“อย่าทิ้งฉันไป... อย่าทิ้งให้ฉันต้องจมอยู่กับความมืดมิดที่ไม่มีเธออีกเลย!”
เสียงสะอื้นที่ปนไปกับแรงเขย่าร่างไร้สติบนเตียงพยาบาลดังสะท้อนก้องห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รินรดากำมือหนาของชายที่เธอรักไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นเฉียบของผิวหนังเขาในวินาทีที่หัวใจหยุดเต้นไปชั่วครู่ยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ แต่ทว่าในวินาทีที่ความเงียบงันเกือบจะกลายเป็นนิรันดร์ ปลายนิ้วหยาบกร้านของภากรกลับขยับไหว
ภากรลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มที่เคยแข็งกร้าวและดุดันบัดนี้ดูเลื่อนลอยและอ่อนแรง เขารู้สึกเหมือนถูกดึงขึ้นมาจากก้นบึ้งของเหวที่ลึกสุดหยั่ง ความเจ็บปวดจากการถูกคมกระสุนฝังในเนื้อเริ่มประทุขึ้นมาเหมือนไฟลามทุ่ง แต่มันยังไม่เท่ากับความเจ็บปวดในใจที่เขากลัวว่าจะสูญเสียสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ไปตลอดกาล
“ริน...” เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ภากรพยายามขยับตัว แต่ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเขาต้องนิ่วหน้า
รินรดาเบิกตากว้าง หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขา หญิงสาวรีบประคองหน้าเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้ภากรรับรู้ว่าเขายังคงมีลมหายใจอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกหลังความตายที่โดดเดี่ยว “คุณฟื้นแล้ว... ขอบคุณพระเจ้า คุณฟื้นแล้วจริงๆ ใช่ไหมภากร?”
ภากรจ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เขาเคยผลักไสมาตลอดชีวิตพลันสลายไปเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเธอ เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นพยัคฆ์ร้ายที่ไร้ค่าและไม่มีหัวใจ แต่ในชั่วโมงแห่งความเป็นความตายนี้ เขาตระหนักได้ว่าหากชีวิตนี้มีความหมายอะไรเหลืออยู่ เหตุผลนั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในวินาทีนี้นี่เอง
“ผม... ยังไม่ไปไหน” ภากรเค้นเสียงพลางใช้มืออีกข้างเช็ดน้ำตาให้เธอเบาๆ “อย่าร้องเลยนะ... คนดีของผม”
คำว่า ‘คนดีของผม’ ทำให้รินรดาสะอื้นหนักกว่าเดิม เธอโผเข้ากอดเขาแน่นด้วยความกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปอีกครั้ง ภากรโอบกอดเธอไว้ แม้บาดแผลจะประท้วง แต่เขากลับรู้สึกถึงพลังชีวิตที่ไหลเวียนกลับเข้ามาอีกครั้ง กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของเธอกลายเป็นยาชูใจที่ทรงพลังที่สุด
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวอีกนะ” รินรดาพึมพำกับอกกว้างของเขา “ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่กับใครที่ไหนในไร่ส้มเลือดแห่งนี้”
ภากรยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นยิ้มแห่งความจริงใจ “ผมสัญญา ต่อให้ตาย ผมก็จะตะเกียกตะกายกลับมาหาคุณ... โลกของผมมันมืดมิดมานานเกินไปแล้วริน ตั้งแต่คุณเข้ามา คุณคือแสงสว่างเดียวที่ทำให้ผมอยากลืมตาตื่นขึ้นมาในทุกๆ วัน”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่น ภากรประคองใบหน้าหวานขึ้นมาประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอ จูบนั้นไม่ได้รุนแรงหรือเรียกร้อง แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหาและการสารภาพความในใจที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ความดุดันมาเนิ่นนาน
เขารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรงของเธอผ่านการสัมผัส ในไร่ส้มเลือดแห่งนี้ เขาคือพยัคฆ์ที่ถูกล่า แต่บัดนี้เขากลายเป็นพยัคฆ์ที่มีเป้าหมาย... เป้าหมายที่จะปกป้องดอกไม้ที่งดงามที่สุดอย่างรินรดาไว้ภายใต้ร่มเงาของเขา ไม่ว่าใครหน้าไหนจะพยายามขัดขวางก็ตาม
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งการกลับมาพบกันใหม่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักฟื้น ประตูเหล็กถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิท กลิ่นไอของปืนและดินปืนโชยนำมาก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวพ้นขอบประตู
ภากรชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดันในพริบตา เขารีบผลักรินรดาไปด้านหลังตัวเองโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นอาวุธในมือของชายแปลกหน้า ผู้มาเยือนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอดีตลูกน้องมือขวาที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์ระเบิดไร่เมื่อปีก่อน
“พี่ภากร...” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเยียบ ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นทางยาวบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มสมเพช “ฟื้นไวดีนี่ครับ... แต่น่าเสียดายที่การฟื้นครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณได้มีโอกาสบอกลาผู้หญิงคนนี้”
ปืนกระบอกดำถูกเล็งตรงมาที่รินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลังเขา ภากรคำรามในลำคอด้วยความโกรธแค้น เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขาไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องหัวใจของเขาได้อีกเป็นอันขาด แต่ในจังหวะที่มือปืนกำลังจะเหนี่ยวไก เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นทั่วทั้งโรงพยาบาลพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดเครื่องแบบทหารที่บุกเข้ามาล้อมห้องพักฟื้นไว้หมดทุกทาง
ท่ามกลางความสับสน ภากรเห็นรินรดาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากใต้หมอนของเขา มันคือรีโมทควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของไร่ที่เขาแอบซ่อนไว้ก่อนจะถูกลอบยิง... และทันทีที่เธอกดปุ่ม ทุกอย่างในห้องก็ตกอยู่ในความมืดมิดสนิทพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นเพียงหนึ่งนัด!
ธานินทร์แดนเถื่อนขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้มาจนถึงช่วงเวลาที่ระทึกที่สุดนะครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 36
ฟื้นจากความตาย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!