พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 2

กลิ่นส้มและกรงขัง

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"มาได้ทันเวลาพอดีเลยนะ... รอนานจนนึกว่าแกจะหนีไปซุกหัวอยู่ที่ไหนเสียอีก" ประโยคนั้นไม่ได้มาจากปากของภากร แต่มันพุ่งออกมาจากเงามืดหลังตู้เอกสารเหล็กเก่าๆ ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบฉุนกึกและกลิ่นไอของเปลือกส้มที่ถูกบดขยี้ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือเรียวบางของเธอสั่นระริกจนต้องกำสายกระเป๋าเดินทางแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนสี เธอไม่ได้เตรียมใจมาพบกับ 'ตัวจริง' ของคนที่เธอต้องมาใช้หนี้ชีวิตให้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบไร่ ภากรนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ประดู่แผ่นใหญ่ ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีซีดที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นจนเห็นรอยสักรูปกรงเล็บพาดผ่านท่อนแขนแกร่ง เขากำลังหมุนมีดพกในมือเล่นอย่างเชื่องช้า เสียงโลหะกระทบปลายนิ้วดัง กริ๊ก... กริ๊ก... จังหวะของมันช่างบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งละทิ้งชีวิตสุขสบายในเมืองกรุงมา "ฉันไม่ได้หนี" เสียงของรินรดาแผ่วเบาแต่พยายามดัดให้มั่นคงที่สุด "และฉันก็ไม่ใช่ 'แก' ของใคร" ภากรหยุดมือที่หมุนมีด เขาสบตาเธอด้วยนัยน์ตาสีเข้มที่ดูเหมือนหมาป่าหิวโซที่ไม่ได้กินเหยื่อมานานนับปี มุมปากของเขากระตุกยิ้มหยัน แต่ไม่มีความอ่อนโยนในรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย "ปากเก่งดีนี่... หวังว่าตอนทำงานจะเก่งเหมือนปากนะ" เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้ห้องทั้งห้องดูเล็กลงถนัดตา "ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาวที่จะให้คุณมานอนนิ่งๆ รอคนรับใช้มาปูเตียงให้ สิ่งที่คุณเห็นในไร่นี้ คือความจริงที่ว่า ต่อให้คุณเคยสูงส่งมาจากไหน เมื่อก้าวเข้ามาที่นี่... คุณก็เป็นแค่ลูกจ้างชั้นต่ำที่ต้องทำทุกอย่างที่ผมสั่ง" เขาก้าวผ่านโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่กดทับจนรินรดาหายใจไม่ออก กลิ่นกายของเขา—กลิ่นเหงื่อ กลิ่นดิน และกลิ่นเข้มข้นของส้มพันธุ์พื้นเมืองที่เขารัก—มันกระแทกเข้าที่จมูกเธออย่างจัง จนรินรดาเผลอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้หนา "ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานใช้หนี้ ไม่ได้มาเพื่อให้คุณมาดูถูก" เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ภายในจะสั่นไหวจนแทบยืนไม่อยู่ ภากรหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างเพียงไม่กี่คืบ เขาก้มลงมาจนลมหายใจร้อนๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง ไม่ใช่ด้วยสายตาชื่นชมในความงาม แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินราคาเหยื่อ "ทำงานใช้หนี้?" เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะปลายคางของเธอด้วยปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากงานไร่ "คุณยังไม่รู้อะไรหรอก รินรดา... หนี้ของคุณไม่ได้จ่ายด้วยเงิน แต่มันจ่ายด้วยเหงื่อ ด้วยเลือด และบางที... อาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ถ้าคุณทำให้ผมพอใจได้มากพอ" "คุณหมายความว่ายังไง" เธอพยายามสะบัดคางหนี แต่เขากลับยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ให้แรงจนเจ็บ แต่แน่นจนขยับไม่ได้ "หมายความว่าที่นี่คือกรงขังของคุณ" เขาโน้มลงมาจนริมฝีปากแทบจะแตะกับใบหูของเธอ "และในกรงนี้... ผมคือพระเจ้า คุณต้องกินนอน ทำงาน