"อย่าได้ขยับแม้แต่นิ้วเดียว ถ้าไม่อยากให้หัวใจหยุดเต้นไปพร้อมกับพื้นดินที่เธอกำลังเหยียบอยู่ เอลีน่า"
เสียงของเรย์ราบเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งคมดาบที่พาดผ่านลำคอ เขายืนอยู่กลางที่ราบร้างอันแห้งแล้ง ดินทรายสีเทาดูราวกับซากศพของโลกที่ไร้ชีวิต ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธใดๆ นอกจากคทาไม้โอ๊คเก่าคร่ำที่ดูไร้ราคา ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับกวาดมองพื้นดินราวกับกำลังอ่านอักขระโบราณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เอลีน่าชะงักฝีเท้าทันที เธอเป็นถึงจอมเวทผู้ล่วงรู้ความลับของอาณาจักรที่สาบสูญ แต่ในวินาทีนี้ ลมหายใจของเธอกลับติดขัด ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สะท้อนขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันคือ ‘เสียงหัวใจ’ ของบางสิ่งที่ถูกจองจำมานานนับพันปี
"นี่มันไม่ใช่แค่จุดบอดของแผนที่... แต่มันคือสุสานของจักรวรรดิที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ใช่ไหมคะ?" เอลีน่าถาม พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้ความกลัวจะแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง
เรย์ไม่ตอบ เขาค่อยๆ วางมือลงบนพื้นทรายที่ร้อนระอุ พลังงานสีครามจางๆ ไหลออกจากปลายนิ้วเข้าสู่ผืนดินดั่งเส้นใยแมงมุมที่แผ่ขยายออกไปในวงกว้าง ทันใดนั้น ผืนทรายที่เคยตายซากก็เริ่มปริแตก เสียงกรีดร้องของหินผาที่เสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินยุบตัวลงเผยให้เห็นช่องโหว่ลึกสุดหยั่งตา ราวกับปากของสัตว์ร้ายที่รอคอยเหยื่อมานานแสนนาน
"เพื่อนรักของผม... จักรพรรดิทมิฬ คงไม่มีวันนึกฝันว่าสิ่งที่เขาตามหามาค่อนชีวิต กลับถูกฝังไว้อยู่ใต้เท้าที่เขาเคยเหยียบย่ำและถ่มน้ำลายใส่" เรย์แค่นยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนาวเหน็บขึ้นถนัดตา
ทั้งสองร่างกระโดดลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ความมืดปกคลุมไปทั่วทิศทาง แต่ในชั่วพริบตาที่เท้าของเรย์สัมผัสถึงพื้นหินแข็ง คบเพลิงรอบห้องโถงมหาศาลก็ลุกโชนขึ้นพร้อมกันด้วยเปลวไฟสีม่วงอ่อน เผยให้เห็นสถานที่ที่หยุดเวลาเอาไว้... ห้องโถงกว้างใหญ่ที่ทำจากศิลาสีนิลบริสุทธิ์ บนผนังประดับประดาด้วยรูปปั้นวีรชนที่ถืออาวุธหันปลายลงดิน เป็นสัญลักษณ์ของการยอมสยบต่อความตาย
ที่ใจกลางห้องโถงนั้นเอง 'ศิลาอาณาจักร' ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันเป็นผลึกคริสตัลรูปทรงเรขาคณิตที่สะท้อนแสงดาวจากเพดานถ้ำที่ถูกเจาะไว้ด้วยกลไกอันซับซ้อน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนแม้แต่คนที่มีระดับพลังอย่างเอลีน่ายังต้องทรุดเข่าลงกับพื้น
"ศิลาอาณาจักรต้นกำเนิด..." เอลีน่าพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยำเกรง "ถ้าเราครอบครองสิ่งนี้ได้ เราก็สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ของพื้นที่แห่งนี้ได้ตามใจปรารถนา ไม่ใช่แค่สร้างอาณาจักร แต่มันคือการสร้างโลกใหม่ขึ้นมาใหม่เลยนะคะ"
