จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 42

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
ความเงียบงันอันหนักหน่วงแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรงที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ กลิ่นอายของหินอ่อนบริสุทธิ์และยางไม้หอมยังไม่ทันจางหาย บรรยากาศกลับถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า เรย์ปรายตามองร่างในชุดเกราะสีเลือดที่ลอยอยู่เบื้องบน นัยน์ตาสสีนิลของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนเงาของอดีตสหายผู้ทรยศ "ช่างเป็นงานฉลองที่เอิกเกริกเสียจริง... ท่านอดีตสหายรัก ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะแอบสร้างรังหนูได้ใหญ่โตขนาดนี้" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังสะท้อนก้องมาจากร่างนั้น "ดยุคบารอน" แห่งกิลด์บูรพา หนึ่งในผู้มีอำนาจสูงสุดในเกมปัจจุบัน ผู้เล่นระดับท็อปเท็นที่กุมทรัพยากรไว้ในมือมหาศาล เขากวาดสายตามองความยิ่งใหญ่ของมหานครนิวเทอร์ราที่เรย์เพิ่งสร้างขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ เอลีน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างเรย์ขยับตัวเล็กน้อย ไอเวทมนตร์สีครามเริ่มหมุนวนรอบปลายนิ้วเรียวยาวของนาง บรรยากาศรอบตัวนางตึงเครียดขึ้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว นางกระซิบเสียงเบาแต่เฉียบขาด "นายท่าน... ให้ข้าจัดการมันเลยไหมเจ้าคะ แค่เศษสีย้อมมือสองที่บังاتอาจมาเหยียบดินแดนของเรา" "ใจเย็นก่อน เอลีน่า" เรย์ยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสุขุม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก "แขกผู้มีเกียรติเดินทางมาไกลถึงที่นี่ ทั้งยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาเยี่ยมเยียนถึงชายแดนรังหนู... เราในฐานะเจ้าบ้าน ควรต้อนรับให้สมเกียรติเขากสักหน่อย" เรย์ก้าวเท้าช้าๆ ไปยังระเบียงหินอ่อน ทุกย่างก้าวของเขาส่งเสียงก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึกที่สะท้อนอยู่ในจิตใจของทุกคนในที่นั้น ทหารยามและ NPC ระดับสูงที่อยู่รอบบริเวณต่างก้มศีรษะลงแสดงความเคารพอย่างพร้อมเพรียง แรงกดดันจากจิตสังหารของเรย์พุ่งทะยานขึ้นฟ้า ปะทะกับไอทมิฬของดยุคบารอนจนเกิดประกายไฟสีม่วงแล่บแปลบปลาทุ่งกลางอากาศ "ไม่เจอหน้ากันนาน ฝีมือการลอยตัวของเจ้ายังดูน่ารำคาญเหมือนเดิมนะ... บารอน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนกดขี่บรรยากาศรอบข้างให้เงียบงัน "ว่าแต่ ลมเพลมพัดอะไรหอบเอาสุนัขรับใช้ที่เคยคลานตามหลังข้าอย่างเจ้า มาเหยียบดินแดนที่ข้าสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อเล่า" ใบหน้าใต้หน้ากากเหล็กของดยุคบารอนกระตุกวูบ ความเย่อหยิ่งในแววตาแทนที่ด้วยความเกรี้ยวกราดในทันที ชื่อเสียงของ "เรย์" ในอดีตคือความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในใจผู้เล่นทุกคน การถูกหยามหน้าต่อหน้ากองกำลังที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาค้ำคอจนต้องแค่น "ปากดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ เรย์!" บารอนคำรามเสียงต่ำ ประกายแสงสีแดงฉานแผ่ขยายออกจากชุดเกราะระดับตำนาน "คิดว่าหนีมาซุกหัวนอนในดินแดนรกร้างนี่แล้วจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของจักรพรรดิทมิฬหรือไง? เจ้ามันก็แค่หมาป่าตกอับที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บ! อาณาจักร 'นิวเทอร์รา' อะไรนี่... อีกไม่เกินสามวัน กองทัพหกหมื่นนายของพวกเราจะบดขยี้มันให้ราบเป็นหน้ากลอง!" คำขู่ก้องกังวานไปทั่ว แต่เรย์กลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนบารอนต้องขมวดคิ้วมุ่น "หกหมื่นนายงั้นหรือ..." เรย์ปรายตามองอีกฝ่ายราวกับกำลังมองแมลงตัวเล็กๆ "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้าสร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อให้พวกเจ้ามาทำลายเล่น? บารอนเอ๋ย... เจ้ายังโง่เง่าและมองการณ์ไกลไม่ต่างจากหมาที่คอยเก็บเศษกระดูกจากโต๊ะอาหารเหมือนในอดีตเลยแม้แต่น้อย" "เจ้าว่าไงนะ?!" บารอนเงื้อมือขึ้น วงเวทย์สีเลือดขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บีบอัดพลังงานทำลายล้างสูงเตรียมซัดถล่มลงมายังท้องพระโรง "หยุดมือก่อนเถอะครับ..." เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ปักลวดลายตราสัญลักษณ์รูปตาชั่งทองคำ ก็ก้าวออกมาจากเงาเสาหินอย่างไร้สุ้มเสียง เขายกมือขึ้นห้ามราวกับกำลังไกล่เกลี่ยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป บารอนชะงัก หรี่ตามองผู้มาใหม่ด้วยความระแวง "แกเป็นใคร? กล้าดียังไงมาสั่งข้า!" ชายหนุ่มในชุดสูทโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท รอยยิ้มพริมใจประดับบนใบหน้า ทว่านัยน์ตากลับคมกริบราวนกอินทรีย์ที่จ้องมองเหยื่อ "กระผมมีนามว่า 'ลูคัส' เป็นตัวแทนจากสมาพันธ์การค้าแห่งทวีปกลาง... ท่านบารอนครับ การใช้กำลังทำลายล้างทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเช่นนี้ มันเป็นวิธีของคนไร้รสนิยมนะครับ" เอลีน่าหรี่ตาลงทันที นางจำสมาพันธ์นี้ได้ดี พวกมันคือกลุ่มทุนอิสระที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกม ควบคุมตลาดไอเทมและเส้นทางการค้าทั้งหมด ลูคัสไม่สนใจท่าทีระแวดระวังของทุกคน เขาหันมาโค้งคำนับให้เรย์ด้วยความเคารพที่มากกว่าเดิม "เรียน ท่านเรย์... ทางสมาพันธ์ของเราเฝ้าติดตามการเติบโตของนิวเทอร์รามาสักพักแล้วครับ ผลผลิตทางการเกษตร แร่หายาก และระบบป้องกันเมืองที่ท่านออกแบบ... มันยอดเยี่ยมจนน่าทึ่ง ท่านจักรพรรดิทมิฬอาจจะมองว่าท่านคือศัตรู แต่สำหรับพวกเราแล้ว... ท่านคือเพชรเม็ดงามที่ถูกทิ้งขว้างโดยคนตาบอด" บารอนหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น "ลูคัส! แกหมายความว่ายังไง? สมาพันธ์จะหนุนหลังไอ้บ้านี่งั้นเหรอ!" "เราไม่ได้หนุนหลังใครเป็นพิเศษหรอกครับท่านบารอน... เราแค่สนับสนุน 'ผู้ชนะ' เสมอ" ลูคัสหันไปยิ้มให้บารอนอย่างสุภาพ แต่คำพูดกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "และดูเหมือนว่า... ข้อเสนอที่สมาพันธ์เตรียมมาให้ท่านเรย์ในวันนี้ จะมีมูลค่ามากกว่าการทำสงครามไร้สาระที่ท่านกำลังจะทำเสียอีก" เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสนใจเริ่มปรากฏในแววตาสีนิล เขานั่งลงบนบัลลังก์หินอ่อน ประสานมือเข้าหากันอย่างใจเย็น "ว่ามาสิ ลูคัส... ข้อเสนอที่ว่า น่าสนใจพอที่จะทำให้ข้าละสายตาจากสุนัขที่กำลังเห่าหอนตัวนี้หรือเปล่า" ลูคัสแย้มยิ้มกว้าง คว-มเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะตบมือเบาๆ สองครั้ง ประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงก็เปิดออก พร้อมกับกลุ่มคนในชุดคลุมสีทองที่เข็นหีบสมบัติลึกลับเข้ามา ทว่า ในวินาทีที่ฝาหีบถูกแง้มออกเพื่อเผยให้เห็นแสงสว่างเจิดจ้าของไอเทมระดับพระเจ้าที่ซ่อนอยู่ภายใน... เสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานก็ดังกระหึ่มขึ้นในหัวของเรย์ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาเขาทุกคน *[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ผู้เล่นระดับตำนาน 'โอดิน' ผู้ครองอาณาจักรแดนเหนือ ได้ประกาศสงครามข้ามเขตแดนมายัง 'นิวเทอร์รา' แล้ว... และเวลานับถอยหลังสู่การบุกรุก เหลือเพียง... 10 นาที!]* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%