พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 39

อนาคตที่รออยู่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
“ถ้าคุณยังมัวแต่ดึงกระดุมเสื้อเชิ้ตผมจนกระดุมจะกระเด็นหลุดไปถึงหน้าเรือน ผมคงต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดเกราะแทนชุดสูทแล้วล่ะรินรดา” ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่า มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมมาค่อนชีวิตคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวเอาไว้ แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวในยามปกติ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดูและแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ รินรดาในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายแต่ส่งเสริมให้รูปร่างอรชรดูงดงามราวกับเทพธิดาหันมาค้อนขวับใส่เขา “ก็คุณนั่นแหละที่ทำตัวน่าโมโห! จะแต่งงานอยู่แล้วยังทำหน้าบึ้งเหมือนคนไปขุดส้มที่เน่าเสียทิ้งมาทั้งสวน ใครเขาจะไปรู้ว่าคุณตื่นเต้นหรือคุณกำลังจะไปออกรบกันแน่คะ” “ผมไม่เคยตื่นเต้นเรื่องงานพิธีรีตอง แต่ผมตื่นเต้นที่รู้ว่าหลังจากคืนนี้ไป คุณจะหนีไปไหนไม่ได้อีกตลอดกาลต่างหาก” ภากรดึงตัวรินรดาเข้ามากอดแนบแน่น ไออุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้ามาถึงเธอ กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ และส้มสดในไร่ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ใจของรินรดาสั่นไหว เขาไม่เพียงแต่เป็นเจ้านายผู้ดิบห่ามที่เคยข่มเหงเธอ แต่เขากลายเป็นลมหายใจ เป็นที่พักพิง และเป็นคนที่เธอพร้อมจะมอบทั้งชีวิตให้ บรรยากาศกลางไร่ส้มในช่วงโพล้เพล้ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย ไฟประดับดวงเล็กๆ ร้อยเรียงใต้ต้นส้มที่ห้อยผลสีส้มจัดจ้านประหนึ่งงานฉลองท่ามกลางธรรมชาติ เสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบาจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านผสมผสานกับเสียงลมพัดใบส้มเสียดสีกันเป็นท่วงทำนองที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของชายที่ชื่อภากร พิธีเล็กๆ จัดขึ้นต่อหน้าคนงานที่ภากรเปรียบเสมือนครอบครัว รินรดามองดูใบหน้ากร้านโลกของชายตรงหน้าผ่านแสงเทียนที่วับแวม เขาดูหล่อเหลาและอบอุ่นจนเธอแทบลืมเลือนความเจ็บปวดในอดีตไปจนหมดสิ้น เมื่อพิธีการสิ้นสุดลง ความเงียบงันเริ่มปกคลุมในเรือนไม้หลังใหญ่ที่ภากรจัดเตรียมไว้เป็นเรือนหอ ทันทีที่บานประตูไม้สักปิดลง ภากรก็ไม่รอช้าที่จะลดกำแพงแห่งความสุภาพที่เขาพยายามรักษามาตลอดทั้งวันลง ร่างหนาโถมเข้าหากายบางทันทีที่แผ่นหลังของเธอสัมผัสกับผนังห้อง มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดผ่านรอยแยกของชุดเดรส ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงกับลำคอระหง กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้สัญชาตญาณดิบในตัวเขาตื่นเต็มที่ “ผมรอเวลานี้มานานเกินไปแล้ว รินรดา” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังข้างใบหู ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ รินรดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนแกร่ง ภากรช้อนตัวเธอขึ้นด้วยวงแขนเดียวแล้วพาไปที่เตียงกว้าง เขาถอดชุดเจ้าสาวออกอย่างประณีตราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำ แต่เมื่อเปลือยเปล่าต่อหน้ากันและกัน ความปราณีนั้นก็มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ร้อนแรงดั่งไฟที่ไม่มีวันมอด รสจูบของเขาหนักแน่น รุกเร้า และตักตวงความหวานอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านริมฝีปากนุ่มนิ่มสำรวจทุกตารางนิ้วในโพรงปาก เขาสัมผัสเธอด้วยความโหยหา มือหนาบีบเค้นสัดส่วนโค้งเว้าของเธอจนขึ้นรอยแดง รินรดาส่งเสียงครางอือในลำคอด้วยความสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสที่จุดอ่อนไหวถูกปลุกเร้าจนร้อนรุ่ม ความเป็นชายของเขาที่ขยายใหญ่แข็งขืนกดดันอยู่ที่หน้าขาของเธอ ร้องเรียกหาทางออกอย่างบ้าคลั่ง ภากรแทรกกายเข้าหาความนุ่มนุ่มนั้นด้วยจังหวะที่หนักหน่วงแต่แฝงด้วยความทะนุถนอมในแบบฉบับของเขา บทรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนในไร่ส้มดำเนินไปอย่างดุเดือดและเร่าร้อน ทุกสัมผัสที่ประสานกันคือการยืนยันถึงการเป็นเจ้าของ ร่างสองร่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะเดียวกัน ทุกจังหวะรักเปรียบเสมือนการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตของคนทั้งสองจนถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ที่พรั่งพรูออกมา เมื่อลมหายใจของทั้งคู่กลับมาเป็นจังหวะปกติ ภากรกระชับกอดรินรดาแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายไป เขาจูบหน้าผากของเธอแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุดในชีวิต “จากวันนี้ไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าความลับไหนที่ซ่อนอยู่ในอดีตของผมจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา... คุณต้องสัญญาว่าจะไม่จากผมไปไหนเด็ดขาด” รินรดายิ้มรับ แม้จะรู้สึกถึงความกังวลบางอย่างในน้ำเสียงของเขา แต่เธอก็พยักหน้าตกลง ทว่าในวินาทีที่แสงจันทร์สะท้อนใบหน้าของภากร รินรดาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติที่หน้าต่างห้องนอนเงาสีดำตะคุ่มของชายคนหนึ่งยืนจ้องมองมายังเตียงนอนของพวกเขาพร้อมกับแสงวับวาวของปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้ามาจากความมืดมิดภายนอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งเริ่มย่ำเข้ามาในตัวไร่ส้ม รินรดารู้สึกได้ถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง ภากรเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ติดตั้งไว้รอบไร่ดังขึ้นเป็นจังหวะที่เขาไม่เคยอยากได้ยินมากที่สุดในชีวิต “มันมาถึงที่นี่จนได้... ไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าบุกมาในคืนนี้” ภากรคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาลุกจากเตียงคว้าปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอนทันที โดยไม่ได้หันกลับมามองเธอ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความรักที่ร้อนแรงท่ามกลางไร่ส้มมาจนถึงตอนสุดท้ายนะครับ ธานินทร์แดนเถื่อน
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%