เรย์เดินตรงไปยังศิลานั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเฉยเมยที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใน มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสพื้นผิวที่เย็นเยียบของศิลา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ภาพนิมิตแห่งอดีตก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว—เสียงดาบปะทะกัน เสียงโห่ร้องของกองทัพที่ภักดี และความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังโดยคนที่เขาเรียกว่าพี่น้อง
"ความเจ็บปวดนี้... จะเป็นรากฐานของความยิ่งใหญ่" เรย์กล่าวเบาๆ ในขณะที่ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะถ่ายทอดมานาเพื่อเปิดใช้งานศิลา เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งเกินกว่าจะเป็นใครอื่นได้
"ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาพบท่านที่นี่... อดีตสหายที่น่าสมเพช"
เรย์ชะงัก เขาค่อยๆ หันกลับไปมองพร้อมกับเอลีน่า ความโกรธแค้นที่เก็บงำมานานนับปีถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสนิท จักรพรรดิทมิฬในชุดเกราะสีดำทมิฬประดับด้วยอัญมณีล้ำค่ากำลังยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกองกำลังเงาที่ล้อมรอบห้องโถงเอาไว้จนไร้ทางหนี
"ข้าอุตส่าห์เดาทางท่านไปทั่วสารทิศ แต่ไม่คิดเลยว่าหนูจะยอมมุดลงมาถึงก้นบึ้งของนรกเพื่อหาสมบัติที่ไม่มีวันเป็นของท่าน" จักรพรรดิทมิฬหัวเราะร่วน ดาบในมือของเขาเริ่มแผ่รังสีสังหารออกมา "คืนศิลาซะ แล้วข้าจะเมตตาให้ท่านตายอย่างสมเกียรติในฐานะอดีตเพื่อนร่วมกิลด์"
เรย์ไม่ได้ตอบโต้อย่างตื่นตระหนก เขากลับหันกลับไปหาศิลาอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายต้องชะงักฝีเท้า
"เจ้าคงลืมไปแล้วว่า ก่อนที่เจ้าจะก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิได้ ใครกันที่เป็นคนสร้างระบบป้องกันด่านสุดท้ายให้เจ้า..." เรย์กล่าวพลางบิดข้อมือไปในทิศทางที่แปลกประหลาด "และเจ้าก็คงลืมไปอีกเช่นกัน ว่ารหัสผ่านของศิลานี้... ข้าเป็นคนตั้งมันขึ้นมาเองกับมือ"
ทันใดนั้น ศิลาสีนิลก็เปลี่ยนสีจากม่วงเข้มกลายเป็นสีแดงเลือด ทั่วทั้งห้องโถงเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะพลังงานที่สั่นคลอน แต่เพราะกลไกการป้องกันโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น พื้นหินที่พวกจักรพรรดิทมิฬยืนอยู่เริ่มแยกออกจากกัน เผยให้เห็นหุบเหวแห่งลาวาที่หมุนวนอยู่เบื้องล่าง
"เตรียมตัวให้พร้อมเอลีน่า" เรย์กล่าวเบาๆ พลางดึงดาบที่ซ่อนอยู่ในคทาออกมา "เพราะวันนี้... อาณาจักรแรกของเราจะถูกสร้างขึ้นบนซากศพของพวกมัน"
ในวินาทีที่จักรพรรดิทมิฬพุ่งดาบเข้ามา เรย์กลับไม่ได้ตั้งรับ แต่เขากลับร่ายเวทมนตร์บทต้องห้ามที่ดึงเอาชีวิตของศัตรูมาเป็นพลังงานให้ศิลาอาณาจักร สิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไม่ใช่ความตาย แต่มันคือ... กองทัพเงาที่หน้าตาเหมือนตัวเขาทุกประการนับร้อยชีวิตที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปสู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- ผู้กล้าตกอับ -
จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 3
มรดกจากอดีต
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!