"กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับความหน้าด้านของเธอ"
เสียงห้าวทุ้มของภากรดังก้องอยู่ในห้องทำงานกว้าง ที่ตอนนี้กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ยืนเชิดหน้าอยู่ตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ภากร... คุณเปลี่ยนไปมากนะ ตั้งแต่มาขลุกอยู่กับไร่บ้านนอกนี่" 'แพรวา' เอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลปนไปกับกลิ่นดินกลิ่นส้มในห้องทำงานทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน
ภากรแค่นหัวเราะในลำคอพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่กำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูน่าเกรงขาม "ไร่บ้านนอกที่ทำให้ฉันลืมวิธีที่จะเป็นควายให้ผู้หญิงอย่างเธอจูงจมูกได้น่ะเหรอ ใช่... ฉันเปลี่ยนไปมาก และฉันก็ชอบตัวเองในตอนนี้มากกว่าตอนที่โง่งมงายให้เธอปอกลอก"
แพรวาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มหวานหยาดเยิ้ม มือเรียวบางเอื้อมไปแตะไหล่หนาของเขา แต่นั่นกลับทำให้ภากรปัดออกอย่างไม่ใยดีจนเธอเกือบเซ
"รินรดาอยู่ไหนล่ะ... ฉันได้ยินมาว่าเธอสวยเชียว เป็นถึงคุณหนูตกอับที่ต้องมาขายแรงงานให้คนใจร้ายอย่างคุณ" แพรวาเอ่ยพลางเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาของเธอส่อแววริษยาอย่างปิดไม่มิด
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูห้อง รินรดาที่กำลังถือถาดกาแฟเข้ามาหยุดชะงักลง ฝีเท้าของเธอเบาหวิวราวกับลอยอยู่เหนือพื้นดิน เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากหญิงสาวแปลกหน้าบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในใจเมื่อครู่นี้พลันสลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เธอไม่ได้เดินเข้าไป แต่ตัดสินใจยืนนิ่งฟังอยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย
"เธอไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของเรา" ภากรตอบเสียงเย็น "และถ้าเธอฉลาดพอ ก็ควรจะรีบไสหัวออกไปจากไร่ของฉัน ก่อนที่คนงานของฉันจะจำได้ว่าผู้หญิงที่เคยโกงเงินไร่ไปเมื่อสามปีก่อนคือใคร"
"สามปีแล้วนะภากร คนเรามันก็ต้องมีพลาดกันบ้าง แต่ที่ฉันมาวันนี้ เพราะฉันคิดถึง..."
"หยุด!" ภากรกระแทกเสียงหนัก เขาเดินก้าวไปหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "อย่าใช้คำว่า 'คิดถึง' ให้ค่ามันต่ำลงไปกว่าเดิมเลย แพรวา ความรักของฉันมันตายไปตั้งแต่วันที่ฉันเห็นเธอเดินขึ้นรถไปกับผู้ชายคนอื่นในวันที่ฉันล้มละลายที่สุด"
รินรดาที่แอบฟังอยู่กำถาดในมือแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความสับสน ความรู้สึกขมปร่าแล่นขึ้นมาที่ลำคอ เธอรู้ดีว่าภากรมีอดีต แต่การได้ยินมันด้วยหูตัวเองแบบนี้กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดลงบนหัวใจ
ทันใดนั้นเอง แพรวาก็โพล่งขึ้นมาด้วยเสียงที่ดังขึ้น "งั้นถ้าฉันบอกว่าฉันกลับมาเพราะ 'ข้อเสนอ' ที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้ล่ะ? ถ้าฉันมีหลักฐานที่ยืนยันว่าไร่ส้มเลือดแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นของคนอื่นภายในอาทิตย์หน้า เพราะหนี้ที่พ่อของคุณกู้ไว้ล่ะ!"
ภากรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น "เธอว่ายังไงนะ?"
"ฉันมีสัญญาหนี้ฉบับนั้นอยู่ในมือ ภากร... และถ้าคุณอยากให้รินรดาปลอดภัย หรืออยากรักษาไร่นี้ไว้ คุณคงรู้นะว่าต้องแลกด้วยอะไร"
รินรดาตัดสินใจผลักประตูเข้าไป เธอไม่อาจทนฟังต่อได้อีกแล้ว ดวงตาคู่สวยสั่นไหวแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอวางถาดกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง 'เคร้ง' ก่อนจะสบตากับผู้บุกรุกหน้าเก่าด้วยสายตาที่สงบนิ่งจนน่ากลัว
"ถ้าจะมาทวงหนี้ ก็ไปคุยที่สำนักงานบัญชีนะคะคุณแพรวา" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ "ที่นี่เป็นห้องทำงานของเจ้าของไร่ ไม่ใช่ตลาดนัดให้ใครมาเที่ยวข่มขู่กันได้ง่ายๆ"
แพรวาหันมามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหยามเหยียด "โอ้... นี่น่ะเหรอเด็กรับใช้คนใหม่ สวยเหมือนกันนี่... แต่น่าเสียดาย ที่ดูจะไม่มีปัญญาหาเงินมาช่วยผู้ชายของเธอได้หรอก"
ภากรขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินเข้าไปคั่นกลางระหว่างหญิงสาวทั้งสอง ดวงตาของเขาดุดันราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
"ฉันบอกให้เธอออกไป" ภากรชี้ไปที่ประตู "แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธอที่นี่อีก ไม่ว่าจะเป็นในฐานะอะไรก็ตาม"
แพรวายิ้มเยาะ เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะขยิบตาให้ภากร "เอาไว้คุณหายหัวร้อนแล้วค่อยมาอ่านมันดูนะภากร แล้วคุณจะรู้ว่า... คุณไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอก"
เธอก้าวฉับๆ ออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดามองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปจะหยิบมันขึ้นมา แต่ถูกมือหนาของภากรคว้าข้อมือไว้เสียก่อน
"อย่าแตะมัน" ภากรเอ่ยเสียงต่ำ สายตาของเขามองไปที่ซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา
"เกิดอะไรขึ้นคะภากร..." รินรดาถามเสียงสั่น แม้จะพยายามเข้มแข็งเพียงใด แต่ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจเธอ
ภากรไม่ตอบ เขาหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาแล้วเดินไปที่เครื่องทำลายเอกสาร ทว่าก่อนที่จะใส่เข้าไป เขากลับชะงักลงเมื่อเห็นชื่อผู้ถือครองหนี้ที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษที่เขาลองคลี่ดูเพียงแวบเดียว
"พระเจ้า..." ภากรพึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของภากรก็ดังขึ้นบนโต๊ะ เขาคว้ามันขึ้นมารับด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะฟังคำพูดปลายสายเพียงประโยคเดียวที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน
"ภากร... แย่แล้ว ที่ดินผืนหลักของไร่ส้มถูกอายัด... และตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาที่โรงคัดบรรจุ พวกเขาบอกว่าพวกเขาเป็นเจ้าของใหม่ของไร่นี้!"
ชีวิตที่เขาสร้างมากับมือ... กำลังจะมลายหายไปในพริบตาเดียวจริงๆ หรือ?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของภากรและรินรดานะครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 8
ผู้บุกรุกหน้าเก่า
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!