"ถ้าเจ้ายังไม่วางดาบลงในอีกสามวินาที ข้าเกรงว่าคอของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าเสียก่อนที่จะได้เห็นตะวันตกดินในวันนี้"
เสียงของเรย์ราบเรียบและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังผู้ใหญ่บ้านแห่ง 'หมู่บ้านกรีนวัลเลย์' ที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า กองกำลังทหารสิบสองนายที่เรย์นำมาด้วยไม่มีใครส่งเสียงแม้แต่คำเดียว พวกเขาคือหมากรุกที่เรย์ขัดเกลามากับมือในฐานะ 'จอมทัพ' ผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับความไร้ระเบียบ
ผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนทิ้งดาบสนิมเขรอะในมือลงพื้นด้วยความหวาดกลัว เสียงเหล็กกระทบหินดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันไปทั่วหมู่บ้าน
"ท่าน... ท่านจะเอาอะไรจากพวกเรานักหนา? เราจ่ายส่วยให้จักรวรรดิไปหมดสิ้นแล้ว!" ชายผู้นั้นตะโกนทั้งน้ำตา
เรย์ก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างช้าๆ รองเท้าบูทหนังของเขาเหยียบลงบนพื้นดินที่แห้งแล้ง เขาไม่ได้มองที่ตัวชายผู้นั้น แต่ทอดสายตามองไปที่ไร่นาที่รกร้างและเด็กๆ ที่แอบมองด้วยแววตาหิวโหยหลังรั้วไม้ผุๆ
"ส่วยที่พวกเจ้าส่งไป มันไปไม่ถึงปากท้องของพวกเจ้าหรอก" เรย์กล่าวพลางหันไปสบตาเอลีน่าที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มร่ายเวทมนตร์เบาๆ ไอเวทสีฟ้าจางๆ แผ่ขยายออกไปครอบคลุมผืนดินรอบหมู่บ้าน ดินที่เคยแตกระแหงเริ่มมีความชุ่มชื้นขึ้นอย่างน่าประหลาด
"ข้าไม่ต้องการส่วยจากพวกเจ้า" เรย์หยิบม้วนกระดาษหนังที่มีตราสัญลักษณ์อาณาจักรใหม่ของเขาออกมา "ข้าต้องการ 'กำลังคน' และ 'ผลผลิต' เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และเพื่อแลกกับสิ่งนั้น ข้าจะมอบความปลอดภัย อาหารที่เพียงพอ และที่สำคัญที่สุด... สิทธิในการมีชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีที่พวกเจ้าไม่เคยได้รับจากไอ้จักรพรรดิทมิฬนั่น"
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปจากความเกลียดชังเป็นความสับสน ชาวบ้านเริ่มออกมาจากบ้านไม้ผุพัง พวกเขามองหน้ากันด้วยความลังเล ใครจะกล้าเชื่อคนแปลกหน้าที่ยกกองทัพมาถึงหน้าประตู?
