"เจ้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... ชอบเล่นสนุกกับของเล่นพังๆ ที่ไม่มีใครเขาต้องการแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องขึ้นในโถงบัลลังก์ที่เงียบสงัด แรงกดดันมหาศาลจากเวทมนตร์ระดับสูงบีบอัดจนอากาศรอบตัวเรย์หนาแน่นราวกับถูกหล่อด้วยเหล็กกล้า เรย์ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว เขายืนนิ่ง ดวงตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้สะท้อนประกายสีทองวูบไหวราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
เบื้องหน้าของเขา อากาศที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ ปริแตกออกเป็นรอยร้าวสีม่วงอมดำ ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะสีนิลประดับด้วยอัญมณีอาถรรพ์ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าราวกับเดินเข้าห้องรับแขก จักรพรรดิทมิฬ—อดีตสหายผู้เคยยืนเคียงข้างเขาในสมรภูมิ กลับกลายเป็นศัตรูที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจเขาจนถึงทุกวันนี้
เรย์ปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"ของเล่นพังๆ งั้นหรือ?" เรย์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นจนคนฟังต้องรู้สึกถึงความหนาวสั่นที่สันหลัง "สิ่งที่เจ้าเรียกว่าขยะ ในมือของข้า มันคือกองทัพที่จะถล่มบัลลังก์ที่เจ้าอุตส่าห์ทรยศข้าเพื่อแย่งชิงมา... เจ้ามาถึงที่นี่เพียงเพื่อจะโชว์ความเขลาของตัวเองให้ข้าดูแค่นี้เองหรอกหรือครับ?"
จักรพรรดิทมิฬหัวเราะร่า เสียงนั้นฟังดูแหลมสูงและเสียดแทง เขาก้าวเข้ามาใกล้เรย์จนเกือบจะประชิดตัว เอลีน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างเรย์ขยับมือไปที่ด้ามดาบคาดเอวโดยอัตโนมัติ กระแสมานาในห้องเริ่มปั่นป่วนจนเพดานหินเริ่มแตกร้าว
"เรย์... เจ้ายังคงยึดติดกับศักดิ์ศรีจอมปลอมนั่นสินะ" จักรพรรดิทมิฬกวาดสายตามองไปรอบๆ โถงบัลลังก์ที่ยังคงดูเรียบง่ายแต่มั่นคง "ข้ามาที่นี่เพื่อมอบโอกาสสุดท้ายให้เจ้า ในฐานะเพื่อนเก่า... จงมอบศิลาแห่งปฐมกาลให้ข้า แล้วข้าจะยอมให้เจ้ามีชีวิตรอดไปใช้ชีวิตในฐานะสามัญชนที่ไร้ค่าในเมืองชายแดน ดีกว่าต้องมาตายเป็นเถ้าถ่านพร้อมกับอาณาจักรเน่าๆ แห่งนี้"
เรย์ไม่ได้โต้ตอบทันที เขาสบตากับคนตรงหน้า สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของผู้แพ้ที่กำลังจะถูกกำจัด แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับด้วยความเต็มใจ
"เจ้าคิดว่าข้าจะยอมแลกอนาคตของคนนับพันกับชีวิตอันไร้ค่าของตัวเองงั้นหรือ?" เรย์ถามกลับ มือของเขาค่อยๆ ยกขึ้น แสงสีทองจางๆ เริ่มไหลวนรอบปลายนิ้ว "เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ อดีตเพื่อนร่วมกิลด์ของข้า... เจ้าไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่เจ้ามาเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินใจเจ้าอยู่ เพราะเจ้าสัมผัสได้ใช่ไหมว่า... บัลลังก์ที่เจ้าแย่งไป มันกำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของ 'ของเล่นพังๆ' ชิ้นนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ จักรพรรดิทมิฬชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเปิดโปง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนภายใต้แรงกดดันจากเรย์ที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นทุกวินาทีที่รอยร้าวสีทองในอากาศทวีความรุนแรงขึ้น
