"เอกสารชิ้นนี้ลงนามโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลมณฑล และประทับตราแดงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้าสะใภ้รองเฉิน... คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวที่ป้ากุเรื่องขึ้นมาจะทรงพลังกว่าตราประทับของรัฐบาลอย่างนั้นหรือคะ?"
สำนวนเสียงของหลินอวี้ซินกังวานใส ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อร้าย ท่ามกลางความเงียบกริบของลานหมู่บ้าน สายตาทุกคู่ต่างจดจ้องไปยังแผ่นกระดาษในมือของเธอที่มีตราประทับสีชาดเด่นชัด ป้าสะใภ้รองเฉินที่เมื่อครู่ยังโวยวายตีโพยตีพายราวกับผู้บริสุทธิ์ถูกรังแก บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก
เหตุการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวบ้านที่เคยยืนมุงดูและส่งเสียงซุบซิบค่อนแคะ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืด เมื่อความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนว่า ข้อหา "ลักลอบค้าขายยาเถื่อนและใช้สมุนไพรเป็นพิษ" ที่ป้าสะใภ้รองก섬หาญนำมากล่าวหาหลินอวี้ซินนั้น เป็นเพียงแผนการสกปรกเพื่อทำลายชื่อเสียงและฮุบเอาสูตรยาสมุนไพรที่เธอคิดค้นขึ้นเท่านั้น
"ฉะ... ฉันไม่รู้เรื่อง! นั่นมันเอกสารปลอม พวกแกสมรู้ร่วมคิดกันต่างหาก!" ป้าสะใภ้รองเฉินกรีดร้องออกมาด้วยความจนตรอก โผเข้าหมายจะคว้ากระดาษในมือของหลินอวี้ซินมาฉีกทำลาย
ทว่า ช้ากว่าจางเหว่ยผู้เป็นสามีเพียงก้าวเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทำงานสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ด้วยท่าทางดึงดันมั่นคง เพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตาคมกริบดุจพญาอินทรี ป้าสะใภ้รองก็ต้องผถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบเตือนภัยเธอว่า นายทหารปลดประจำการผู้นี้ไม่ได้ใจดีเหมือนรูปลักษณ์ภายนอก
"ระวังมือของป้าด้วยค่ะ" หลินอวี้ซินเก็บเอกสารแผ่นนั้นพับใส่กระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองฝูงชนก่อนจะหยุดที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์หมู่บ้านที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ "ในเมื่อป้าสะใภ้รองยืนยันหนักหนาว่าผงสมุนไพรบำรุงที่ฉันปรุงขึ้นเป็น 'ยาพิษ' ที่จะทำให้คนกินเข้าไปแล้วล้มตาย... เพื่อความบริสุทธิ์ใจและพิสูจน์ความจริงต่อหน้าทุกคนในวันนี้ ฉันขอท้าให้ป้าสะใภ้รองเป็นคน 'ทด nghiệm' ยาชุดนี้ด้วยตัวเองค่ะ"
สิ้นเสียงของหญิงสาว ทั้งลานหมู่บ้านพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที
การทด nghiệmต่อหน้าธารกำนัล! นี่ไม่ใช่แค่การแก้ข้อกล่าวหาธรรมดา แต่มันคือการตบหน้าคู่กรณีกลับอย่างเจ็บแสบและเด็ดขาดที่สุด!
ป้าสะใภ้รองเฉินหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "นา... นางเด็กบ้า แกจะให้ฉันกินยาพิษของแกได้อย่างไร! ใครจะไปบ้ากินของอันตรายแบบนั้นเล่า!"
"อ้าว? เมื่อครู่ป้ายังบอกเองไม่ใช่หรือคะว่าเป็นยาพิษร้ายแรงที่ฉันแอบซ่อนไว้ขายชาวบ้านเพื่อหวังเงินทอง ถ้ามันเป็นยาพิษตามที่ป้ากล่าวหาจริงๆ ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้ากินล่ะคะ? หรือว่า... แท้จริงแล้วป้ารู้อยู่เต็มอกว่านี่คือ 'ผงโสมตังกุยสกัดชั้นยอด' ที่บำรุงเลือดลมและรักษาอาการปวดข้อที่ป้าแอบอิจฉาอยากได้มาตลอดกันแน่?"
