พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 40

รักดิบเถื่อนแต่ยั่งยืน

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"ลงไปหมอบข้างใต้เตียง เดี๋ยวนี้รินรดา!" เสียงคำรามของภากรดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระชากสไลด์ปืนที่ดังก้องไปทั่วห้องนอน เขาไม่ได้หันมามองผมของนางเอกที่ยุ่งเหยิง หรือดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของเธอ ดวงตาคมกริบของเจ้าของไร่ส้มเลือดจ้องเขม็งไปที่บานหน้าต่างไม้ที่ถูกแรงกระแทกจากภายนอกจนสั่นสะเทือน "ไม่! ฉันไม่ไป ฉันจะอยู่กับคุณ!" รินรดาคว้าแขนกำยำของเขาไว้แน่น เล็บจิกเข้าที่ผิวหนังกร้านแดดจนภากรต้องหันมามอง "นี่ไม่ใช่เวลามาดื้อรั้น!" เขาผลักร่างบางให้นอนราบลงกับพื้นใต้เตียง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามพังประตูห้องเข้ามาทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบเหมือนคมมีด ภากรโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำที่ข้างหูเธอ "จำไว้ริน... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมาจนกว่าฉันจะเรียก... ถ้าวันนี้ฉันเป็นอะไรไป ทรัพย์สินทั้งหมดในเซฟใต้ฐานเตียงเป็นของเธอ และออกไปจากไร่นี้ซะ" "คุณห้ามตายนะ ภากร... ได้ยินไหมว่าห้ามตาย!" รินรดาสะอื้น แต่เขากลับยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะผละออกไปเผชิญกับเงามืดที่กำลังจะพังประตูเข้ามา เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันสามนัด ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนและเสียงปะทะที่รุนแรง รินรดาขดตัวอยู่ใต้เตียง มือสั่นเทาปิดปากตัวเองไว้แน่นจนห่อเลือดผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง... พร้อมกับกลิ่นดินปืนที่อบอวล "ริน... ออกมาได้แล้ว" เสียงนั้น... เสียงที่ห้าวทุ้มและคุ้นเคยอย่างเหลือเกิน รินรดาคลานออกมาด้วยร่างกายที่สั่นเทา ก่อนจะโถมเข้ากอดเอวสอบของภากรไว้แน่น เธอพบว่าเขายืนอยู่กลางห้อง แผ่นหลังกว้างมีคราบเลือดจางๆ จากรอยเฉี่ยว แต่ดวงตานั้นยังคงแน่วแน่และทรงพลัง "มันจบแล้ว... พวกมันไม่มีวันกลับมาอีก" ภากรดึงร่างหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด ลูบเรือนผมของเธออย่างปลอบประโลม ความตึงเครียดที่พุ่งทะลุขีดจำกัดเปลี่ยนผ่านไปสู่ความปรารถนาที่ท่วมท้นในเสี้ยววินาที ภากรช้อนตัวเธอขึ้นแนบอก เดินตรงไปยังเตียงไม้หลังใหญ่ก่อนจะวางเธอนอนลงอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต "ฉันเกือบเสียเธอไป..." เขาพึมพำขณะก้มลงฝังใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น "ความดิบเถื่อนของฉันมันนำพาอันตรายมาให้เธอเสมอ แต่ให้ตายเถอะ... ฉันหยุดรักเธอไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว" รินรดาใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวสันกรามของเขา ก่อนจะดึงรั้งใบหน้าคมสันเข้ามาใกล้ "ไม่ต้องโทษตัวเอง... เพราะคุณคือชีวิตของฉัน และชีวิตของฉัน... ก็คือของคุณคนเดียว" สัมผัสจากริมฝีปากที่ประทับลงมานั้นไม่ใช่การจูบแบบเร่าร้อนในครั้งก่อนๆ แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยการยึดถือและพันธนาการ ภากรถอดเสื้อผ้าของเขาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังที่เขาผ่านสมรภูมิชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สำหรับรินรดา มันคือสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งที่คอยปกป้องเธอไว้ มือหนาของภากรลูบไล้ไปตามสรีระเย้ายวนของหญิงสาวอย่างละเมียดละไม จากยอดอกที่ชูชันตอบรับสัมผัส ไปจนถึงสะโพกกลมกลึงที่เขาหวงแหน ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงครางเบาๆ ในลำคอของรินรดาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่ม "ริน... เธอสวยจนฉันแทบบ้า" เขาแทรกกายเข้าสู่ความอ่อนนุ่มที่โอบรัดเขาไว้แน่น ความรู้สึกสุขสมถั่งโถมเข้ามาจนคนทั้งคู่ต้องหลับตาพริ้ม ภากรเริ่มขยับกายเป็นจังหวะหนักแน่นตามแบบฉบับชายที่กร้านโลก แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอย่างประหลาด เขาหยัดกายขึ้นสบตากับเธอตลอดเวลา เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขามีให้ไม่ใช่แค่ราคะ แต่มันคือชีวิตที่เขามอบให้แก่กัน เตียงไม้สั่นไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยาน ความร้อนรุ่มภายในห้องแผ่ซ่านไปถึงขีดสุด เสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจดังประสานกับเสียงลมพัดผ่านพุ่มส้มข้างนอกที่ดูเหมือนจะกำลังเป็นพยานให้แก่ความรักที่ผ่านการทดสอบมาอย่างโชกโชน เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ภากรโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมร่างกายให้กลายเป็นหนึ่งเดียวจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน เขารักเธอ... รักด้วยหัวใจที่เคยด้านชาแต่บัดนี้กลับเต้นเพียงเพื่อเธอคนเดียว *** หกเดือนต่อมา... กลิ่นหอมของดอกส้มอบอวลไปทั่วบริเวณไร่ แสงแดดยามเย็นทอดผ่านต้นส้มที่ผลิดอกออกผลเต็มไร่ ภากรกำลังยืนกอดอกมองภาพภรรยาที่กำลังเดินเล่นอยู่ท่ามกลางสวนส้มด้วยรอยยิ้ม รินรดาในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตาดูงดงามราวกับนางฟ้าที่ลงมาประทับใจกลางแดนเถื่อน "พ่อครับ! แม่บอกว่าวันนี้จะทำแกงส้มฝีมือพิเศษนะ" เสียงเด็กชายวัยห้าขวบวิ่งเข้ามาเกาะขาภากร ภากรย่อตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นบ่า สายตาที่เคยดุดันกลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความอบอุ่น "งั้นเราไปเตรียมตัวกันดีกว่า จะได้มีแรงช่วยแม่ทำกับข้าวไง" เขามองไปยังหญิงสาวที่เดินเข้ามาหาเขา เธอส่งยิ้มให้เขา... รอยยิ้มที่เป็นคำตอบของทุกความเหนื่อยยากที่ผ่านมา ภากรเดินไปโอบไหล่บางของภรรยาไว้แน่น ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู "ขอบคุณนะที่เลือกจะอยู่ในไร่ส้มเลือดกับผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้" รินรดาซบลงที่อกกว้างของเขา "เพราะไร่นี้... คือบ้านที่ฉันมีความสุขที่สุดต่างหาก" ท่ามกลางสายลมแห่งขุนเขาและความรักที่มั่นคง ความเถื่อนดิบของภากรได้กลายเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง และความอ่อนหวานของรินรดาก็กลายเป็นหัวใจที่เติมเต็มชีวิตของเขา... พวกเขาใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกันในไร่ส้มแห่งนี้อย่างเรียบง่าย ท่ามกลางบทเพลงแห่งความรักที่ไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้มาจนถึงตอนจบนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%