"ถอยออกไปให้ห่างจากตัวเธอ... ศรศักดิ์"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของไอ้คนที่ควรจะติดกับดักอยู่ปลายไร่ดังขึ้นสะท้านผืนดิน ฝุ่นตลบคลุ้งจากกีบม้าพันธุ์ดีที่ควบตะบ็งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ภากรในสภาพเหงื่อโทรมกาย ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยฝุ่นและคราบเขม่าจากการระเบิดหลอกลวงที่โรงคัดแยกส้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าคู่นั้นแดงก่ำด้วยโทสะ นัยน์ตาดิบเถื่อนคู่นั้นไม่ได้มองแค่ไอ้ศรศักดิ์ที่ชักปืนสั่นเทา แต่มันกวาดมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นแต่ยังกัดฟันยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าคนงานหนุ่มที่ถูกทับด้วยซากโครงเหล็ก
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังติดตา... รินรดาไม่ได้วิ่งหนีเอาตัวรอดเหมือนคุณหนูในหอคอยที่เขาเคยสบประมาท ทันทีที่เครนเหล็กเก่าเกิดทรุดตัวลงเพราะแรงกระแทกจากกระสุนปืนขู่ ผู้หญิงบอบบางคนนั้นกลับพุ่งเข้าใส่ซากเหล็กนับร้อยกิโลกรัม ยอมให้คมเหล็กบาดผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเลือดสีสดซึมผ่านเสื้อเชيرสีอ่อน เพื่อดึงร่างของไอ้ก้าน คนงานรุ่นน้องให้ออกพ้นรัศมีมรณะได้อย่างเฉียดฉิว
"นาย..." ศรศักดิ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายกระบอกปืนในมือสั่นระริกเมื่อเห็นสายตาของเจ้าของไร่ส้มเลือด "ม...มันไม่อยู่ในแผน... กูแค่วะ..."
*เปรี้ยง!*
เสียงปืนจากมือของภากรดังขึ้นตัดหน้าโดยไม่ต้องรอให้มันแก้ตัว กระสุนเฉียดใบหูของศรศักดิ์ไปฝังลงกับลำต้นส้มด้านหลังจนเปลือกไม้กระจาย
"ไสหัวไปซะ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจฝังมึงไว้ใต้ต้นส้มพวกนี้" ภากรตวาดลั่น เสียงนั้นทรงพลังจนคนใจเสาะอย่างศรศักดิ์ทิ้งอาวุธแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดของแนวไร่ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจของคนทั้งสาม
ภากรเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว ขายาวก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหารินรดาที่กำลังทรุดตัวลงนั่งข้างไอ้ก้านซึ่งร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
"คุณริน!" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ แต่เป็นความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้าง "เจ็บตรงไหน... ไหนดูซิ"
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... เอ๊ย... ฉันไม่เป็นไรครับ" รินรดาลืมตัวเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่ความเจ็บที่ข้อศอกและฝ่ามือทำให้เธอต้องนิหน้า
ภากรไม่รอให้เธออธิบาย มือหยาบกร้านผ่านงานหนักมานับไม่ถ้วนเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอขึ้นมาสำรวจ แสงไฟจากตะเกียงสนามที่ตกอยู่สะท้อนให้เห็นรอยแผลถลอกปอกเปิกและคราบเลือดที่เริ่มแห้งกรัง หัวใจของไอ้เสือร้ายแห่งไร่ส้มกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดผสมปนเปกับความทึ่งแล่นพล่านอยู่ในอก ผู้หญิงคนนี้... คนที่เขาเคยคิดว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ กลับเอาตัวเข้าแลกเพื่อชีวิตของคนงานชั้นต่ำในไร่ของเขา
"อวดเก่ง" เขาพ่นคำด่าออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "รู้ตัวไหมว่าถ้าเหล็กแผ่นนั้นทรุดลงมาอีกคืบเดียว ร่างบางๆ ของคุณคงแบนเป็นกล้วยปิ้งไปแล้ว"
"ถ้าฉันมัวแต่กลัว แล้วปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่... ฉันคงเกลียดตัวเองไปตลอดชีวิตค่ะ... เอ๊ย... ครับ!" รินรดาเงยหน้าขึ้นสู้สายตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นรื้นไปด้วยหยาดน้ำ ฃนตาแพรวพราวเปียกชื้น แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "ฉันอาจจะไม่มีแรงมากเท่าคุณภากร แต่ฉันก็มีหัวใจพอที่จะไม่ยืนดูคนอื่นตายต่อหน้าต่อตา"
คำพูดนั้นเหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ของภากรอย่างจัง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันในระยะประชิด ภากรจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตาของเธอ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อรั้น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดตายมาหลายปี—นับตั้งแต่วันที่ถูกคนรักเก่าหักหลัง—กำลังพังทลายลงทีละน้อย ความกล้าหาญและความงดงามที่ดิบเถื่อนบริสุทธิ์ของผู้หญิงคนนี้ กำลังแผดเผาเกราะกำบังในใจของเขาจนมอดไหม้
"ไอ้ก้าน... มึงลุกไหวไหม" ภากรหันไปถามคนงานด้วยเสียงห้วนๆ แต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของรินรดา "พยุงมันไปที่เรือนพยาบาล... ส่วนคุณ... เดินไหวไหม หรือจะให้ผมอุ้ม?"
"ฉันเดินเองได้ค่ะ... ครับ!" รินรดาพยายามยันกายลุกขึ้นด้วยขาที่สั่นเทา แต่ความเจ็บที่ข้อเท้าทำให้เธอเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่ท่อนแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กของภากรรวบเอวบางไว้ได้ทัน ท่อนแขนนั้นรั้งร่างเธอเข้ามาชิดแนบอกแกร่งจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ
กลิ่นกายสาวผสมกับกลิ่นเลือดจางๆ และฝุ่นดิน ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้น ภากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความเขินอายและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
"ปากเก่งนักนะ... แต่ตัวแค่นี้ ทำเป็นอวดดี" เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู ทำให้รินรด ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ถ้าดื้อกับผมอีกครั้งเดียว... ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีของคนไร่ส้มแน่ๆ รินรดา"
เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระทึกราวกับรัวกลองศึก ความหวาดหวั่นผสมผสานกับความเย้ายวนแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
แต่ก่อนที่ภากรจะได้ทำตามใจปรารถนา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่ก็ดังขึ้นจากทางชายป่า พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลุงชิต หัวหน้าคนงานเก่าแก่ที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในรัศมีแสงไฟ
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ที่เรือนพักคนงานด้านหลัง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ภากรชะงัก นัยน์ตาดิบเถื่อนหันขวับไปมองทางต้นเสียงทันที ร่างในอ้อมแขนของเขาสั่นสะท้อนเล็กน้อย ขณะที่ลุงชิตวิ่งมาหยุดหอบหายใจอยู่ตรงหน้า สีหน้าของคนแก่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"มีอะไรวะ ลุงชิต พูดมาให้มันเคลียร์ๆ" ภากรคำรามเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"มะ...มีคนเจาะเซฟห้องทำงานของนาย... แถมเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินแปลงส้มเลือดทั้งหมด... หายไปแล้วครับนาย!"
***
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันใน,
"ธานินทร์แดนเถื่อน"
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 17
รินรดาผู้กล้าหาญ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!