“ถ้าคิดจะท้าทายผมด้วยการจ้องตาแบบนั้น ก็อย่ามาหาว่าผมใจร้ายตอนที่คุณก้าวขาหนีไม่พ้น”
เสียงทุ้มต่ำของภากรกระซิบชิดใบหู รดรินด้วยไอร้อนที่ทำให้ขนอ่อนของรินรดาลุกชันไปทั้งร่าง มือแกร่งหยาบกร้านจากการกรำงานไร่ที่เปรียบเสมือนคีมเหล็ก บีบกระชับเอวคอดกิ่วจนเกือบจะจมหายเข้าไปในอุ้งมือ แววตาของเขาไม่ได้มีความปรานีเหลืออยู่แม้แต่น้อย มันคือแววตาของนักล่าที่มองเหยื่ออันโอชะ ซึ่งพร้อมจะถูกกลืนกินลงท้องในชั่วพริบตา
รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาที่เคยดื้อรั้นสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อผลักอกกว้างที่แข็งราวกับแผ่นหินนั่นออกไป แต่ทว่ายิ่งขัดขืน อ้อมกอดของเขากลับยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่รอจังหวะรัดเหยื่อให้หมดลมหายใจ
“คุณมันคนป่าเถื่อน... คุณทำแบบนี้เพราะแค่ความสะใจใช่ไหมภากร” รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งที่หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ภากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดุดันที่ฟังดูเย้ยหยันมากกว่าขบขัน เขาช้อนสายตามองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและเม็ดเหงื่อ ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบหนักหน่วงที่ซอกคอขาวเนียน กลิ่นส้มจางๆ ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายไร่ส้มทำเอาหญิงสาวมึนงงไปชั่วขณะ
“ความสะใจเหรอ?” เขาเว้นจังหวะ พลิกตัวร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า สายตาดุดันคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “ถ้าผมแค่อยากสะใจ ผมคงปล่อยให้คุณไปตายเอาดาบหน้าตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบไร่นี้แล้ว แต่ที่ผมทำอยู่... มันคือการทวงหนี้ที่ร่างกายคุณเรียกร้องต่างหาก”
ไม่เปิดโอกาสให้ได้โต้ตอบ ริมฝีปากหนาที่เต็มไปด้วยรสสัมผัสแห่งความเอาแต่ใจก็บดขยี้ลงมา รสจูบในครานี้ไม่ใช่ความอ่อนหวานที่เคยได้รับ แต่มันคือการประกาศศักดาและการกระชากวิญญาณ ภากรบดคลึงริมฝีปากนุ่มอย่างหิวกระหาย ลิ้นหนารุกไล่ต้อนจนคนตัวเล็กแทบหมดเรี่ยวแรง รินรดาครางอือในลำคอ ความต้านทานที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความวาบหวามที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาในช่องท้อง
มือหนาเลื่อนลงไปตามส่วนโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสถึงความนุ่มละมุนที่ตัดกับผิวสากของฝ่ามือเขาอย่างรุนแรง เขาลากไล้ไปจนถึงสะโพกมนแล้วรั้งร่างของเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ความรู้สึกร้อนผ่าวที่โต้ตอบกันระหว่างผิวสัมผัสทำเอาอากาศในห้องนอนกว้างแทบหยุดหมุน
“จำไว้รินรดา...” เขากระซิบพลางละริมฝีปากออกเพียงนิด ให้ลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ได้ประสานกัน “ว่าที่นี่คือไร่ของผม และทุกอย่างในตัวคุณ... ก็เป็นของผมตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจก้าวเข้ามาขัดขวางความต้องการของผม”
ความดิบเถื่อนถูกเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงในชั่วพริบตา รสสัมผัสที่เสพติดนี้ไม่ได้มาจากความรักที่พร่ำบอก แต่มาจากความปรารถนาที่ไม่มีใครยอมใคร มือของรินรดาเผลอจิกเกร็งไปที่ไหล่กว้างของชายหนุ่ม เล็บของเธอฝังลงบนผิวหนังเขาจนเป็นรอยแดง ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เพราะแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเธอเองก็ควบคุมไม่ได้
ภากรไม่รอช้า เขาอุ้มร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปที่เตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ เขาค่อยๆ วางเธอลงอย่างเบามือ ทว่าสายตากลับยังคงกดดันและคาดคั้น ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ภายใต้พันธนาการที่แน่นหนากว่าเดิม
“อย่าทำหน้าเหมือนคนถูกพิพากษาแบบนั้นเลย” เขากระซิบเสียงพร่า พร้อมกับเลิกชายเสื้อของเธอขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อจากการสัมผัสของเขา “เพราะคนที่จะพิพากษาคุณคืนนี้... มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น”
บทเพลงแห่งความปรารถนาเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน ภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามา ทั้งคู่ต่างเป็นเปลวไฟที่โหมกระหน่ำเข้าหากันโดยไม่มีใครยอมใคร รสสัมผัสที่รุนแรงแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนไหวที่ลึกซึ้ง ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ คือการตีตราจองว่านับจากนี้ไป รินรดาจะไม่มีวันหลุดพ้นจากกรงขังที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของเขาเอง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครรู้ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเตียงไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดประสานกับเสียงแมลงกลางคืนข้างนอกไร่ ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปถึงจุดพีค ความเงียบสงัดของยามดึกก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นหน้าประตูห้องนอน
ภากรหยุดชะงักทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเบนไปมองที่ประตูห้องด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของการฆ่าฟันเริ่มคุกรุ่นขึ้นแทนที่ความวาบหวาม รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและไร้มารยาทดังขึ้นสามครั้ง
“คุณภากรครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่โรงบ่มส้ม... พวกมันบุกเข้ามาเผาไร่ตอนที่เราเผลอ!”
ภากรคำรามในลำคออย่างเดือดดาล เขาคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาคาดเอว ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เด็ดขาดและเย็นเยียบ
“อยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมลวกๆ แล้วกระชากประตูเปิดออก ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่บนเตียงกลางความมืดที่ดูเหมือนจะกำลังกลืนกินความสุขชั่วคราวของเธอไปจนหมดสิ้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนในไร่ส้มแห่งนี้กับผมนะครับ
ธานินทร์แดนเถื่อน
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 15
รสสัมผัสที่เสพติด
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!