"บอกข้ามาตามตรง... เจ้าไปเอา 'ยาฟื้นพลังเอ็นกระดูก' ขนานนี้มาจากไหน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังลอดผ่านความมืดของห้องโถงเล็กๆ ภายในบ้านหลังน้อย แขกยามวิกาลผู้นั้นไม่ได้มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้รอบกายจะรายล้อมด้วยบรรยากาศกดดันจากบาดแผลฉกรรจ์ที่เพิ่งได้รับการเยียวยา ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองตรงมายังหลินอวี้ซินด้วยความระแวดระวังปนทึ่งอย่างปิดไม่มิด
หลินอวี้ซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางยังคงถือถ้วยกระเบื้องเคลือบที่บรรจุน้ำสมุนไพรจากมิติพิเศษไว้ในมือ กลิ่นหอมจางๆ ของโสมป่าพันปีผสมผสานกับรากบัวหิมะลอยกรุ่นอยู่กลางอากาศ ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง ขณะที่จางเหว่ยผู้เป็นสามีได้ก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ทันที กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าไหวระริกด้วยความตื่นตัว พร้อมปะทะกับชายแปลกหน้าผู้มีรัศมีอันตรายผู้นี้ทุกเมื่อ
"สามี... ใจเย็นก่อนค่ะ" หลินอวี้ซินยื่นมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของจางเหว่ยเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม นางส่งยิ้มบางๆ ให้กับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญแต่กลับเป็นผู้มีพระคุณกลายๆ ในยามคับขัน "ท่านไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาในคอมมูนหง싱แห่งนี้แน่นอน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากมณฑล... หรืออาจจะสูงกว่านั้นกระมังคะ?"
รอยยิ้มมุมปากของชายแปลกหน้าปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาพยักหน้ารับช้าๆ "สมเป็นภรรยาของสหายจาง... สายตาเฉียบคมนัก ข้าชื่อ 'ลู่เฉิง' บาดแผลนี้ได้มาจากภารกิจลับ หากไม่ได้ผงสมุนไพรห้ามเลือดและยาลูกกลอนฟื้นฟูของแม่นางหลิน เกรงว่าข้าคงต้องสังเวยชีวิตไว้ที่ป่าหลังเขาเมื่อตอนเย็นแล้ว"
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น แม้จะไม่เข้าใจเรื่องการเมืองเบื้องสูงนัก แต่การที่ชายชื่อลู่เฉิงผู้นี้รู้ว่าอวี้ซินใช้ยาอะไร ย่อมหมายความว่าฝีมือการปรุงยาของภรรยาเขาเริ่มดึงดูดสายตาที่ไม่ควรดึงดูดเข้าเสียแล้ว
"พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านยากจน ทำมาหากินไปวันๆ เท่านั้น ยาพวกนั้นเป็นสูตรลับที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลหลินของข้าค่ะ หากสหายลู่หายดีแล้ว ก็เชิญออกทางประตูหลังเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีอะไรให้ท่านค้นหาอีก" หลินอวี้ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว นางไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับอำนาจมืดหรือการแย่งชิงอำนาจในยุคสมัยที่ยังมีความวุ่นวายนี้ เป้าหมายของนางมีเพียงการปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้านและใช้ชีวิตให้อย่างสุขสบายเท่านั้น
ลู่เฉิงหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฮ่าๆๆ บรรพบุรุษตระกูลหลินหรือ? แม่นางหลิน... อย่าดูถูกความสามารถในการสืบสวนของหน่วยพิทักษ์ความมั่นคงเลย ข้ารู้ว่าสมุนไพรเมื่อครู่สดใหม่และมีอณูพลังงานเข้มข้นยิ่งกว่าโสมหลวงในวังหลวงเสียอีก ยาขนานนี้... หากนำออกสู่ตลาดมืดหรือโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองหลวง มันจะมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหนกันนะ?"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที จางเหว่ยแผ่รังสีอำมหิตออกมาจากร่าง "ถ้าท่านกล้าเอาเรื่องภรรยาผมไปพูดที่ไหน..."
"สหายจาง... อย่าเพิ่งใช้กำลังกับผู้มีพระคุณที่เพิ่งช่วยชีวิตข้าสิ ข้าไม่ได้มาเพื่อจับกุมหรือปล้นชิง แต่ข้ามาเพื่อ 'เจรจาธุรกิจ'" ลู่เฉิงยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ได้เกรงกลัวหมัดหนักๆ ของนายทหารปลดประจำการตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย "ประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนมากมายยังขาดแคลนยารักษาโรค โดยเฉพาะยาสมานแผลและยาบำรุงกำลังชั้นยอด ข้ามีเส้น
สายในกระทรวงสาธารณสุขและตลาดมืด หากพวกเราร่วมมือกัน แม่นางหลินผลิตยา ข้าเป็นผู้จัดจำหน่าย... ผลกำไรครึ่งต่อครึ่ง ท่านว่าอย่างไร?"
ข้อเสนอชวนตะลึงนี้ทำให้อวี้ซินนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองอันชาญฉลาดของแพทย์หญิงอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในยุค 70 การค้าขายเสรีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย (การค้ากำไรเกินควรหรือตลาดมืด) แต่หากมีเบื้องหลังที่ทรงอิทธิพลคุ้มครอง ความเสี่ยงนั้นจะลดลงครึ่งหนึ่ง และนี่คือโอกาสทองในการสร้างความมั่งคั่งตามเป้าหมายของนาง!
