พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 20

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"เอกสารชุดนี้มันหมายความว่ายังไงคะภากร... ตอบฉันมา!" เสียงของรินรดาสั่นพร่า มือเรียวบางที่สั่นเทาถือปึกกระดาษที่หยิบติดมือมาจากลิ้นชักในห้องทำงานของภากร เธอไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่มันคือสัญชาตญาณที่ร่ำร้องเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภากรที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างไม้สักเก่าคร่ำ มองออกไปยังไร่ส้มเลือดที่ทอดตัวยาวสุดสายตาภายใต้แสงจันทร์สลัว เขากระดกเหล้าสีอำพันในแก้วจนหมด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นเย็นชาจนน่าใจหาย "อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม?" เสียงห้าวทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความเย้ยหยัน "ที่บ้านเธอต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องระเห็จมาอยู่ในไร่กันดารแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพ่อเธอโง่หรอกนะรินรดา แต่มันคือแผนการของคนที่เธอเรียกว่า 'หุ้นส่วนทางธุรกิจ' ต่างหาก" รินรดาชะงัก ลมหายใจขาดห้วง "คุณพูดเรื่องอะไร... พ่อฉันทำบัญชีพลาดเอง ท่านเสียใจจนล้มป่วย..." ภากรแค่นหัวเราะ เดินดุ่มเข้ามาหาจนร่างบางถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แข็งแกร่งของเขาต้อนให้เธอจนมุม "พลาดงั้นเหรอ? พ่อเธอไม่ได้พลาดหรอก แต่ถูกไอ้คนใกล้ตัวนั่นแหละวางยาพิษในสัญญา เอกสารที่เธอถืออยู่ มันคือหลักฐานการยักยอกเงินทุนที่ถูกโอนผ่านบัญชีลับเข้าบริษัทของ 'เสี่ยวิชัย' คนที่พ่อเธอไว้ใจที่สุดยังไงล่ะ" รินรดาหน้าซีดเผือด ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ตัวเลขและลายเซ็นที่ปรากฏในเอกสารเริ่มพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ความจงรักภักดีที่พ่อเธอมีให้เพื่อนรักกลับกลายเป็นมีดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงครอบครัวจนพินาศ "ทำไม... ทำไมคุณถึงเก็บเรื่องนี้ไว้" เธอเงยหน้ามองเขา แววตาตัดพ้อผสมปนเปกับความเจ็บปวด ภากรเอื้อมมือไปเชยคางมนขึ้น บังคับให้เธอสบตา "เพราะตอนนั้นฉันก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่อยากจะทรมานลูกสาวศัตรูให้สาสมกับที่เขาเคยทำไว้กับครอบครัวฉัน แต่พอได้เห็นหน้าเธอทุกวัน ได้เห็นความพยศที่ซ่อนความอ่อนแอไว้ข้างใน... ความแค้นมันก็เริ่มเปลี่ยนสี" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว ภากรโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งเกือบแตะกับแก้มใส กลิ่นกายดิบห้าวปนกลิ่นสุราจางๆ ทำให้รินรดาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางความโศกเศร้า "คุณรักฉันงั้นเหรอ..." เสียงกระซิบของเธอเบาหวิว ภากรไม่ตอบ แต่เขากลับก้มลงประทับริมฝีปากหนักหน่วงลงบนกลีบปากนุ่ม รสสัมผัสที่ร้อนแรงและเรียกร้องแฝงไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน มันไม่ใช่จูบที่ถนอมกล่อมเกลียว แต่มันคือการประกาศยึดครองท่ามกลางความสับสน รินรดาเผลอไผลยกมือขึ้นโอบรอบคอแกร่ง กายสาวเบียดชิดร่างหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ตามด้วยแรงผลักบานประตูไม้จนเปิดออกกว้าง "ภากร! มึงอย่าหลงกลมัน! นังนี่มันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่พ่อมันส่งมาให้มึงตายใจ!" เสียงที่คุ้นเคยทำเอาภากรผละออกจากร่างบางทันที เขาหันไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยสายตาวาวโรจน์ ในขณะที่รินรดาหันไปมองผู้ที่ยืนอยู่ตรงประตู ร่างนั้นคือ 'วิชัย' คนที่เธอเพิ่งรู้ว่าคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายชีวิตครอบครัวเธอ แต่ทว่า... มือของวิชัยกลับไม่ได้ว่างเปล่า เขากำลังคุมตัวใครบางคนเข้ามาด้วย รินรดากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในสภาพถูกพันธนาการ "พ่อ!..." วิชัยแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชักปืนพกออกมาจ่อที่ขมับของพ่อเธอ "เลือกเอา ภากร... จะส่งโฉนดที่ดินไร่ส้มเลือดคืนให้กู หรือจะเห็นพ่อเมียตัวดีตายคาที่นี่!" ความเงียบเข้าปกคลุมไร่ส้มเลือดอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่โรแมนติก แต่มันคือกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ภากรจ้องมองวิชัยนิ่งงัน ในขณะที่มือเขายังคงสั่นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะกลัว แต่มันคือสัญญาณของพายุใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในวินาทีข้างหน้า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันป่าเถื่อนและเร่าร้อนของผมมาจนถึงบรรทัดนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%