกับกลิ่นกายดิบห่ามของเขาทำเอาสติสัมปชัญญะของทั้งคู่สั่นคลอน
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ภากร? จะให้ฉันทำงานจนตาย หรือจะให้ฉันทำตัวเป็นของเล่นให้คุณดูถูกเล่นไปวันๆ?"
ภากรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มือหนาที่เกาะกุมแขนเธอเปลี่ยนเป็นบีบเบาๆ ทว่าหนักแน่น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความกระหายที่รินรดาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
"ผมต้องการให้เธอรู้ว่าที่นี่... ไม่มีที่ยืนสำหรับความอ่อนแอ" เขาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "และผมก็อยากรู้ว่า... ความดื้อดึงของคุณ มันจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนดังขึ้นจากแนวพุ่มส้มด้านหลัง พวกเขาหันไปตามเสียงพร้อมกัน ภาพตรงหน้าทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางไร่ส้มที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศโดยสิ้นเชิง
ชายคนนั้นขยับยิ้มที่มุมปากพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
"ผมไม่คิดว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่นะ... รินรดา... ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า 'ฆาตกร' แห่งไร่ส้มเลือดคนนี้"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางเข้าสู่ไร่ส้มเลือดไปกับผมนะครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 3
คำดูถูกที่บาดลึก
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!