"ถ้ามึงจะยิง ก็ขอให้แม่นกว่าตอนที่พวกมึงลอบกัดกูข้างหลัง!"
เสียงเข้มดุดันของภากรคำรามก้องท่ามกลางความมืดมิด เขาไม่ได้ขยับหนีจากจุดที่ยืนอยู่แม้แต่นิ้วเดียว กลิ่นดินปืนอบอวลอยู่ในอากาศ คละคลุ้งกับกลิ่นส้มสายน้ำผึ้งที่บ่มเพาะมาตลอดทั้งปีจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของไร่แห่งนี้ ภากรสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากปืนที่เพิ่งลั่นไกไปหมาดๆ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือความเงียบงันที่ตามมาทันทีหลังจากเสียงปืนสิ้นสุดลง
"ริน..." ภากรเรียกชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่ลดความกระด้างลง แววตาของเขาที่คุ้นเคยกับการเพ่งมองในความมืดเริ่มปรับโฟกัสได้มากขึ้น เขาเห็นเงาร่างระหงที่สั่นสะท้านอยู่ในมุมมืด รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือที่กำรีโมทแน่นจนสั่นเทา เธอไม่ได้เล็งปืนมาที่เขา แต่มันเล็งไปที่เงาดำที่นอนนิ่งสนิทอยู่แทบเท้าของเธอ—ร่างของชายแปลกหน้าที่แอบบุกเข้ามาในห้องนอนของเขา
ภากรขยับตัวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า สองมือยกขึ้นเป็นการบอกว่าเขาไม่มีพิษภัย แววตาคมกริบกวาดมองภรรยาในนามที่เพิ่งจะแสดงความเด็ดขาดที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
"วางปืนลงริน... ตรงนั้นไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ" ภากรพูดพลางยื่นมือไปแตะแขนของเธอ แผงอกกว้างของเขาสัมผัสเข้ากับแผ่นหลังของรินรดาโดยบังเอิญ ความนุ่มนิ่มนั้นทำเอาใจที่เคยแข็งกระด้างของเขาสั่นไหว
รินรดาสะอื้นเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้ปืนกระบอกนั้นร่วงหล่นลงบนพรม เธอหมุนตัวกลับมาสวมกอดเขาไว้แน่น ใบหน้าเนียนซบลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีต "ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้... แต่ฉันปล่อยให้ใครมาพรากคุณไปจากฉันไม่ได้ ภากร"
ภากรนิ่งไปครู่หนึ่ง คำว่า 'พรากไปจากฉัน' มันทำลายกำแพงที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอคือยาถอนพิษที่กัดกินหัวใจเขามาแสนนาน เขาเงยหน้ามองความมืดที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินที่ทำงานหลังจากระบบความปลอดภัยถูกรีเซ็ต
"ผมผ่านความเจ็บปวดมามากเกินกว่าจะเชื่อในคำว่ารัก แต่ในวินาทีที่ปืนลั่น... ผมกลับไม่กลัวตาย สิ่งเดียวที่ผมกลัวคือการที่ต้องสูญเสียคุณไปรินดา" เขาพึมพำชิดใบหูเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและจริงจังจนหัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ
เขาประคองใบหน้าสวยขึ้นมา สบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ภากรใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดรอยชื้นบนแก้มเนียนอย่างเบามือ ปมในใจที่เคยผูกแน่นเพราะอดีตคนรักที่หักหลังเขา บัดนี้ถูกคลี่คลายออกด้วยความกล้าหาญของหญิงสาวตรงหน้า เขาตัดสินใจแล้ว... เขาจะไม่เป็นผู้ชายที่จมปลักกับอดีตอีกต่อไป
"ริน... ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไร่นี้ ชีวิตของผม และหัวใจของผม... จะเป็นของคุณเพียงคนเดียว"
ภากรโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากบาง มันไม่ใช่แค่จูบที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนา แต่เป็นจูบแห่งคำมั่นสัญญา จูบที่แผดเผาความหวาดระแวงในใจเขาให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงตึงเครียดจากเหตุการณ์บุกรุก สองร่างกอดเกี่ยวกันไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อปกป้องซึ่งกันและกันจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้าย
เขาอุ้มเธอขึ้นในอ้อมแขน เดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างขณะที่มือหนึ่งยังคงกำปืนเอาไว้มั่น เขาจะเริ่มวางแผนชีวิตคู่ที่มั่นคงกว่าเดิม เขาจะเคลียร์ศัตรูที่คอยคุกคามไร่นี้ให้หมดสิ้นเพื่อสร้างครอบครัวกับเธอจริงๆ
แต่ในขณะที่เขากำลังจะวางเธอนอนลงบนเตียง สายตาของภากรกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่สอดอยู่ใต้หมอนอีกใบที่เขาไม่เคยเปิดดูมาก่อน มันเป็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่ประทับตราของทนายความส่วนตัวของเขาเอง ซึ่งเป็นฉบับที่เขาจำได้ดีว่าเขาเคยเขียนไว้ในวันที่ตัดสินใจจะจบชีวิตตัวเองหากทุกอย่างในไร่พังพินาศ
มือหนาหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู มือเขาสั่นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นชื่อผู้รับในจดหมายฉบับนั้น... ไม่ใช่ชื่อเขา และไม่ใช่ชื่อรินรดา แต่เป็นชื่อของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่เขาเริ่มมาทำไร่นี้
และในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องนอนก็ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักๆ ที่คุ้นเคยเกินกว่าจะนึกถึงใครอื่น... มันคือจังหวะการเคาะของ 'คนรักเก่า' ที่เขามั่นใจว่าเธอไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางมากับความเข้มข้นในไร่ส้มเลือดของผมนะครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 37
ก้าวข้ามปมในใจ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!