เสียงกระแทกของถังไม้สนทนาเสียงดังโครมครามจนป้าสะใภ้รองเฉินที่แอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้านถึงกับสะดุ้งสุดตัว หลินอวี้ซินไม่ได้สนใจสายตาริษยาที่สอดส่องเข้ามาแม้แต่น้อย สองมือเรียวบางแต่ทรงพลังกำลังจัดเรียงขวดเซรามิกบรรจุ "ยาสมานแผลสูตรพิเศษ" และ "น้ำมันสมุนไพรบรรเทาปวดข้อ" ลงในเข่งไม้ไผ่สานอย่างประณีต กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของสะระแหน่ป่าและโสมภูเขาโชยจางๆ ขับไล่ความอับชื้นของอากาศยามสายให้มลายหายไปในพริบตา
"อวี้ซิน... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะแบกของพวกนี้ไปขายถึงตัวเมืองมณฑล? ทางมันไกล ทั้งยังต้องผ่านด่านตรวจของพวกคณะปฏิวัติอีก หากเกิดเรื่องขึ้นมา..." จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกังวล มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับจาตักและไร่ไถนาเอื้อมมาช่วยจัดสายสะพายเข่งให้เข้าที่ ดวงตาคมกราบกรานมองภรรยาตัวน้อยด้วยความรักและห่วงใยระคนทึ่ง
หลินอวี้ซินเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมั่นอกมั่นใจ นางตบหลังมือหนาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน
"พี่จางเหว่ย ท่านไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะ ยุคสมัยนี้แม้จะเข้มงวด แต่คนเราเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมดา ยาของข้าไม่ได้มีไว้เก็งกำไรเกินควร แต่มันช่วยต่อชีวิตคนได้ ท่านคิดดูสิว่าชาวบ้านในเมืองใหญ่ที่ต้องทำงานหนักในโรงงาน หรือคนแก่ที่ข้อเข่าเสื่อมจากความหนาวเหน็บ พวกเขาต้องการยาดีแค่ไหน..." นางเว้นวรรคเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า "การที่เราจะก้าวไปเป็นเศรษฐีพันล้านตามเป้าหมายที่เราวางไว้ จะมัวแต่ขายของกระจุ๊กกระจิกอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ"
คำว่า "เศรษฐีพันล้าน" ที่ภรรยาพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยทำให้จางเหว่ยถึงกับกลั้วหัวเราะในลำคอ แม้ในยุค 70 นี้ ความคิดเช่นนี้อาจฟังดูบ้าบิ่นและเสี่ยงต่อการถูกเพ่งเล็งว่าเป็นพวกนายทุน แต่เมื่อมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวของภรรยา เขาก็พร้อมที่จะเดินตามนางไปสุดหล้าฟ้าเขียว
ในมิติลับของอวี้ซินเวลานี้ สมุนไพรล้ำค่าอายุกับร้อยปีถูกเก็บเกี่ยวและแปรรูปจนได้คุณภาพระดับพรีเมียม การเดินทางไปเมืองใหญ่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไปลองเชิงตลาด แต่เป็นการเปิดฉาก "ยึดครองตลาด" ด้วยภูมิความรู้ทางการแพทย์แผนจีนผสานกับเทคโนโลยีการสกัดสมัยใหม่จากโลกเก่าที่นางครอบครอง
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตรวจความเรียบร้อยของสัมภาระ เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้รองเฉินก็แผดดังขึ้นทำลายบรรยากาศทันที
"โฮ้ย! ดูคู่สามีภรรยาคู่นี้สิ! ทำตัวลับๆ ล่อๆ ขนของออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ คิดจะไปซุกซ่อนทรัพย์สินอะไรหนีภาษีส่วนรวมหรือเปล่า? หรือว่าแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนผิดกฎหมายกันแน่! ฉันต้องไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านมาดูให้เห็นกับตา!"
