จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 30

การฝึกฝนทหารกล้า

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
"หยุดกรีดร้องเสียที เจ้าพวกสวะ... เสียงของพวกเจ้ามันรบกวนสมาธิข้า" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดทับอากาศในบริเวณนั้นให้หนักอึ้ง เขาไม่ได้แม้แต่จะปรายตาไปมองอัศวินที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่แทบเท้า วงแหวนเวทสีดำทมิฬใต้ฝ่าเท้าของศัตรูเหล่านั้นหมุนวนอย่างเกรี้ยวกราด เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามใบหน้าของผู้ที่เคยทรยศเขา พวกมันพยายามตะเกียกตะกายหนีความตาย ทว่ายิ่งดิ้น พลังชีวิตก็ยิ่งไหลรินเข้าสู่ห้วงมิติที่เรย์สร้างขึ้นราวกับสายน้ำที่ถูกสูบลงรูระบาย เอลีน่ายืนกอดอกอยู่ข้างหลังเรย์ ดวงตาสีมรกตของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองภาพเบื้องหน้า "ท่านเรย์ครับ... หากปล่อยให้พวกเขาตายลงตอนนี้ ข้อมูลเรื่องเส้นทางลับเข้าสู่อาณาจักรของจักรพรรดิทมิฬอาจจะสูญหายไปกับลมหายใจสุดท้ายของพวกมันนะครับ" เรย์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบกายเย็นเยียบจนกลายเป็นน้ำแข็ง "ไม่หรอกเอลีน่า... ความตายที่ไร้ค่าไม่ได้ให้ข้อมูล แต่ความตายที่ทรมานจะรีดเค้นเอาความจริงออกมาจนหยดสุดท้าย" เขาหันหลังกลับ ทิ้งร่างที่อ่อนแรงของเหล่าอัศวินไว้เบื้องหลัง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่ลานฝึกทหารที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ท่ามกลางหุบเขาไร้นาม ที่นี่ไม่ใช่ค่ายทหารธรรมดา แต่มันคือโรงหล่อเหล็กกล้าที่เขาจะใช้สร้างกองทัพที่จะสยบอาณาจักรเดิมของเขาด้วยมือของตนเอง ทหารสามร้อยนายที่เคยเป็นเพียงชาวบ้านผู้หิวโหยและทหารพ่ายศึกยืนเรียงแถวด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอ ดวงตาของพวกเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อเรย์อีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความกระหายในอำนาจและการยอมรับ "มองไปที่พวกมัน" เรย์ชี้ไปยังกลุ่มอัศวินที่ทรุดลงกับพื้น "พวกมันเคยเป็นผู้พิทักษ์ที่หยิ่งผยอง เคยเหยียบย่ำหัวใจของพวกเจ้า และเคยทิ้งให้พวกเจ้าต้องอยู่อย่างไร้ค่า... ตอนนี้ พวกมันเป็นเพียงเครื่องบูชายัญให้กับความทะเยอทะยานของข้า และของพวกเจ้า" เรย์เดินผ่านแถวทหาร สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของทุกคนอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยเป็นเพียงคนตัดไม้ แต่วันนี้มีแววตาของนักฆ่าผู้ช่ำชอง "เจ้าชื่ออะไร" เรย์ถาม "คาร์ลครับ นายท่าน" ชายผู้นั้นตอบเสียงดังฟังชัด เรย์ตบไหล่คาร์ลเบาๆ แต่แรงกดดันนั้นทำให้คาร์ลทรุดลงเล็กน้อย "คาร์ล... ตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าไม่ใช่คนตัดไม้ เจ้าคืออาวุธ ข้าจะสอนให้เจ้าใช้ความแค้นเป็นน้ำมันหล่อเลี้ยง และใช้เลือดของศัตรูเป็นอักษรเขียนประวัติศาสตร์ของพวกเรา พวกเจ้าพร้อมจะทิ้งความเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอเพื่อแลกกับความเป็นอมตะในฐานะกองทัพไร้พ่ายแล้วหรือยัง" "พร้อมครับ!" เสียงตะโกนกึกก้องไปทั่วหุบเขา สั่นสะเทือนถึงก้อนหินบนยอดเขาให้ร่วงหล่นลงมา เรย์พยักหน้าอย่างพอใจ เขาเริ่มลงมือฝึกฝนพวกเขาด้วยตำราการรบที่สาบสูญ การฝึกไม่ได้เป็นไปเพื่อความแข็งแกร่งทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่เขาใช้เวทมนตร์เสริมพลังที่เอลีน่าคอยกำกับดูแล ผสานกับกลยุทธ์ที่แม้แต่จักรพรรดิทมิฬก็คาดไม่ถึง ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไป การฝึกซ้อมรบกลายเป็นการสังหารจำลอง เรย์ไม่ได้สอนให้พวกเขารบเพื่อชนะ แต่เขาสอนให้พวกเขารบเพื่อ 'ทำลายล้าง' อย่างไร้ปราณี "จังหวะการหายใจของเจ้าพลาดไปหนึ่งจังหวะ หากเป็นในสนามรบจริง คอของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าไปแล้ว" เรย์เอ่ยตำหนิขณะใช้ดาบไม้ปัดการโจมตีของคาร์ลจนกระเด็น "ขออภัยครับ!" คาร์ลลุกขึ้นทันที "ความเสียใจไม่มีค่าในสนามรบ มีแต่ชัยชนะเท่านั้นที่ตัดสินว่าใครคือวีรบุรุษ ใครคือสวะ" เอลีน่าเดินเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเรย์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ท่านเรย์ครับ มีสัญญาณจากแนวหน้า... จักรพรรดิทมิฬส่งกองกำลังสำรวจมาที่ชายป่าแถบนี้แล้วครับ พวกเขาสงสัยในความเคลื่อนไหวของเรา" เรย์หยุดชะงัก รอยยิ้มที่มุมปากของเขาหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม เขาหยิบดาบเหล็กกล้าขึ้นมาจากพื้น จ้องมองเงาสะท้อนของตนเองบนคมดาบ "มาเร็วกว่าที่คิด" เรย์กล่าวเสียงต่ำ "ดูเหมือนสุนัขรับใช้ของมันจะเริ่มได้กลิ่นเลือดแล้ว" "เราจะทำอย่างไรครับ จะให้ข้ากางม่านเวทอำพรางไว้ก่อนไหม" เอลีน่าถาม "ไม่..." เรย์เก็บดาบเข้าฝัก "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นกองทัพของเรานัก เราก็จะมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้พวกมันได้เห็น... แต่ไม่ใช่ในฐานะทหารที่เพิ่งฝึกหัด" เรย์หันไปทางกองทัพทหารสามร้อยนายของเขา "พวกเจ้า! เตรียมตัวให้พร้อม แขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจนี้ จงทำให้พวกมันรู้ว่า อะไรคือความหวาดกลัวที่แท้จริง!" ทหารทั้งหมดชักดาบออกมาพร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องกังวานราวกับเสียงดนตรีแห่งความตาย ในขณะที่เรย์กำลังจะออกคำสั่ง ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ก้อนเมฆมืดดำม้วนตัวเข้าหากันเป็นวงกลมขนาดใหญ่เหนือหัวของพวกเขา ร่างเงาประหลาดที่ดูเหมือนมนุษย์ในชุดเกราะสีทองอร่ามปรากฏขึ้นท่ามกลางมวลเมฆนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวานไปทั่วทิศทาง "เรย์... เพื่อนเก่าของข้า เจ้าคิดจริงหรือว่าการเล่นตุ๊กตาทหารในหุบเขาซอมซ่อนี้ จะทำให้เจ้าพ้นสายตาของข้าไปได้?" เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงของจักรพรรดิทมิฬที่ดังก้องลงมาจากฟากฟ้า เรย์เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่ไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย "เจ้าไม่ได้มาเอง... แต่นี่คือร่างแยกที่ผูกติดกับดวงวิญญาณสินะ" เรย์พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตะโกนขึ้นไปบนฟ้า "มาเร็วก็ดี ข้ากำลังเบื่อพอดี... วันนี้แหละ คือวันที่ข้าจะเริ่มทวงคืนทุกอย่างที่เจ้าขโมยไปจากข้า!" ทันใดนั้น ร่างเงาสีทองก็พุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วเหนือเสียง พุ่งตรงเข้าหาใจกลางกองทัพของเรย์โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนมืดดำนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%