“ถ้าจะเอาชีวิตผมไปเป็นเครื่องประกันความหวัง ก็หยิบไปทั้งตัวเลยอย่าให้เหลือซาก… แต่จำใส่หัวไว้ว่าผู้หญิงที่ผมจะเรียกเต็มปากว่า 'เมีย' นั้น ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง แม้แต่ปลายเล็บ”
เสียงทุ้มห้าวของภากรดังกังวานในความเงียบสงัดของห้องทำงาน กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้เก่าในห้องห้องนี้ทำให้รินรดารู้สึกหายใจติดขัด เธอขยับกายบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง สายตาที่เคยแข็งกร้าวของเธออ่อนแสงลงเหลือเพียงความสับสนที่ฉาบด้วยความหวัง
ภากรลุกขึ้นจากโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรจางๆ ที่ต้นแขน เขาเดินตรงมาหาเธออย่างช้าๆ ราวกับพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม แต่ในแววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความคุกคาม มีเพียงความดิบเถื่อนที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
“ทำไมต้องเป็นฉัน” รินรดาถามเสียงสั่น “ไร่ส้มนี้กว้างใหญ่ ผู้หญิงที่พร้อมจะปรนนิบัติคุณมีอยู่ถมไป ทำไมต้องเป็นคนที่มาเพื่อชดใช้หนี้อย่างฉัน”
ภากรหยุดยืนตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักเชยคางมนขึ้น สัมผัสนั้นร้อนผ่าวจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ “เพราะรอยแผลเป็นในใจคุณมันเหมือนของผมไงริน… ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศมันสอนให้เราฉลาด แต่ถ้าเราฉลาดจนกลัวที่จะรัก เราก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ที่รอวันผุพัง”
เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้า “ผมไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติก ผมพูดจาหมาๆ ใส่คุณบ่อย แต่ในโลกที่ไร้ความปรานีนี้ ผมสัญญาว่าหลังของผมจะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดให้คุณหลบภัย… ตกลงจะเป็นของผมแบบไม่ต้องมีสัญญาหนี้ค้ำคอไหม?”
คำพูดนั้นไม่ได้หวานหู แต่มันกระแทกใจคนฟังอย่างจัง รินรดารู้สึกเหมือนกำแพงน้ำแข็งในใจที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มร้าวฉาน เธอรู้ดีว่านี่คือการเอาหัวใจวางไว้บนเขียง หากภากรเปลี่ยนใจ เธอจะไม่มีอะไรเหลือเลย แต่ความดิบห่ามที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายในของชายตรงหน้า มันดึงดูดเสียจนเธอไม่อาจปฏิเสธ
“ถ้าคุณคิดจะหลอก... ก็หลอกให้เนียนจนวันตายนะคะ” รินรดากระซิบตอบ พร้อมกับรวบรวมความกล้าซบหน้าลงกับอกกว้างนั้น
ภากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูมีความสุขอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มือหนากระชับกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายไป “ผมไม่ใช่นักต้มตุ๋นริน ผมเป็นแค่คาวบอยที่หิวโหยความรัก... และตอนนี้ผมเจอของหวานที่ผมอยากเก็บไว้กินคนเดียวตลอดชีวิตแล้ว”
เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์คำพูดของตนเอง ริมฝีปากหนาประกบลงบนกลีบปากบางอย่างเร่าร้อนและจาบจ้วงตามสัญชาตญาณดิบ รสสัมผัสที่ทั้งหอมหวานและร้อนแรงราวกับจะแผดเผาความลังเลทั้งหมดให้กลายเป็นเถ้าถ่าน มือที่เคยถือปืนและบังคับม้าบัดนี้กลับลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม สลับกับความรุนแรงที่ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พุ่งพล่านจนไร้เหตุผล
ในห้องที่อบอวลด้วยไอรักท่ามกลางไร่ส้มที่เงียบสงัด ภากรถอดถอนจุมพิตอย่างอ้อยอิ่ง เขามองลึกเข้าไปในตาของรินรดาด้วยสายตาที่ชัดเจนว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ
“คืนนี้... ผมไม่อยากให้คุณกลับไปนอนห้องพักคนงาน” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางอุ้มร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย “ห้องนอนผมยังมีที่ว่างสำหรับเมียผมเสมอ”
รินรดาหน้าแดงซ่าน เธอซุกหน้าเข้ากับอกแกร่งเป็นการตอบรับโดยดุษณี ความรู้สึกที่ไม่เคยได้รับมาก่อนถาโถมเข้ามา จนเธอเผลอจิกเล็บลงบนไหล่หนาของเขา
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ตามด้วยเสียงเคาะที่ไร้ความเกรงใจ
“นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับที่เขตไร่ฝั่งเหนือ! มีคนบุกรุกเผาโรงเก็บส้ม และพวกมันทิ้งสัญลักษณ์ไว้... เป็นตราประทับของไอ้คนทรยศที่นายตามล่ามาห้าปี!”
ภากรชะงักกึก ร่างที่กำลังอ่อนระทวยในอ้อมแขนเขาตัวแข็งทื่อทันที สายตาของภากรเปลี่ยนจากความหลงใหลกลายเป็นความมืดมิดดุจก้นบึ้งของขุมนรกในเสี้ยววินาที เขาปล่อยรินรดาลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปคว้าปืนลูกซองที่แขวนอยู่ข้างฝาขึ้นมาตรวจสอบกระสุน
ความหวานชื่นถูกกระชากหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดที่กำลังจะมาเยือนไร่ส้มเลือดแห่งนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางรักที่เต็มไปด้วยหนามของคาวบอยผู้นี้ด้วยนะครับ หวังว่าตอนหน้าเราจะยังคงเดินไปด้วยกันครับ
พยศรักกลางไร่ส้มเลือด•ตอนที่ 27
สถานะใหม่ที่ใจต้องการ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยศรักกลางไร่ส้มเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!