พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 35

บาดแผลแห่งรัก

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"อย่า... อย่าขยับแรงนักสิครับ ผมเจ็บ" เสียงทุ้มต่ำของภากรแหบพร่าสั่นเครือ แม้เจ้าตัวจะพยายามกัดฟันกรอดเพื่อกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้าง แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็สะท้อนถึงความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว รินรดาชะงักมือที่กำลังแตะสำลีชุบแอลกอฮอล์ลงบนปากแผลที่เกิดจากคมมีดของพวกคนทรยศเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ดวงตาคู่สวยของเธอคลอไปด้วยหยาดน้ำใส พลางเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด "ถ้าคุณภากรยังดื้อดึงไม่ยอมอยู่นิ่งๆ แผลมันก็จะฉีกแบบนี้แหละค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึงแบบนี้แหละครับ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาคมกริบของชายหนุ่มตวัดมามอง แม้จะดูเจ็บปวดแต่ภากรก็ยังคงรักษามาดเจ้าของไร่ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาเอาไว้ได้เสมอ ภากรทิ้งตัวลงกับหมอนนุ่มบนเตียงกว้าง ร่างกายกำยำที่เคยเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการกรำศึกในไร่ส้มเลือด บัดนี้กลับดูอ่อนแอลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ในห้องนอนใหญ่ที่เป็นเหมือนปราการส่วนตัวของเขา "ห่วงผมงั้นเหรอ?" เขาเค้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงซี้ดปากเมื่อรินรดาจงใจกดสำลีลงไปหนักมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็นการลงโทษ "ไอ้เด็กแสบ... คิดจะฆ่าผมซ้ำหรือไง" "ถ้าคิดจะฆ่า ฉันคงไม่ต้องมานั่งล้างแผลให้คุณแบบนี้หรอกค่ะ" รินรดาประชดเสียงขุ่น มือเรียวบางสั่นระริกขณะจัดการกับคราบเลือดกรังที่เปื้อนผิวสีเข้ม เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นของเขา ภากรกำลังมีไข้... ไข้ที่เกิดจากความแค้น ความเหนื่อยล้า และสิ่งที่เขากำลังแบกรับไว้คนเดียว ภากรมองใบหน้าหวานที่ก้มลงต่ำ มือของเขายกขึ้นหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่เขากลับเลือกที่จะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้แน่น "อย่าร้อง... คนอย่างผมมันก็แค่หมาบ้าที่โดนมีดบาด ไม่ต้องเสียน้ำตาให้มันหรอก" "แต่หมาบ้าตัวนี้... คือคนที่ฉันฝากชีวิตไว้ไม่ใช่หรือไง" คำพูดนั้นทำให้ภากรนิ่งไป เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่ 'สินค้า' ที่ต้องชดใช้หนี้สิน แต่วินาทีนี้ สิ่งที่เขาสัมผัสได้มันกลับไม่ใช่พันธนาการ แต่มันคือแรงดึงดูดที่รุนแรงและร้อนแรงดั่งไฟป่า ภากรดึงรั้งร่างของเธอลงมาจนหน้าอกของทั้งคู่ชิดใกล้ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของรินรดาปะทะกับกลิ่นยาสมุนไพรและเลือดจางๆ บนตัวเขา "ริน... รู้ใช่ไหมว่าถ้าวันนี้เราก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้ ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนอีก" เสียงของเขากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นดิบห่ามแต่ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด "ฉันไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้ว... ต่อให้คุณจะปากร้ายหรือมีแผลเต็มตัวแค่ไหนก็ตาม" รินรดากระซิบตอบ ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกันจนแยกไม่ออก บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดด้วยพิษบาดแผล บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ภากรใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น แล้วโน้มหน้าเข้าไปประทับจูบอย่างเร่าร้อน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลชวนฝัน แต่เป็นจูบที่เรียกร้อง ยืนยันถึงการมีชีวิตอยู่ และความหวงแหนที่เขามีต่อเธอ รินรดาจูบตอบอย่างไม่ประสีประสาแต่เต็มไปด้วยความเต็มใจ มือของเธอไล้ไปตามแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนูนหนา สัมผัสนั้นทำให้ภากรครางกระหึ่มในลำคอด้วยความพอใจ เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่สีข้างแม้แต่น้อย "คุณ... บ้าไปแล้ว แผลคุณจะฉีก!" รินรดาอุทานขณะที่มือของภากรเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างชำนาญ "ช่างหัวแผลมันเถอะ... ตอนนี้มีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องรักษา" ภากรตอบด้วยสายตาวาวโรจน์ ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาสร้างความปั่นป่วนไปทั่วร่าง รินรดาทำได้เพียงจิกเล็บลงบนไหล่หนาของเขา ระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ทว่า... ในขณะที่อารมณ์ของทั้งคู่กำลังแตะระดับจุดเดือด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าห้องนอน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดเข้ามาปะทะร่างทั้งสอง ภากรผละออกจากรินรดาด้วยความโกรธจัด ดวงตาคมกริบหันไปจ้องผู้มาเยือนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "แกเข้ามาทำไม... ไอ้สารเลว" ภากรคำราม ผู้มาเยือนคนนั้นไม่ได้สะทกสะท้าน แต่กลับยกยิ้มมุมปากที่ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด พร้อมกับถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งไว้ในมือ "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับพี่ภากร... แต่ผมว่าข่าวที่ผมเอามาฝาก น่าจะทำให้พี่เลิกห่วงเรื่องแผล แล้วหันมาห่วงสมบัติชิ้นสุดท้ายของพ่อที่กำลังจะถูกขายทอดตลาดดีกว่านะ" รินรดาหน้าถอดสีทันทีที่เห็นใบหน้าชัดๆ ของชายผู้นั้น ส่วนภากรนิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะพึมพำชื่อคนคนหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เป็นไปไม่ได้... แกควรจะตายไปตั้งนานแล้วนี่" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ราวกับว่าอากาศหายใจถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น และความจริงที่ถูกฝังกลบไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในวินาทีนี้เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวของภากรและรินรดากันมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ ธ.แดนเถื่อน
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%