"ถ้าคุณยังไม่อยากเป็นศพเฝ้าไร่ส้มแทนปุ๋ย ก็ไสหัวไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ภากรจะตื่นมาเห็นคุณยืนป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ตัวเมียเขา"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องพักของรินรดา ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะถึงกับชะงัก เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเงาทะมึนที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างห้องพักคนงานอย่างถือดี รินรดากำชายเสื้อแน่น พยายามสะกดกลั้นความตื่นตระหนกไม่ให้สั่นไหวออกมาผ่านสายตา
"คุณเป็นใคร... และมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน?" รินรดาถามเสียงเรียบ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ สวมหมวกปีกกว้างที่บดบังใบหน้าเกือบครึ่ง เขาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ กลิ่นยาสูบราคาถูกและกลิ่นสาบดินโชยเข้าจมูกรินรดาจนเธอต้องถอยกรูดไปจนชิดผนัง "ฉันชื่ออะไรไม่สำคัญหรอกแม่ตัวดี แต่ที่สำคัญคือ 'ความจริง' ที่ไอ้ภากรมันปกปิดไว้ต่างหาก คุณคิดเหรอว่าผู้ชายดิบๆ เลือดเย็นอย่างมันจะพาคุณมาอยู่ที่นี่เพราะความรัก? หึ... คุณก็เป็นแค่เครื่องมือใช้หนี้ และเดี๋ยวพอถึงเวลาที่มันเบื่อ มันก็จะโยนคุณให้ไอ้วิชัยเหมือนที่มันเคยทำกับคนอื่นๆ มาก่อน"
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด "ไม่จริง... ภากรไม่ใช่คนแบบนั้น"
"ไม่ใช่แบบนั้นเหรอ?" ชายคนนั้นขยับเข้าไปใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นภาพถ่ายเก่าๆ ของภากรที่กำลังยืนโอบกอดหญิงสาวอีกคนในท่าทีที่สนิทสนมเกินกว่าคนธรรมดา "รู้ไหมว่าทำไมผู้หญิงคนก่อนถึงหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย? เพราะเธอพยายามจะหนี... และไอ้คนที่ตามไป 'จัดการ' ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนที่เป็นเจ้าของไร่ที่คุณนอนหนุนตักอยู่นี่แหละ"
คำพูดนั้นเสียดแทงเข้ากลางอกรินรดา ความเชื่อมั่นที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มสั่นคลอน ภาพใบหน้าที่แสนดุดันแต่แฝงความอ่อนโยนของภากรในยามค่ำคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว แต่มันกลับถูกบดบังด้วยความหวาดกลัวที่ชายคนนี้หยิบยื่นให้
"ไปซะรินรดา... ฉันมีรถจอดรออยู่ที่หลังโรงเก็บปุ๋ย ถ้าคุณอยากรอดตายก็รีบไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้!"
รินรดายืนตัวสั่นเทา ความสับสนตีรวนอยู่ในอก หากสิ่งที่คนผู้นี้พูดเป็นความจริง เธอที่รักเขาจนหมดหัวใจก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่กำลังเดินเข้ากรงขัง แต่ถ้ามันเป็นเพียงคำลวงเพื่อหวังจะทำลายชีวิตของภากรล่ะ?
ในจังหวะที่มือบางกำลังจะคว้ากระเป๋าเสื้อผ้า ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ภากรยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยเลือดที่กระเซ็นมาติดโหนกแก้ม ดวงตาคู่คมที่มักจะวาวโรจน์ด้วยความรักบัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
"ไอ้สารเลวหน้าไหนมันกล้าข้ามเขตมาปั่นหัวเมียกูถึงในห้อง!" ภากรคำราม เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วไร่ส้มเลือด
ชายแปลกหน้าคนนั้นพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วราวกับเงา ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ภากรสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขาคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"มันบอกอะไรคุณ? ตอบมา!" ภากรเค้นเสียงต่ำ ดวงตาเขามองสำรวจไปทั่วใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ แต่สิ่งที่เขาเห็นในแววตาเธอกลับไม่ใช่ความไว้ใจ... แต่มันคือความหวาดระแวง
"เขาบอกว่า... คุณเป็นคนฆ่าผู้หญิงคนก่อน" รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดแรกร่วงเผาะลงบนหลังมือของชายหนุ่ม
ภากรชะงัก มือที่บีบต้นแขนเธอคลายออกเล็กน้อย เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัวกว่าเดิม "งั้นเหรอ? แล้วคุณเชื่อมันไหมล่ะ? บอกกูมาสิรินรดา ว่าผู้หญิงที่กูนอนกอดทุกคืน มีความเชื่อใจให้กูมากแค่ไหน!"
เขากระชากเธอเข้าหาตัวจนร่างกายปะทะกับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กลิ่นอายของความอันตรายพุ่งสูงขึ้นจนอากาศในห้องดูจะเบาบางลง ภากรโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากเธอ เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาสั่นคลอนความรู้สึกของเธอจนแทบคลั่ง
"ถ้าคุณเลือกจะเชื่อคำลวงของไอ้พวกหมาลอบกัดมากกว่าผัวตัวเอง... งั้นคืนนี้เราคงต้อง 'ทบทวน' กันหน่อย ว่าความเป็นจริงในไร่ส้มแห่งนี้มันมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่"
เขากวาดทุกอย่างบนโต๊ะเครื่องแป้งลงพื้นจนเกิดเสียงแตกกระจาย ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าอย่างไม่สนใจเสียงร้องห้าม รินรดาพยายามดิ้นรนแต่มันกลับเหมือนการราดน้ำมันบนกองไฟที่กำลังลุกโชน ภากรก้าวพาร่างของเธอออกไปที่ระเบียงห้องซึ่งมองเห็นไร่ส้มสุดลูกหูลูกตาที่กำลังถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด เขาโยนเธอลงบนเตียงกว้างก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของเธอไว้ สายตาที่เขาจ้องมองมานั้นไม่ใช่ความใคร่เพียงอย่างเดียว แต่มันคือความต้องการที่จะครอบครองทั้งกายและวิญญาณของเธอให้จมหายไปในไร่ส้มเลือดแห่งนี้
แต่ทันใดนั้น เสียงปืนดังสนั่นขึ้นจากทางทิศใต้ของไร่! ภากรชะงัก ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองที่ประตูห้องที่ถูกพังเข้ามาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกน้องคนสนิทของเขาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมเลือดที่ท่วมไหล่
"นายครับ... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มันยกมาทั้งกองกำลัง... แล้วที่สำคัญ... ผู้หญิงคนนั้น... คนในรูปถ่ายที่นายบอกว่าตายไปแล้ว... เธอกลับมาครับนาย!"
ภากรนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะคว้าปืนที่ข้างเตียงแล้วกระซิบข้างหูเธอว่า "อยู่ที่นี่... อย่าออกไปไหน... เพราะถ้ากูตาย คุณเองก็จะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่เหมือนกัน"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันดุเดือดของไร่ส้มเลือดในบทนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาดูจุดจบของคำลวงนี้กันครับ/ธานินทร์แดนเถื่อน
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 21
คำลวงจากผู้ไม่หวังดี
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!