พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 14

เงาแค้นจากอดีต

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
"เอกสารพวกนี้... คุณกล้าสาบานไหมว่ามันคือ 'หนี้' จริงๆ ไม่ใช่ 'ค่าจ้าง' สำหรับการขายใครสักคนให้ตกนรก" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองกระดาษแผ่นบางในมือกลับคมกริบดั่งใบมีด เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอไม่ได้คร่ำครวญเหมือนผู้หญิงอ่อนแอที่ภากรเคยรู้จัก สิ่งที่ฉายชัดในแววตาคู่สวยนั้นคือความชิงชังที่มากกว่าความกลัว ภากรที่กำลังจุดซิการ์อยู่ตรงระเบียงไม้สักเก่าแก่พ่นควันสีเทาจางออกมา ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่กลางห้องทำงาน กลิ่นยาสูบฉุนกึกผสมกับกลิ่นไอของไร่ส้มที่โชยมาตามลมยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าหนักๆ เข้ามาหา หวุดหวิดจะประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะไม้เนื้อแข็ง "อย่าเอาความไร้เดียงสามาตัดสินโลกของผม รินรดา" ภากรคำรามในลำคอ เสียงเข้มต่ำนั้นกดดันจนห้องทั้งห้องดูเล็กลงถนัดตา "หนี้ของพ่อคุณมันมีที่มาที่ไป และไอ้ 'เบื้องหลัง' ที่คุณพยายามจะขุดคุ้ยน่ะ... บางทีรู้ไปมันอาจจะไม่คุ้มกับลมหายใจหรอก" "ถ้ามันคือหนี้ธรรมดา ทำไมชื่อเจ้าหนี้คนเดิมถึงกลายเป็นชื่อบริษัทผีที่พ่อฉันไม่เคยติดต่อ" รินรดาเงยหน้าขึ้นท้าทาย เธอโยนเอกสารปึกนั้นลงบนโต๊ะจนเสียงดังปัง "บอกความจริงมา! ทำไมไร่ส้มเลือดของนายถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของคนพวกนั้น หรือว่าที่นายดึงฉันมาที่นี่ ก็เพื่อเป็นเครื่องมือรองรับอารมณ์และใช้เป็นตัวประกันในเกมสกปรกนี้กันแน่!" ภากรนิ่งงันไปครู่หนึ่ง กรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาเอื้อมไปบีบคางมนของหญิงสาวไว้อย่างแรงจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นตามแรงบังคับ แววตาของชายหนุ่มดุดันปานสัตว์ป่าที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม "อยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไม?" เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้าเธอ "ได้... ถ้าคุณอยากรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินไร่ส้มพวกนี้ ผมจะแสดงให้ดูว่า 'หนี้' ที่คุณแบกรับ มันมีรสชาติคาวเลือดขนาดไหน" เขากระชากแขนเธอให้เดินตามออกไปที่นอกระเบียง ก่อนจะเหวี่ยงร่างบางไปที่รถกระบะคันเก่าที่จอดทิ้งไว้ใต้ต้นส้มใหญ่ ภากรไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง เขายัดร่างเธอเข้าไปในรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์พุ่งทะยานออกไปในความมืดของไร่ส้มท่ามกลางความสับสนและหวาดระแวง ล้อรถบดขยี้กิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน ไร่อันกว้างใหญ่ที่เคยดูงดงามกลับดูน่าสะพรึงกลัวเมื่อแสงไฟหน้ารถส่องไปกระทบกับเงาของต้นส้มที่บิดเบี้ยวราวกับปิศาจ ภากรขับรถไปไกลจนถึงเขตแดนหลังไร่ ที่ซึ่งมีโกดังเก่าทรุดโทรมตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว "ลงมา" เขาออกคำสั่งเสียงเย็น รินรดาก้าวลงจากรถด้วยความสั่นเทา แต่เธอก็ยังพยายามเชิดหน้าสู้ เขาพาเธอเดินเข้าไปในโกดังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นของสารเคมีบางอย่างที่ชวนให้วิงเวียน ภากรเดินตรงไปที่มุมหนึ่งของห้องก่อนจะถีบลังไม้ที่วางซ้อนกันอยู่ออก เผยให้เห็นช่องลับใต้พื้นดินที่มีบันไดเหล็กสนิมเกรอะกรังทอดลงไป "นี่คือคำตอบของคำถามคุณ" ภากรจ้องตาเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเดาออก "พ่อของคุณไม่ได้กู้เงินไปหมุนธุรกิจหรอก รินรดา พ่อคุณ... คือหุ้นส่วนลับที่ขายชีวิตคนเพื่อเอาเงินมาถมที่ให้ไร่ส้มเน่าๆ ของคุณอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าๆ ในห้องลับนั้น มันคือสมุดบัญชีรายชื่อคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในหน้าสุดท้ายของเล่มนั้น... มีลายเซ็นของบิดาเธออยู่เคียงข้างกับตราประทับของบริษัทเจ้าหนี้ที่เธอเพิ่งเห็นในเอกสาร "ไม่... ไม่จริง" เธอพึมพำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาเป็นทาง "พ่อฉันไม่มีวันทำแบบนี้ พ่อฉันเป็นคนดี!" "ความดีงั้นเหรอ?" ภากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข "งั้นบอกผมที ว่าทำไมรูปถ่ายใบนี้ถึงอยู่ในมือพ่อคุณ... รูปที่ยืนถ่ายอยู่กับศัตรูที่ฆ่าแม่ผมตาย" ภากรหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งขอบมันเหลืองกรอบออกมา มันเป็นภาพของชายสองคนที่ยืนคู่กันในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนไร่ส้มนี้ไม่มีผิด รินรดารับรูปมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ความจริงอันโหดร้ายจะถาโถมเข้ามาในหัวสมองของเธอจนแทบคลั่ง แต่ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลังโกดังกลับทำให้ภากรต้องชะงัก เขาส่งสัญญาณให้รินรดาเงียบด้วยการประชิดตัวแล้วกอดรัดเอวเธอไว้แน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนน่าขนลุก "มีคนตามเรามา และดูเหมือนว่า... ความลับที่พ่อคุณทิ้งไว้ จะไม่ได้มีแค่เราสองคนที่รู้" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนหยุดลงที่หน้าประตูโกดัง แสงไฟจากกระบอกปืนฉายผ่านรอยแตกของไม้เข้ามาจนเห็นเป็นลำแสงยาว ทันใดนั้น ประตูโกดังก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในชุดสีดำสนิทที่ภากรจำได้ดีว่าเป็นใคร "ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันในที่แบบนี้... คุณภากร" เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาพร้อมเสียงขึ้นนกปืน "หวังว่าสมุดบัญชีนั่นจะยังอยู่ครบนะ เพราะถ้าไม่อยู่... ชีวิตผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่มีค่าพอที่จะรักษาไว้เหมือนกัน" ภากรกระชับอ้อมกอดรินรดาแน่นขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายดุร้ายราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวลงไปในผืนดินที่เขาหวงแหนที่สุด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านไร่ส้มเลือดมาด้วยกันนะครับ/ครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%