"ถ้าเธอยังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องสมุนไพรขับพิษงูที่ฤทธิ์เดชทำให้ปากเบี้ยวไปตลอดชีวิตก็แล้วกันนะคะ!"
เสียงตวาดก้องด้วยความเฉียบขาดดังสะท้านเรือนไม้เก่าครึ้ม ป้าสะใภ้รองเฉินที่กำลังทำท่าจะผลักประตูพังเข้ามา ชะงักกึกจนเท้าที่ยกค้างไว้เกือบก้าวพลาดตกลงไปในแปลงผัก หลินอวี้ซินยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไปสามก้าว
ในยุคปี 1970 ที่ความอดอยากและอำนาจมืดของญาติผู้พี่ผู้ใหญ่เป็นกฎเหล็ก ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองตระกูลจางที่เคยอ่อนแอ ร้องไห้กระซิกๆ ยอมให้คนอื่นมาขนข้าวสารไปกินฟรีๆ จะกลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวผู้มีวาจาราวกับอาصลพิษเช่นนี้
ป้าสะใภ้รองเฉินหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด สองมือเท้าสะเอวพรางพ่นน้ำลายลงพื้นด้วยความหมั่นไส้ "นัง... นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขู่ฉัน หา? ข้าวสารในเล้าของแกมันก็เป็นของส่วนรวมที่แบ่งมาจากแปลงนาคอมมูน ทำไมฉันจะมาเอาไม่ได้! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ ตั้งแต่สามีแกไม่อยู่เนี่ย แกมันสำส่อนแอบไปทำอะไรลับหลังหรือเปล่าถึงได้กล้าหาญขึ้นมานัก!"
คำพูดหยาบคายนั้นพุ่งเป้ามาเพื่อทำลายชื่อเสียง แต่วินาทีที่ป้าสะใภ้รองเงื้อมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน หลินอวี้ซินกลับไม่หลบเลี่ยง ร่างบางก้าวสวนออกไปอย่างรวดเร็วดั่งสายลม ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวสะบัดผ่านจุดชีพจรใต้ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
*แปล๊บ!*
ความเจ็บปวดแปลบปลาดยังกะโดนเข็มเงินนับร้อยเล่มทิ่มแทง ป้าสะใภ้รองหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด "โอ๊ย! แขนฉัน! แกทำอะไรฉัน นังสารเลว!"
"ฉันแค่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ป้าต่างหากล่ะคะ แต่อย่าขยับแขนข้างนั้นแรงเกินไปล่ะ ไม่อย่างนั้นเส้นประสาทอาจจะพิการใช้งานไม่ได้ไปสามเดือนเต็มๆ... ด้วยความปรารถนาดีจากหลานสะใภ้คนนี้นะคะ" อวี้ซินแย้มยิ้มหวานหยด แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับยืนอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปรายในฤดูหนาว
ป้าสะใภ้รองหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำด่าต่อ หลบตาคมกริบของอวี้ซินแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากรั้วบ้านราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
อวี้ซินถอนหายใจเบาๆ ปัดเศษฝุ่นที่ชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ ของตนเอง ทว่าในจังหวะที่นางหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าครัวไปจัดการกับวัตถุดิบมื้อเย็น ประตูรั้วไม้ไผ่ที่ผุพังก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาหยาบกร้านของชายผู้หนึ่ง
ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มที่ซีดจางและมีคราบโคลนเปรอะเปื้อน เรือนร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แสดงถึงความแข็งแกร่งจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ใบหน้าคมคายดุดัน คิ้วหนาดั่งกระบี่ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นมองตรงมาที่นาง นิ่งงัน... และเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
จางเหว่ย... สามีผู้เงียบขรึมและซื่อสัตย์ กลับมาแล้ว
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง อวี้ซินชะงักค้างไปชั่วขณะ นางจำภาพสามีคนนี้ได้จากความทรงจำเดิม เขาคือชายหนุ่มผู้ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักส่งเงินกลับมาให้บ้านใหญ่ แต่กลับถูกครอบครัวรังแกและเป่าหูจนแทบไม่มีที่ยืน แต่วันนี้... สายตาที่เขามองนางมันไม่ได้เต็มไปด้วยความห่างเหินเหมือนจดหมายฉบับสุดท้ายที่ส่งมา
จางเหว่ยกวาดสายตามองร่องรอยความชุลมุนที่หน้าบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสของภรรยาที่ไม่ได้ดูซูบผอมและน้ำตาคลอเบ้าเหมือนวันที่เขาจำได้ แววตาของเธอสงบนิ่ง เด็ดเดี่ยว และฉายประกายเจิดจ้าบางอย่างที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ
"เธอ... ไปทำอะไรมา" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามขึ้น ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลหลายร้อยลี๋เจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้น แต่กลับมีความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน
อวี้ซินกะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของแพทย์หญิงอัจฉริยะประเมินสถานการณ์ตรงหน้าในเสี้ยววินาที สามีกลับมาเร็วกว่ากำหนดถึงสองวัน แถมยังมาเห็นตอนที่เธอกำลังใช้ "วิชาแพทย์" สั่งสอนญาติผู้พี่ตัวแสบพอดี แบบนี้จะอธิบายอย่างไรดีเล่าว่าภรรยาคนเดิมที่อ่อนแอได้ตายไปจากร่างนี้แล้ว?
