จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 36

ความวุ่นวายภายใน

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
“พวกเจ้าคิดว่าการทรยศต่ออดีตผู้นำจะทำให้กิลด์ของเรายิ่งใหญ่ขึ้นงั้นหรือ? ดูสิ! สิ่งที่พวกเจ้าเหลืออยู่มีเพียงกองซากปรักหักพังของชื่อเสียงที่กำลังเน่าเฟะ!” เสียงตะโกนก้องของ ‘คาร์ลอส’ หนึ่งในรองหัวหน้ากิลด์ ‘ราชันย์โลหิต’ ดังสนั่นไปทั่วห้องโถงประชุมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม มือของเขากระแทกโต๊ะหินจนร้าวเป็นทางยาว ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน ฝั่งตรงข้าม ‘จักรพรรดิทมิฬ’ นั่งเอนหลังบนเก้าอี้บัลลังก์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังฟังบทเพลงที่ไพเราะที่สุด ไม่ใช่เสียงก่นด่าจากเพื่อนร่วมงานที่กำลังจะแตกคอ “คาร์ลอส... สติของเจ้าดูจะเลอะเลือนไปตามความกดดันนะ” จักรพรรดิทมิฬเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “เรย์มันก็แค่สุนัขจรจัดที่ข้าเตะออกจากกิลด์ไปแล้ว การที่เจ้ายังกังวลเรื่องมันอยู่นั่นแหละ ที่กำลังทำให้กิลด์ของเราเสียขวัญ” “สุนัขจรจัดงั้นหรือ?” คาร์ลอสแค่นหัวเราะ “แล้วทำไม ‘เมืองมรณะ’ ที่เราเพิ่งยึดมาได้เมื่อเดือนก่อน ถึงถูกเผาจนเหลือแต่ขี้เถ้าภายในคืนเดียวด้วยฝีมือของคนเพียงคนเดียวเล่า! อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้... หรือว่าจริงๆ แล้วเจ้าเองที่กำลังกลัวจนตัวสั่น!” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที สมาชิกคนอื่นๆ ในสภาเริ่มกระซิบกระซาบ ความหวาดระแวงที่เคยถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความรุ่งโรจน์เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนรกร้างห่างไกลออกไป ‘เรย์’ ยืนนิ่งอยู่บนยอดเนินเขาสูง สายตาเย็นชาจ้องมองไปยังผืนป่าที่กำลังฟื้นตัวจากเวทมนตร์โบราณของเอลีน่า ความสงบเงียบรอบกายขัดกับคลื่นอารมณ์ที่เชี่ยวกรากในจิตใจ “ท่านเรย์... ข้อมูลที่สายลับของเราส่งมาเป็นไปตามคาดครับ” เอลีน่าก้าวเข้ามาใกล้ แสงสีเงินจากดวงตาวาววับดุจอัญมณี เธอสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เรย์พยายามกดเอาไว้ “ภายในกิลด์ราชันย์โลหิตเริ่มเกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง พวกเขากำลังตั้งคำถามถึงความสามารถของจักรพรรดิทมิฬ” “นั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้น เอลีน่า” เรย์กล่าวโดยไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว “เมื่อความเชื่อใจพังทลายลง สิ่งที่เหลืออยู่คือความเห็นแก่ตัว พวกมันไม่ได้สู้เพื่ออุดมการณ์ แต่สู้เพื่อผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์เริ่มสั่นคลอน พวกมันนั่นแหละที่จะหันคมดาบเข้าหากันเอง” “ท่านต้องการให้เราเร่งแผนการในขั้นตอนต่อไปเลยหรือไม่ครับ?” เอลีน่าถามเชิงหยั่งเชิง เรย์หันกลับมา มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทว่าแววตากลับว่างเปล่า “ยังก่อน... ปล่อยให้พวกมันกัดกินกันเองจนถึงขีดสุดเสียก่อน ความตายที่น่าสยดสยองที่สุด ไม่ใช่ความตายที่เกิดจากคมดาบของศัตรู แต่คือความตายที่เกิดจากความหวาดระแวงในหมู่เพื่อนพ้องที่เคยไว้ใจกันที่สุด” เขาก้าวเดินผ่านเอลีน่าไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของพลังเวทที่เข้มข้นจนอากาศบิดเบี้ยว สำหรับเรย์ การยึดอาณาจักรคืนไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่คือการทำให้จักรพรรดิทมิฬเห็นว่า ทุกสิ่งที่มันภาคภูมิใจนั้นช่างเปราะบางเพียงใด กลับมาที่ศูนย์บัญชาการของราชันย์โลหิต ความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสมาชิกกิลด์ระดับสูงเริ่มถอนตัวออกจากภารกิจการขยายอาณาเขต หลายคนเริ่มมองหาทางหนีทีไล่เมื่อเห็นความล้มเหลวที่เกิดจากความประมาทของผู้นำตนเอง “เจ้าจะบ้าหรือไง! จะให้เราส่งกำลังพลไปตายที่ชายแดนอีกเนี่ยนะ!” หัวหน้ากองกำลังจู่โจมตะคอกใส่จักรพรรดิทมิฬ “เรย์กำลังวางกับดัก! เจ้ามองไม่ออกหรือไงว่ามันกำลังต้อนเราให้เข้ามุม!” จักรพรรดิทมิฬลุกขึ้นยืนช้าๆ พลังอำนาจมืดรอบกายพวยพุ่งออกมาจนโต๊ะไม้โอ๊กหรูหราแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความบ้าคลั่ง “ใครที่คิดว่าข้าไร้ความสามารถ... จงก้าวออกมา แล้วบอกข้าด้วยคมดาบของเจ้า!” ความหวาดกลัวปกคลุมทั่วห้องโถง สมาชิกหลายคนถอยกรูดออกห่าง แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในที่แห่งนี้ ร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นตา ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้แม้แต่จักรพรรดิทมิฬยังต้องชะงักงัน “เจ้าเรียกหาข้าหรือ?” เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำสะกดทุกชีวิตในห้องให้หยุดนิ่ง “ข้ามาเพื่อเตือนเจ้าเพียงอย่างเดียว... คืนนี้ ดวงดาวบนฟากฟ้าจะถูกย้อมด้วยสีแดงของความพินาศ และเจ้าจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นมัน” จักรพรรดิทมิฬเบิกตากว้างพร้อมชักดาบขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา “แก... แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง! พวกยามอยู่ไหน! ใครก็ได้ฆ่ามัน!” ทว่าไม่มีใครขยับตัว ทุกคนต่างยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่เรย์ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่ความเกลียดชังอย่างที่เคย แต่เป็นความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกดำ ทันใดนั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นจากชั้นใต้ดินของกิลด์ แรงสั่นสะเทือนทำให้เพดานพังทลายลงมา เศษอิฐเศษปูนร่วงหล่นลงมาท่ามกลางความโกลาหล และเมื่อฝุ่นควันจางลง ทุกคนก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้ใจแทบสลาย... สมบัติและคลังเวทมนตร์ที่เป็นหัวใจหลักของกิลด์ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข้อความด้วยเลือดที่เขียนทิ้งไว้บนผนังว่า... *‘นี่คือของขวัญชิ้นแรกจากข้า’* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมมาถึงตอนนี้ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดนะครับ ผู้กล้าตกอับ ครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%