"เรย์ ดูนั่น..." เอลีน่ากระซิบข้างหู น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทที่ผิดปกติบางอย่างจากทิศทางของเมืองหลวงที่ถูกยึดครอง
เรย์หรี่ตาลง เขารู้ดีว่าจักรพรรดิทมิฬไม่มีทางปล่อยให้เขาขยายอาณาเขตได้โดยง่าย ยิ่งเขาสร้างความรุ่งเรืองมากเท่าไหร่ ความโกรธแค้นของอดีตเพื่อนร่วมกิลด์ผู้นี้ก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น
"จงเลือกเอา" เรย์หันกลับมาหาชาวบ้าน "จะเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ที่มองพวกเจ้าเป็นเพียงขยะ หรือจะเป็นพลเมืองของอาณาจักรที่ข้ากำลังจะสร้างขึ้น... อาณาจักรที่จะไม่มีใครกล้ามารังแกพวกเจ้าได้อีก"
ทันใดนั้น เสียงแตรศึกดังขึ้นจากระยะไกล มันไม่ใช่เสียงแตรของกองทัพทั่วไป แต่เป็นเสียงแตรเวทมนตร์ของ 'อัศวินดำแห่งกิลด์ทมิฬ' ที่เรย์คุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือสัญญาณของการกวาดล้างที่รวดเร็วและไร้ความปราณี
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาด" เอลีน่าดึงคทาออกมาจากห้วงมิติ
"ไม่ต้องตกใจ" เรย์ยกมือขึ้นห้ามความตื่นตระหนกของเหล่าทหาร "นี่คือบททดสอบแรกของการรวมชาติ หากเราปกป้องคนเหล่านี้ไม่ได้ เราก็ไม่มีสิทธิ์จะฝันถึงบัลลังก์ที่เคยสูญเสียไป"
เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด กองกำลังถูกจัดวางตามยุทธวิธีที่เรย์ถนัดที่สุด พลังของเขาไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่คือ 'ตำแหน่ง' และ 'จังหวะเวลา' เรย์รู้จุดอ่อนของกิลด์ทมิฬดีกว่าใคร พวกมันประมาท พวกมันคิดว่ากองทัพของเรย์ยังเป็นแค่กลุ่มคนไร้บ้าน
ขณะที่กองทัพม้าของศัตรูกำลังควบตะบึงเข้ามาหา เรย์กลับยืนนิ่งอยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการรับมือ เขาหยิบเหรียญทองโบราณที่เคยได้รับจากการภารกิจระดับตำนานขึ้นมาแล้วบีบมันจนแตกสลาย พลังเวทสายเลือดของจอมทัพเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย
"เอาล่ะ มาดูกันว่าในยามที่เจ้าต้องเผชิญหน้ากับความตายด้วยน้ำมือของคนที่เจ้าเคยทรยศ... เจ้าจะยังทำหน้าตาระรื่นได้อีกนานแค่ไหน"
เสียงอาชาศึกใกล้เข้ามาจนแผ่นดินสะเทือน แต่สิ่งที่ทำให้เรย์ต้องชะงักไม่ใช่กองทัพม้าเหล่านั้น หากแต่เป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นเหนือกลุ่มกองทัพศัตรู เขาคือ 'รองหัวหน้ากิลด์ทมิฬ' คนที่เคยเป็นมือขวาของเรย์มาก่อน
ชายผู้นั้นขี่ม้าพุ่งทะยานออกมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะชี้ปลายหอกมาที่เรย์ "ท่านอดีตจักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเก็บขยะพวกนี้มารวมกัน จะทำให้เจ้ากลับมาเป็นราชาได้อีกครั้ง?"
เรย์ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เอลีน่าถึงกับขนลุก เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้แพ้ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่วางกับดักไว้สำเร็จแล้ว
"ขยะงั้นหรือ? งั้นเจ้าลองมองดูรอบๆ เท้าของเจ้าให้ดีสิ"
เพียงสิ้นเสียง คำสั่งของเรย์ทำงานทันที พื้นดินรอบหมู่บ้านที่เอลีน่าร่ายเวทเตรียมไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อเพาะปลูกเพียงอย่างเดียว แต่มันคือกับดักเวทมนตร์โบราณที่เรย์ติดตั้งไว้ตั้งแต่มาถึง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นดินแยกตัวออก กองทัพม้าที่กำลังพุ่งมาเสียหลักตกหลุมพรางนับสิบ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ศัตรูกำลังจะพ่ายแพ้ ยอดไม้รอบๆ กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เงาดำทมิฬขนาดมหึมาที่ไม่มีใครคาดคิดกระโจนลงมาจากยอดเขาสูง มันไม่ใช่ทหารของศัตรู แต่เป็น 'อสูรกายแห่งความมืด' ที่จักรพรรดิทมิฬส่งมาเพื่อฆ่าตัดตอนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง!
สายตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าอสูรกายนั่นคืออะไร มันคืออาวุธต้องห้ามที่เขารู้วิธีทำลายเพียงคนเดียว แต่ทว่าตอนนี้เขายังขาดองค์ประกอบสุดท้ายที่จะสยบมัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่เดิมพันด้วยความเป็นตายของเรย์ไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ผู้กล้าตกอับ -
จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 11
ขยายอาณาเขต
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!