รุ่งอรุณวันถัดมา ข่าวลือเรื่อง "ยาบำรุงพลัง" และ "ผงสมานแผลวิเศษ" ของสะใภ้รองตระกูลหลินเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
ป้าสะใภ้รองเฉิน ผู้มักจะยืนถือเมล็ดทานตะวันแคะเปลือกเสียงดังหน้าบ้านเพื่อสอดส่องความเป็นไปของชาวบ้าน วันนี้ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความริษยาและเคลือบแคลง นางเห็นชาวบ้านหลายคนเดินถือห่อกระดาษสีน้ำตาลเดินออกมาจากบ้านของหลินอวี้ซินด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ บางคนถึงกับบอกว่าอาการปวดข้อเรื้อรังที่รักษาไม่หายมาหลายปี กลับบรรเทาลงได้เพียงแค่ดื่มยาต้มของนังเด็กอวี้ซินเพียงถ้วยเดียว!
"เหลวไหลสิ้นดี! นังเด็กนั่นมันจะมีปัญญาปรุงยาเทวดาอะไรได้! คงเป็นแค่เศษใบไม้ต้มน้ำหลอกลวงชาวบ้านไปวันๆ เท่านั้นแหละ!" ป้าสะใภ้รองเฉินบ้วนเปลือกเมล็ดทานตะวันลงพื้นด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาตี่เล็กหรี่มองบ้านหลังข้างๆ ด้วยความโลภที่พุ่งสูงขึ้น นางจะต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่านังอวี้ซินซ่อนยาอะไรไว้ ถึงกล้าขายดิบขายดีจนคนแห่กันมาซื้อแต่เช้าตรู่เช่นนี้
ในขณะเดียวกัน ภายในครัวของบ้านหลิน กลิ่นหอมกรุ่นของ "โจ๊กหมูฉีกใส่รากโสมบำรุงกำลัง" กำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน ข้าวสวยเม็ดอ้วนเคี่ยวจนเนียนนุ่มละมุนลิ้น ผสมผสานกับเนื้อหมูหมักซอสสูตรพิเศษและสมุนไพรบำรุงเลือดลมที่อวี้ซินแอบหยิบออกมาจากมิติลับ จางเหว่ยกำลังนั่งผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าคมเข้มมีรอยยิ้มจางๆ เมื่อเห็นภรรยาคนสวยกำลังตักโจ๊กร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"อวี้ซิน..." จางเหว่ยเดินเข้ามาล้างมือที่อ่างดินเผา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย "เรื่องคุณลู่เฉิงเมื่อคืน... เธอแน่ใจแล้วหรือว่าจะร่วมมือกับเขา? คนจากหน่วยงานนั้น ไว้ใจได้จริงๆ หรือ?"
อวี้ซินหันมาส่งยิ้มพินิจพิเคราะห์ นางวางชามโจ๊กควันฉุยลงบนโต๊ะไม้ไผ่ กลิ่นหอมของมันเตะจมูกจนคนท้องร้องจ๊อก "วางใจเถอะค่ะสามี คนระดับนั้นถ้าเขาคิดจะฮุบสูตรยาของเรา เขากลืนเราไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว การที่เขายื่นข้อเสนอแบ่งผลกำไร แสดงว่าเขามองเห็นคุณค่าในตัวเรามากกว่าแค่ผลประโยชน์ระยะสั้น... อีกอย่างนะคะ" นางยิ้มพรายแววตาเป็นประกายซุกซน "เรากำลังจะรวยแล้วค่ะ!"
ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ทันใดนั้น เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่แผดร้องโวยวายเข้ามา
"หลินอวี้ซิน! นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงเอาของเถื่อนมาหลอกขายคนในหมู่บ้าน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะไปแจ้งคอมมูนให้มาจับพวกแกข้อหาค้ากำไรเกินควร!"
เสียงตบประตูและเสียงโวยวายของป้าสะใภ้รองเฉินดังลั่นจนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น จางเหว่ยขมวดคิ้วหน้าตาถมึงทึงเตรียมจะลุกออกไปจัดการ แต่หลินอวี้ซินกลับคว้าแขนสามีไว้ นางยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"ใจเย็นๆ ค่ะสามี... ป้าสะใภ้รองมาส่งเรี่ยวแรงให้เราถึงที่แบบนี้ ถือว่านางมาช่วยเปิดตลาดให้เราฟรีๆ เชียวนะคะ"
อวี้ซินก้าวเดินน่องเรียวยาวไปที่ประตูไม้เก่าๆ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมตัวต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยยุทธวิธีแพทย์หญิงยุค 70 ที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องจดจำไปชั่วชีวิต
ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปปลดกลอนประตูไม้ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงรถจี๊ปทหารหลายคันก็ดังกระหึ่มเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านของนาง เสียงฝีเท้าของคนนับสิบก้าวลงจากรถอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับนายทหารยศสูงนายหนึ่งที่ก้าวออกมาจากรถคันกลาง สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความเร่งร้อน
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ชายผู้ก้าวลงมาจากรถคันนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ "ท่านผู้บัญชาการใหญ่" ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งมณฑลทหารภาคเหนือ ซึ่งมีศักดิ์เป็นบิดาแท้ๆ ของลู่เฉิง—และเป็นชายชราที่กำลังป่วยด้วยโรคประหลาดที่ไม่มีแพทย์คนไหนในประเทศรักษาหาย!
ดวงตาฝ้าฟางแต่ทรงอำนาจของท่านผู้บัญชาการกวาดมองมาที่ป้ายหน้าบ้านของหลินอวี้ซิน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทำให้ทุกคนในละแวกนั้นเงียบกริบในทันที
"ใครคือหมอหญิงหลิน... ผู้ครอบครองโอสถทิพย์ขนานนั้น ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอหญิงอวี้ซินและสามีสุดหล่อมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!]
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 9
เปิดตัวยาบำรุงชื่อดัง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!