ป้าสะใภ้รองเฉินหมายมั่นจะพุ่งเข้ามาขวางทางและควานหาของในเข่ง แต่มีหรือที่หลินอวี้ซินจะยอมให้คนน่ารำคาญเช่นนี้มาขัดขวางแผนการใหญ่ นางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก
"ป้าสะใภ้รองเจ้าคะ เดินระวังหน่อยนะคะ แถวนี้พื้นเฉอะแะ หากล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา เกรงว่าต่อให้ข้ามีฝีมือการแพทย์ล้ำเลิศแค่ไหน ก็คงช่วยรักษาความปากพล่อยของท่านไม่ได้หรอกค่ะ" หลินอวี้ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่แฝงด้วยกระแสกดดันจนอีกฝ่ายชะงักกึก
"นัง... นังตัวดี แกกล้าแช่งฉันเรอะ!" ป้าสะใภ้รองหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ
"ข้าไม่ได้แช่งค่ะ แต่เตือนด้วยความหวังดี ในเมื่อท่านว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ทำไมไม่ลองกลับไปดูแปลงผักที่ท่านขโมยถอนมาจากแปลงของบ้านเราเมื่อวานดูล่ะคะ เผื่อว่าตอนนี้รากมันเน่าคามือท่านไปแล้วกระมัง"
คำพูดนี้ทำเอาป้าสะใภ้รองหน้าซีดเผือดโดยพลัน เพราะนางแอบไปขโมยผักจริงตามที่ถูกกล่าวหา นางอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงต่อ แต่จางเหว่ยที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายภรรยาได้ก้าวออกมารuบังรัศมี ร่างกายสูงใหญ่กำยำและสายตาดุจพญาอินทรีที่มองตรงมา ทำให้ป้าสะใภ้รองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก
"เราไปกันเถอะค่ะพี่จางเหว่ย รถบรรทุกสินค้ากำลังจะออกแล้ว" หลินอวี้ซินกล่าวตัดบทอย่างไม่iใยดี
การเดินทางด้วยเกวียนบรรทุกสินค้าและต่อรถโดยสารประจำทางมุ่งสู่เมืองใหญ่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ฝุ่นตลบอบอวลและแรงกระแทกตลอดทางไม่ได้ทำให้นางรู้สึกย่อท้อแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม หัวใจของแพทย์หญิงสาวกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น กลิ่นอายความเจริญ ความพลุกพล่านของตึกรามบ้านช่อง และผู้คนที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าพวกเขาก้าวเข้าสู่เขตเมืองศูนย์กลางการค้าแล้ว
จางเหว่ยคอยโอบประคองภรรยาลงจากรถอย่างทะนุถนอม ทั้งคู่แวะพักที่โรงเตี๊ยมเก่าๆ แห่งหนึ่งเพื่อจัด The Setup ของสินค้าล็อตแรก หลินอวี้ซินเปิดขวดเซรามิกใบเล็ก กลิ่นหอมละมุนของยาสมานแผลและสมุนไพรล้ำค่ากระจายตัวออกไปทันที ดึงดูดสายตาของพ่อค้าคนกลางและผู้คนเดินถนนที่ผ่านไปมาให้ต้องเหลียวมองด้วยความฉงน
ทว่า ในขณะที่หลินอวี้ซินกำลังจะเริ่มเจรจาธุรกิจครั้งสำคัญกับเถ้าแก่ร้านขายยารายใหญ่ประจำเมือง ประตูไม้หนقของร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานแต่แววตากลับเจ้าเล่ห์เพทุบาย ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าพวกนางด้วยรอยยิ้มหยัน
"ฮ่าๆๆ นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็เด็กบ้านนอกคอกนาคิดจะมาขายยาปลอมหลอกชาวบ้านในเมืองนี้นี่เอง! ร้านยาตระกูลเฉินของเราผูกขาดการค้าatที่นี่มาสิบปี อย่าหวังเลยว่าพวกแกจะเอาขยะพวกนี้มาขายออกเด็ดขาด!"
บรรยากาศภายในร้านเงียบกริบลงทันตาเห็น ลูกค้าหลายคนต่างหยุดชะงัก รอดูว่าหญิงสาวหน้าตาหมดจดและสามีชาวไร่จะรับมือกับอิทธิพลท้องถิ่นอย่างไร
หลินอวี้ซินเงยหน้าขึ้น สบตากับชายวัยกลางคนผู้นั้นนิ่ง รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม นางหยิบขวดเซรามิกขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะท้อนก้องไปทั่วร้าน
"ยาปลอมหรือเจ้าคะ? เถ้าแก่เฉิน... เกรงว่าท่านคงจะตาถั่วเกินไปกระมัง หรือว่ากลัวว่ายาของข้าจะดีจนทำให้ร้านยาผูกขาดใกล้เจ๊งกันแน่คะ?"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองสมุนไพรในมือของอีกฝ่ายที่วางอยู่บนชั้น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่พลิกสถานการณ์ในพริบตา "อีกอย่าง... ถ้าท่านอยากรู้ว่ายาของข้าดีจริงไหม ทำไมไม่ลองให้ท่านผู้เฒ่าที่ยืนไออยู่มุมเสานั่นลองดมกลิ่นสมุนไพรของข้าดูสิคะ? ข้ารับรองว่าอาการหอบหืดเรื้อรังของเขาจะสงบลงภายในสามลมหายใจ... ถ้าทำไม่ได้ ข้าจะยอมคุกเข่าคำนับท่านสามครั้งกลางถนนเลยค่ะ!"
สิ้นคำพูดท้าทายนั้น สายตาทุกคู่ในร้านก็พุ่งตรงไปยังชายชรามุมเสาทันที ขณะที่ชายชราผู้นั้นกำลังอ้าปากพะงาบๆ จะสูดลมหายใจเข้า...
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางและร่วมสร้างความฝันไปกับอวี้ซินนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 22
มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!