"คุณ... กลับมาแล้วเหรอคะ" อวี้ซินเลือกที่จะตั้งสติก่อน นางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พรางสำรวจร่างกายของเขาผ่านวิชาแพทย์ในใจ *กล้ามเนื้อฉีกเล็กน้อยที่หัวไหล่ขวา ร่องรอยความอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหาร และบาดแผลเก่าที่ยังไม่หายสนิท... ผู้ชายคนนี้ใช้ร่างกายเกินขีดจำกัดอีกแล้วสินะ*
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น เขาวางกระเป๋าผ้าใบเก่าลงบนพื้น ด้าวขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของนางไว้ทันที สัมผัสอุ่นจัดทำให้หัวใจของอวี้ซินกระตุกไปจังหวะหนึ่ง
"มือเธอแดง... นังป้าสะใภ้รองนั่นกล้าทำอะไรเธอรึเปล่า?" น้ำเสียงของจางเหว่ยเข้มขึ้น แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความกังวลและไอสังหารที่สะสมมาจากสนามรบ
อวี้ซินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของชายหนุ่มไม่ได้มีความเคลือบแคลงสงสัยอย่างที่นางกังวล มีเพียงความห่วงหาอาทรและความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คนที่เจ็บควรจะเป็นป้าสะใภ้คนนั้นต่างหากล่ะคะ" อวี้ซินตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะพลิกข้อมือกลับเป็นฝ่ายจับชีพจรของเขาแทนอย่างรวดเร็ว "ว่าแต่คุณเถอะค่ะ... ร่างกายสะบักสะบอมขนาดนี้ เดินทางไกลมาเหนื่อยๆ ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้างเลยหคะ?"
จางเหว่ยชะงักงัน ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ภรรยาของเขา... เปลี่ยนไปจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สายตาคู่นี้มองทะลุปรุโปร่งถึงอาการบาดเจ็บของเขาได้ราวกับเป็นหมอหลวงในเมืองหลวง?
ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยถามคำถามใดออกมา กลิ่นหอมกรุ่นอันเย้ายวนใจก็ลอยโชติช่วงออกมาจากห้องครัวเล็กๆ ด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นเครื่องเทศเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของข้าวสุกใหม่ๆ ทะลุกำแพงดินออกไปไกลจนโชยไปทั่วทั้งหมู่บ้านตระกูลจาง
ท้องของจางเหว่ยส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอับอายท่ามกลางความเงียบ
อวี้ซินหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ดวงตาโค้งลงเป็นเสี้ยวพระจันทร์อย่างอารมณ์ดี นางใช้นิ้วเรียวจิ้มเบาๆ ที่อกเสื้อชื้นเหงื่อของสามีพลางเอ่ยเย้า
"ดูเหมือนว่าสามีผู้ซื่อสัตย์ของฉันจะเดินทางมาทันเวลาอาหารมื้อพิเศษพอดีเลยนะคะ... เข้าบ้านไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะค่ะ วันนี้ฉันมี 'ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมสด' รอให้คุณมาจัดการอยู่พอดิบพอดีเลยค่ะ"
จางเหว่ายมองรอยยิ้มเจิดจ้าของภรรยา สมองตื้อตันจนพูดไม่ออก กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาเตะจมูกทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่เคยคิด... แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวตามภรรยาเข้าบ้าน สายตาคมก็เหลือบไปเห็นเงาดำทะลายร่างหนึ่งแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้าน พร้อมกับประกายแสงสะท้อนจากคมมีดสั้นที่ถูกชักออกมาจากอกเสื้อของใครบางคน!
—--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในยุค 70 กับอวี้ซินนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 3
สามีผู้ซื่อสัตย์กลับบ้านแล้ว
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!