หลินอวี้ซินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่น่าเกรงขาม กลิ่นอายความเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว
ความจริงแล้ว ผงสมุนไพรในห่อกระดาษไขนั้นคือน้ำยาบำรุงคุณภาพสูงที่เธอกลั่นกรองมาจากมิติสมุนไพรในจิตสำนึก ผสมผสานกับรากโสมป่าอายุหลายสิบปี มีฤทธิ์ฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็วและมีกลิ่นหอมหวลเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแน่นอนว่ามันมีมูลค่ามหาศาลในตลาดมืด และเป็นสิ่งที่ป้าสะใภ้รองแอบเห็นเธอปรุงเมื่อหลายวันก่อน จนเกิดความโลภอยากได้ไปครอบครองเพื่อนำไปขายต่อแลกกับเงินก้อนโต
"ฉัน... ฉันไม่กิน! แกมันนังปีศาจ!" ป้าสะใภ้รองถอยหลังจนสะดุดก้อนหินล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ความอับอายและหวาดกลัวทำให้เธอทำได้เพียงโวยวายกลบเกลื่อนความผิด
"ในเมื่อไม่กล้าพิสูจน์ความจริง ก็เท่ากับว่าเป็นการแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นให้เสื่อมเสียชื่อเสียง" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของจางเหว่ยดังขึ้น เขาหันไปประสานสายตากับเจ้าหน้าที่สหกรณ์หมู่บ้าน "ท่านผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ครับ ตามกฎหมายอาญาของยุคเรา การใส่ร้ายป้ายสีในที่สาธารณะเพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย มีโทษปรับและกัก The offender ต้องได้รับการอบรมความประพฤติอย่างเหมาะสม ผมเกรงว่าเราต้องให้เจ้าหน้าที่ทางการเข้ามาจัดการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดแล้ว"
เจ้าหน้าที่สหกรณ์พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม หลักฐานชัดเจนขนาดนี้แถมยังมีเอกสารรับรองจากโรงพยาบาลมณฑลหนุนหลัง ใครหน้าไหนก็ช่วยป้าสะใภ้รองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ความวุ่นวายคลี่คลายลงอย่างรวดเร็วเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวป้าสะใภ้รองที่ส่งเสียงโวยวายคร่ำครวญออกไปจากพื้นที่ ชาวบ้านต่างทยอยแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความทึ่งในความเฉลียวฉลาดและความเด็ดขาดของภรรยาหนุ่มทหารจาง
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านพักหลังน้อย หลินอวี้ซินถึงกับผ่อนลมหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดตลอดทั้งวันจางหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เริ่มเกาะกุมหัวไหล่
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้หย่อนตัวลงนั่งพักผ่อน กลิ่นหอมกรุ่นอันคุ้นเคยก็ลอยอบอวลเตะจมูกมาจากห้องครัว
จางเหว่ยเดินถือถาดไม้เข้ามาด้วยรอยอบอุ่น บนถาดนั้นมี "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่ากับเห็ดหอมหิมะ" ที่เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีทองใส ส่งควันฉุยกรุ่น กลิ่นหอมหวานของโสมและเนื้อไก่ตุ๋นเปื่อยนุ่มชวนน้ำลายสอ ผสมผสานกับความพิถีพิถันในการปรุงเพื่อบำรุงกำลังให้ภรรยาคนสวยหลังจากผ่านศึกหนักมาทั้งวัน
"เหนื่อยหน่อยนะภรรยาของพี่..." จางเหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล แววตาสื่อความรักความห่วงใยลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบ
หลินอวี้ซินเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มหวานผุดขึ้นที่มุมปาก เธอรับชามกระเบื้องเคลือบจากมือสามี ซดน้ำซุปร้อนๆ เข้าไปคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น ชวนให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาทันที
บรรยากาศในบ้านกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่นและอบอุ่น ทว่าในวินาทีที่หลินอวี้ซินกำลังจะตักเนื้อไก่คำโตเข้าปากนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก ราวกับมีคนจงใจพังมันเข้ามา!
พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของผู้มาเยือนใหม่ที่ทำให้สองสามีภรรยาต้องชะงักค้าง—
"คุณหนูหลิน... แย่แล้ว! คุณผู้หญิงจากเมืองหลวง... คนนั้นมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว!"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินเสมอนะคะ)
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 19
กระบวนการพิสูจน์ความจริง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!