"ถอยออกไปจากหน้าต่างซะ ถ้าไม่อยากให้ปืนในมือผมมันลั่นใส่หัวคุณเสียก่อน!"
เสียงแหบต่ำของภากรดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอน กลิ่นดินปืนจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของไร่ส้มที่โชยผ่านหน้าต่างเข้ามาปะทะจมูก รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู แต่ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เงาร่างกำยำขวางกั้นระหว่างเธอกับผู้บุกรุกที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องนอก
เงาร่างที่หน้าต่างนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างออกไปท่ามกลางความมืดของสวนส้ม ภากรไม่รอช้า เขาพุ่งตัวตามออกไปทันทีด้วยความเร็วที่ไม่ต่างจากเสือหิว ทิ้งให้รินรดาใจหายวาบ เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง วิ่งตามออกไปโดยไม่สนแม้แต่รองเท้าแตะที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
"คุณภากร! อย่าไปคนเดียว!"
เสียงตะโกนของเธอถูกกลบด้วยเสียงพุ่มไม้ที่ถูกแหวกออก ภากรไล่ตามเงานั้นไปจนถึงสุดขอบเนินเขาที่มองลงไปเห็นเรือนพักคนงานไกลๆ เขาหยุดกะทันหันก่อนจะสบถออกมาด้วยความเดือดดาล เมื่อเห็นเพียงรอยเท้าที่ย่ำไปบนดินโคลนทิ้งไว้เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้าย
"แม่งเอ๊ย..." ภากรสบถ กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันนูน เขากำปืนในมือจนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
รินรดาหอบหายใจถี่วิ่งตามมาถึง เธอเห็นแผ่นหลังกว้างนั้นสั่นเทาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ เธอไม่ได้ถามว่าเขาเห็นใคร แต่เธอกลับเดินเข้าไปเงียบๆ แล้วสวมกอดเขาจากด้านหลัง ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอทำให้ภากรชะงักไป ความแข็งกร้าวที่เขาพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มร้าวฉาน
"ปล่อย... ผมบอกให้คุณกลับไปนอนซะ" ภากรพูดเสียงพร่า เขาพยายามจะแกะมือเธอออก แต่รินรดากลับกอดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม
"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น" รินรดากระซิบข้างแผ่นหลังกว้าง "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองกำลังสู้อยู่กับอดีตเพียงลำพัง คุณกำลังประเมินฉันต่ำไปนะภากร คุณอาจจะเก่ง คุณอาจจะดิบห่าม แต่คุณไม่ใช่หิน... คุณมีความรู้สึก และคุณก็มีฉัน"
ภากรนิ่งไปนาน ลมหายใจของเขาเริ่มผ่อนจังหวะลง เขาหันกลับมาประจันหน้ากับเธอในความมืด ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาจางๆ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกิ่งส้มกระทบลงบนดวงตาของเขา มันไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความสับสนและความอ่อนแอที่เขาพยายามซ่อนไว้
"คุณไม่เข้าใจหรอกริน... สิ่งที่มันทิ้งไว้ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือคำสาปที่ตามติดผมมาตลอดสิบปี ถ้าคุณอยู่ข้างผม คุณอาจจะต้องตาย"
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยสันกรามของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ภากรรู้สึกราวกับถูกกระชากวิญญาณ ความดิบเถื่อนที่เขาเคยใช้กดทับความรู้สึกถูกทำลายลงด้วยความอ่อนโยนของหญิงสาวที่เขาเคยตั้งแง่รังเกียจ
"งั้นเราก็ตายด้วยกัน" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องให้คุณกางปีกปกป้องตลอดเวลา ถ้าคุณอยากจะจบเรื่องนี้ ก็แค่ทำมันให้เสร็จ... โดยมีฉันเป็นพยาน"
ภากรดึงร่างบางเข้ามากอดแนบชิดอกแกร่ง กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด เขาโน้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายในเริ่มปะทุขึ้นแทนที่ความหวาดระแวง เขาอุ้มร่างบางขึ้นอย่างง่ายดายก่อนจะพาเธอเดินกลับไปยังเรือนพัก ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกัน
ในห้องนอนที่เงียบเชียบ แสงเทียนสลัวที่เธอจุดทิ้งไว้กลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียว ภากรวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลายเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เขาเหลืออยู่บนโลกใบนี้ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกอย่างใจร้อน ทว่าสายตายังคงจ้องมองเธอไม่ห่าง
"คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมริน... ถ้าคืนนี้มันเริ่มขึ้นแล้ว มันไม่มีทางย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก" เสียงเขาสั่นพร่าขณะก้มลงจูบซับที่ข้างแก้มเนียน
"ฉันไม่เคยอยากย้อนกลับไปเป็นคนเดิม ตั้งแต่วันที่ฉันก้าวเข้ามาในไร่ของคุณแล้ว" รินรดาตอบรับ พลางรั้งคอเขาลงมามอบจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา
สัมผัสที่ร้อนแรงและดิบเถื่อนตามสัญชาตญาณของชายหนุ่มไร่ส้มถูกถ่ายทอดผ่านจูบและสัมผัสที่หนักหน่วง แต่ในความรุนแรงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่เขาไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ภากรไม่ได้เพียงแค่ต้องการครอบครองร่างกายของเธอ แต่เขากำลังดูดกลืนความหวาดกลัวทั้งหมดทิ้งไปในอ้อมกอดนี้
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังเร่าร้อนถึงขีดสุด เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากนอกหน้าต่าง มันไม่ใช่เสียงลมพัด ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้กระทบกัน แต่มันคือเสียงกระสุนปืนที่ฝังลงไปในผนังไม้ใกล้หัวเตียงของพวกเขาอย่างแม่นยำ!
ภากรผละออกจากรินรดาในเสี้ยววินาที เขากดร่างของเธอลงกับที่นอนก่อนจะคว้าปืนที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึ่บลงสนิท พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดหลังประตูห้องนอน... เสียงของคนที่ภากรคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
"ดูเหมือนว่าความรักของพวกมึง... จะเป็นจุดจบของมึงจริงๆ นะภากร"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันป่าเถื่อนและโรแมนติกนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 24
ใจที่สื่อถึงกัน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!