"คุณหนูหลิน... แย่แล้ว! คุณผู้หญิงจากเมืองหลวง... คนนั้นมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว!"
เสียงตะโกนหอบแฮกของเด็กน้อยในหมู่บ้านดังแหวกลมหนาวช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเข้ามาถึงในลานบ้าน ทำให้มือที่กำลังงละมุนอยู่กับการคัดแยกโสมป่าอายุหลายสิบปีในมิติลับของหลินอวี้ซินชะงักลงทันที
หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว คุณผู้หญิงจากเมืองหลวงงั้นหรือ? หากไม่ใช่คุณแม่สามีผู้สูงศักดิ์ที่รังเกียจสะใภ้บ้านนอกอย่างเธอก็จคงเป็นใครอื่นไม่ได้ รวดเร็วจริงๆ ข่าวสารจากเมืองหลวงนี่เดินทางเร็วยิ่งกว่าม้าเร็วยุคโบราณเสียอีกนะคะ
"อวี้ซิน เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น?"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านของจางเหว่ย เขาเดินก้าวออกมาจากห้องครัว มือข้างหนึ่งยังถือตะหลิวเหล็กด้ามไม้ที่ใช้ผัดอาหารอยู่เลย กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงและเครื่องเทศยาจีนโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นต่อมน้ำลายของผู้ที่ได้กลิ่นเป็นอย่างดี แต่ในยามนี้บรรยากาศรอบตัวกลับไม่น่ารื่นรมย์นัก
หลินอวี้ซินเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้ ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปากเพื่อคลายความกังวลให้สามี แม้ว่าในใจจะเริ่มวางหมากรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าไว้แล้วก็ตามที
"ไม่มีอะไรมากห어요 สามี... แค่แขกที่ไม่ได้รับเชิญจากเมืองหลวงมาเยือนถึงที่เท่านั้นเองค่ะ คุณรีบไปดูเตาไฟก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหมูตุ๋นน้ำแดงสูตรลับของเราจะไหม้เสียก่อน วันนี้เราอุตส่าห์ใช้เนื้อหมูคุณภาพดีที่แล่มาจากตลาดมืดทั้งทีนะคะ"
จางเหว่ยขมวดคิ้วเข้ม ใบหน้าคมคายฉายแววดุดันขึ้นมาทันที เขาววางตะหลิวลงบนโต๊ะใกล้ๆ แล้วเดินตรงเข้ามาหาภรรยาตัวน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือหนาที่แฝงไปด้วยความห่วงใยถ่ายทอดมาถึงตัวเธออย่างชัดเจน
"ไม่ว่าใครจะมาหน้าไหน พี่ก็จะไม่ยอมให้ใครมาพรากเจ้าไปจากพี่เด็ดขาด" น้ำเสียงของจางเหว่ยหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของอวี้ซิน ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของทั้งคู่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ผ่านความยากลำบาก ผ่านการดูถูกเหยียดหยามจากคนรอบข้าง และผ่านการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามวิกฤต ความผูกพันนี้ได้หลอมรวมหัวใจของคนทั้งสองเข้าด้วยกันจนยากจะแยกขาดจากกันได้แล้วนะคะ
หลินอวี้ซินรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนไหล่ของเธอไว้แน่น ดวงตาคู่สวยประกายแสงแห่งความมั่นใจ
"พี่เหว่ย... วางใจเถอะค่ะภรรยาของท่านคนนี้ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มๆ ให้ใครมาบีบปั้นได้ตามใจชอบหรอกนะคะ ถ้าคนพวกนั้นมาดี เราก็ต้อนรับด้วยไมตรี แต่ถ้ามาเพื่อหาเรื่อง... หึ สมุนไพรพิษในมิติของฉันก็ไม่ได้มีไว้แค่รักษาคนอย่างเดียวนะคะ"
คำพูดติดตลกแต่แฝงความร้ายกาจเล็กๆ นั้นทำให้จางเหว่ยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในอากาศผ่อนคลายลงทันตาเห็น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหอมหน้าผากมนของภรรยาอย่างแผ่วเบา เป็นการให้กำลังใจที่อบอุ่นที่สุดในยามที่พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดเข้าประชิดบ้านหลังน้อยหลังนี้
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าออกจากประตูบ้าน เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นหูเป็นอย่างดีของป้าสะใภ้รองเฉิน ที่คอยแต่จะหาเรื่องกลั่นแกล้งพวกเขาอยู่เสมอ
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อวี้ซิน นังตัวดี! ลูกสะใภ้อกตัญญู! รีบออกมาต้อนรับท่านผู้หญิงจากเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลยนะ! เธอรู้ไหมว่าคนที่มาคือนายหญิงตระกูลใหญ่เชียวนะยะ!"