และหายใจภายใต้คำสั่งของผมเท่านั้น ถ้าผมบอกให้คุณไปเก็บส้มที่ท้ายไร่ท่ามกลางแดดเปรี้ยง คุณก็ต้องไป ถ้าผมบอกให้คุณก้มลง... คุณก็ห้ามถามว่าทำไม" รินรดารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วใบหน้า ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย แต่ลึกๆ ในใจที่เธอไม่อยากยอมรับ ความใกล้ชิดที่บีบคั้นนี่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด กลิ่นส้มที่อบอวลอยู่รอบตัวเขามันช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน ภากรปล่อยคางเธอออกอย่างแรงจนเธอเสียหลักเซไปข้างหลัง เขาหันไปคว้าขวดเหล้าสีอำพันบนโต๊ะ รินใส่แก้วแล้วกระดกจนหมดในรอยเดียว ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกติจนเกิดเสียงดัง "ไปที่เรือนพักท้ายไร่ เก็บข้าวของซะ แล้วไปรายงานตัวกับไอ้จ่อยที่โรงคัดส้ม ถ้าภายในห้านาทีคุณยังไม่เห็นหัวผมที่นั่น อย่าหาว่าผมใจร้ายที่ไม่ให้ข้าวเย็นคุณกิน" รินรดามองดูคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความดิบเถื่อนของเขามันต่างจากผู้ชายคนไหนที่เธอเคยเจอ เขาไม่มีคำพูดหวานหู ไม่มีมารยาททางสังคม มีเพียงความจริงใจที่น่ากลัวว่าเขาอาจจะทำลายเธอได้จริงๆ หากเธอขัดคำสั่ง เธอหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่แล้วเธอก็ชะงักเมื่อเห็นบางอย่างบนโต๊ะทำงานของเขา ใต้กองเอกสารสัญญาที่เธอกำลังจะต้องเซ็น มีรูปถ่ายใบหนึ่งโผล่ออกมาเล็กน้อย มันเป็นรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยสง่า แต่ถูกใครบางคนใช้มีดกรีดลงบนรูปจนขาดวิ่นที่บริเวณลำคอ รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเผลอหยิบมันขึ้นมาโดยไม่ทันคิด "วางลง" เสียงของภากรเย็นเยียบลงถนัดตา เขาก้าวมาถึงตัวเธอเร็วยิ่งกว่าเสือ สองมือแกร่งกระชากไหล่เธอกลับมาจนร่างของเธอปะทะกับแผงอกหนาของเขาอีกครั้ง ภากรแย่งรูปถ่ายนั้นไปจากมือเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเกรี้ยวกราดรุนแรง มือข้างหนึ่งบีบต้นแขนเธอแน่นจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ "ใครอนุญาตให้คุณยุ่งกับของของผม!" เขาตวาดเสียงต่ำ กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศดูจะเบาบางลง รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้ายนั้น ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงของไอ้จ่อยที่ร้องตะโกนเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ลูกพี่ครับ! เกิดเรื่องแล้ว! มีคนบุกเข้ามาในไร่... พวกมันถืออาวุธมาด้วย แล้วเหมือนจะรู้ด้วยว่าคุณหนูคนนี้อยู่ที่ไหน!" ภากรชะงักไปทันที แววตาที่เคยจ้องจะกินเลือดกินเนื้อรินรดาเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังถึงขีดสุด เขาผลักเธอไปไว้ข้างหลังตัวเขาโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะคว้าปืนพกข้างเอวออกมาปลดเซฟตี้ด้วยความชำนาญ "อยู่นิ่งๆ หลังผม" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป มันมีความเคร่งขรึมและปกป้องอย่างแปลกประหลาด "ถ้าไม่อยากตาย... อย่าส่งเสียงเด็ดขาด" รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งสาปแช่งในใจไปเมื่อครู่ ตอนนี้เขากลายเป็นปราการเดียวที่ขวางกั้นระหว่างเธอกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงก็ถูกถีบจนพังกระจุย! คนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งกรูเข้ามา พร้อมกับลำกล้องปืนที่เล็งตรงมาที่ภากร... และตัวเธอ หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของรินรดานะครับ ขอบคุณที่ติดตามงานของธานินทร์แดนเถื่อนครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%