"อย่าอวดดีให้มากนัก!" จักรพรรดิทมิฬคำราม ดาบในมือปรากฏขึ้นท่ามกลางไอหมอกสีดำมืดมิด เขาตวัดดาบหมายจะผ่ากลางร่างของเรย์ แต่ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะถึงตัว เรย์กลับก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าว สายลมแรงปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า
เอลีน่าที่เฝ้ามองอยู่นานก้าวออกมาเบื้องหน้า ร่ายมนตร์ป้องกันจนเกิดเกราะแสงโปร่งใสปกคลุมทั้งห้อง เธอจ้องมองจักรพรรดิทมิฬด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว "ท่านจักรพรรดิ... ที่นี่คืออาณาจักรของพวกเรา ไม่ใช่ที่ที่คนทรยศจะมาเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ"
เรย์ยกมือห้ามเอลีน่า สายตาเขายังคงจ้องเขม็งไปที่จักรพรรดิทมิฬ เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกจังหวะที่เท้ากระทบพื้น หินอ่อนใต้ฝ่าเท้ากลับส่องประกายสีทองออกมาตามรอยก้าวนั้น อาณาจักรที่ดูธรรมดากำลังตื่นขึ้นจากหลับใหล พลังงานลึกลับกำลังเชื่อมต่อเข้ากับตัวของเรย์
"เจ้าบอกว่านี่คือโอกาสสุดท้าย?" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ "งั้นข้าขอถามเจ้ากลับบ้าง... ในวันที่เจ้าลากดาบแทงเข้าที่หลังข้า เจ้าเคยคิดไหมว่าจะมีวันนี้? วันที่ข้าจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง... ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนที่เจ้าเคยรู้จัก แต่ในฐานะ 'จักรพรรดิ' ที่แท้จริง"
ทันใดนั้น รอยร้าวสีทองรอบตัวเรย์ก็ขยายตัวจนกลายเป็นมวลแสงมหาศาล จักรพรรดิทมิฬถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นระริกเมื่อรู้สึกว่าเวทมนตร์ของตัวเองกำลังถูกสูบหายไปในความว่างเปล่าที่เรย์สร้างขึ้น เขาพยายามจะเรียกพลังออกมาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ตอบรับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
ทว่าในจังหวะที่เรย์กำลังจะเปิดเผยพลังที่แท้จริง ประตูบานใหญ่ของโถงบัลลังก์ก็ถูกกระแทกจนพังยับเยิน ร่างของทหารองครักษ์นับสิบกระเด็นเข้ามาพร้อมกับเลือดที่นองพื้น ชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้มีดวงตาสองสีที่น่าสะพรึงกลัวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดีจนน่าขนลุก
"ช่างเป็นฉากที่น่าประทับใจจริงๆ ราชันผู้ถูกลืม" ชายชรากล่าวพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "แต่ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะลืมไปนะว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนถือไพ่ใบสุดท้ายในเกมนี้"
เรย์ชะงักงัน เขาจำชายคนนี้ได้แม่น... เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของกิลด์เขาเมื่อหลายปีก่อน บุคคลที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป และในวินาทีที่เรย์หันไปมอง เอลีน่าก็นิ่งค้างไปทันทีเมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่แขนเสื้อของชายชราผู้นั้น—ตราประทับแห่งจุดจบที่เรย์เคยคิดว่าเป็นเพียงตำนานในเกม!
เรื่องราวการท้าทายนี้กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของทุกอย่างไปตลอดกาล และความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของจักรพรรดิทมิฬนั้น มันน่ากลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้หลายเท่าตัวนัก...
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในเส้นทางสายนี้ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับก้าวต่อไปของเรย์นะครับ
จากใจ... ผู้กล้าตกอับครับ
จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 28
การท้าทายจากอดีต
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!