หลินอวี้ซินปรายตามองไปทางประตูรั้ว รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ช่างกระตือรือร้นเสียจริง ป้าสะใภ้รองคนนี้นี่นะ คงจะวิ่งโร่ไปเลียแข้งเลียขาคนจากเมืองหลวงตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้านเสียด้วยซ้ำ หวังจะเกาะชายผ้าเหลืองเขาสกเข้าเมืองหลวงล่ะสิคะ ช่างน่าสมเพชเสียจริง
จางเหว่ยขบกรามแน่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"เดี๋ยวพี่ออกไปจัดการเอง" จางเหว่ยเอ่ยเสียงต่ำ
"ไม่ต้องค่ะพี่เหว่ย..." หลินอวี้ซินเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "เรื่องนี้... ให้ภรรยาคนนี้เป็นคนต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ รับรองว่าท่านผู้หญิงจากเมืองหลวงท่านนั้น จะไม่มีวันลืมการมาเยือนหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ไปตลอดชีวิตเลยล่ะค่ะ"
ว่าแล้ว สองสามีภรรยาก็ก้าวเดินเคียงคู่กันออกไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง บรรยากาศรอบตัวราวกับมีรัศมีสีทองแห่งความเชื่อมั่นแผ่ซ่านออกมา ขจัดการกดดันจากภายนอกจนหมดสิ้น
เมื่อประตูรั้วเปิดออก ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏร่างของหญิงวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดสูทผ้าไหมเนื้อดี สวมหมวกปีกกว้างบังแดด ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยความถือตัวและรังเกียจสภาพแวดล้อมรอบข้าง โดยมีป้าสะใภ้รองเฉินยืนยิ้มหน้าบานอยู่ข้างๆ คอยพัดวีเอาอกเอาใจราวกับเป็นสาวใช้ส่วนตัว
หญิงวัยกลางคนผู้สูงศักดิ์กวาดสายตามองหลินอวี้ซินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะแค่นเสียงออกมาเบาๆ ในลำคอ
"หึ... คิดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ที่แท้ก็แค่เด็กสาวบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งนี่เอง กล้าดียังไงถึงได้มาเกาะแกะลูกชายตระกูลใหญ่ของฉัน!"
หลินอวี้ซินไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยืนอกผายไหล่ผึ่ง รอยยิ้มการค้าถูกระบายไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ น้ำเสียงใสใสกังวานเอמהตอบกลับไปอย่างนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
"โอ้... ท่านผู้หญิงนี่เองค่ะที่มาเยือน เรือนพักบ้านๆ ของพวกเราถึงกับสว่างวาบขึ้นมาเลยทีเดียวเชียวค่ะ แต่ว่านะ... ก่อนที่ท่านจะมาสั่งสอนใครเรื่องชาติตระกูล รบกวนช่วยสำรวจกลิ่นอายความไร้มารยาทที่ติดตัวท่านมาตั้งแต่ก้าวเข้าเขตบ้านฉันด้วยนะคะ พอดีว่าจมูกของหมออย่างฉันค่อนข้างไวต่อ... 'กลิ่นขยะเปียก' ที่คอยเดินตามตูดคนอื่นน่ะค่ะ!"
ป้าสะใภ้รองเฉินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำเหน็บแนมนั้น ส่วนหญิงวัยกลางคนจากเมืองหลวงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวไร้ชื่อเสียงตอกกลับมาอย่างเจ็บแสบ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง สายตากลมโตของหลินอวี้ซินก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่แอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ข้างทางเข้าหมู่บ้าน บุคคลปริศนาผู้นั้นสวมหมวกคลุมศีรษะมิดชิด แต่ดวงตาที่มองตรงมายังเธอกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่คุ้นเคยอย่างประหลาด...
ดวงตาคู่นั้น... เหมือนกับคนที่เคยลอบวางยาพิษเธอในชาติที่แล้วไม่มีผิด!
หลินอวี้ซินชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความทรงจำอันมืดดำจากอดีตชาติไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก!
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่คอยสนับสนุนและเดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขกับอวี้ซินและพี่เหว่ยมาจนถึงตอนนี้ รักเสมอกค่ะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 20
สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!