"เหตุผลล่ะ เอลีน่า"
เสียงของผมเรียบเฉย ทว่าหนักแน่นดั่งผืนแผ่นดินที่รอคอยการถล่มทลาย ผมยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวผู้เปรียบเสมือนมันสมองของอาณาจักรที่ผมกำลังสร้างขึ้น เธอไม่ได้สวมหน้ากากแห่งความมั่นใจเหมือนทุกวัน ดวงตาคู่สวยนั้นสั่นระริก สะท้อนเงาของคบไฟที่กำลังจะมอดดับลงในวิหารโบราณแห่งนี้
"ถ้าฉันไม่ทำเช่นนั้น... พวกเขาจะพรากตัวท่านไปจากที่นี่ตั้งแต่วันที่ท่านยังไม่มีอะไรเลย" เอลีน่าเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด "จักรพรรดิทมิฬไม่ได้ต้องการแค่บัลลังก์ แต่มันต้องการ 'วิญญาณแห่งการกำเนิด' ที่อยู่ในตัวท่าน ถ้าฉันไม่ปิดตายวิหารนี้ไว้ ท่านจะถูกสังหารตั้งแต่วันที่เข้าสู่เกมด้วยซ้ำ เรย์... ความทรยศที่ท่านเกลียดชัง แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันเดียวที่ฉันจะมอบให้ท่านได้"
ผมไม่ได้โต้ตอบทันที ผมปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมัน กลิ่นอายของเวทมนตร์เก่าแก่ที่อวลอยู่ในอากาศเริ่มแปรปรวน มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่มันคือความเงียบที่ให้เวลาผมได้ประมวลผลทุกหมากที่เดินมา
ผมเดินผ่านเธอไป ช้าๆ และหยุดลงที่ใจกลางวิหาร ตรงหน้าแท่นศิลาที่สลักลวดลายอักขระต้องห้าม ซึ่งไม่มีใครในเซิร์ฟเวอร์นี้กล้าแตะต้อง เพราะมันคือสัญลักษณ์ของความพินาศหากตีความผิดพลาด
"ความหวังดีที่มาพร้อมกับการจองจำ... น่าขันนะ" ผมพึมพำขณะวางมือลงบนศิลาเย็นเฉียบ "แต่เอาเถอะ ในเมื่อเรามาถึงจุดนี้แล้ว ความลับของเธอก็ถือว่าหมดอายุขัยไปพร้อมกับความไว้วางใจที่ผมเคยมีให้... ต่อจากนี้ไป เอลีน่า จงมองให้ดี ว่า 'อาณาจักร' ที่ผมจะสร้างขึ้น มันยิ่งใหญ่กว่าการปกป้องที่แสนเปราะบางของเธออย่างไร"
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสอักขระสีคราม พลังงานมหาศาลก็พุ่งทะลุเข้าสู่ร่างผมราวกับสายฟ้าที่กระชากวิญญาณ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท แต่มันไม่ใช่ความเจ็บที่น่าหวาดกลัว มันคือความเจ็บที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ผมโหยหามาตลอด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิทธิ์การเข้าถึง 'ทักษะต้องห้าม: หัตถ์จักรพรรดิผู้ล่วงลับ']
[คำเตือน: ทักษะนี้จะทำลายตรรกะของเกมโดยสมบูรณ์ คุณต้องการยืนยันการเรียนรู้หรือไม่?]
นิ้วของผมกดยืนยันโดยไม่ลังเล แม้ว่าข้อมูลมหาศาลจะถาโถมเข้ามาจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน ผมเห็นอดีต... เห็นจักรพรรดิทมิฬที่กำลังนั่งบนบัลลังก์ทองคำ พลางหัวเราะร่ากับเหล่าขุนนางที่ไร้สมอง เห็นกองทัพที่คิดว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพัน
ทักษะนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังโจมตี แต่มันคือ 'การเขียนกฎเกณฑ์ใหม่' ในสนามรบ
"เรย์! อย่า... ร่างกายท่านรับไม่ไหวหรอก!" เอลีน่าถลาเข้ามาคว้าแขนผมไว้ ความอบอุ่นจากมือของเธอยังคงเหมือนเดิม แต่ในใจของผม พื้นที่สำหรับเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
ผมสะบัดแขนออกอย่างแผ่วเบา แต่เย็นชาพอที่จะทำให้เธอชะงัก ผมหันไปมองเธอ สายตาของผมในตอนนี้ไม่ใช่เรย์คนที่เธอน่าจะควบคุมได้อีกต่อไป แต่มันคือสายตาของจอมทัพที่มองเห็นจุดจบของศัตรู
"เอลีน่า... การปิดตายวิหารนี้อาจเป็นวิธีของเธอ" ผมเว้นวรรค จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า "แต่การเปิดมันออก... คือวิธีของผม"
ผมร่ายเวทบทหนึ่งเบาๆ ทักษะต้องห้ามเริ่มทำงาน อักขระสีดำสนิทแผ่กระจายออกจากร่างผม กลืนกินความมืดมิดในวิหารจนหมดสิ้น พลังอำนาจที่กดทับทั่วทั้งพื้นที่ทำให้แม้แต่ผนังวิหารยังสั่นสะเทือน เสียงก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรโบราณดังก้องไปทั่วดินแดน
ในขณะที่พลังกำลังพุ่งถึงขีดสุด ประตูนรกที่ควรจะปิดตายกลับถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วพร้อมกับเงาร่างของชายผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนหายใจไม่ออก
ชายคนนั้นคือคนที่ผมรู้จักดีที่สุด... คนที่ทรยศผมในวันที่ผมไว้ใจที่สุด
"หาตัวเจอลำบากจริงนะ เรย์" จักรพรรดิทมิฬแสยะยิ้มที่มุมปาก ในมือของเขามีบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเอลีน่าขาดห้วง "เห็นทีแผนการของแม่สาวนี่จะเสียเปล่าแล้วล่ะ เพราะฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อ... ปิดบัญชี!"
เขาชูวัตถุในมือขึ้น มันคือศิลาบันทึกอาณาจักรของผมที่หายไปตั้งแต่ต้นเกม แต่มันกลับถูกชะโลมด้วยเลือดสีดำเข้มที่บ่งบอกถึงการทำลายล้างที่กำลังจะมาถึง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทที่เข้มข้นเช่นนี้นะครับ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนถัดไปได้ไม่นานนะครับ!
"ผู้กล้าตกอับ"
จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 33
ทักษะต้องห้าม
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!