"ถ้าสะใภ้ใหญ่ยังเอาเปรียบเรื่องฟืนไฟในบ้านนี้อีก แม้แต่ขี้เถ้าในเตา ข้าก็จะไม่ยอมให้เหลือติดก้นกระทะไว้ให้คนหน้าหนาใช้หรอกนะคะ!"
เสียงตบโต๊ะดังปัง! เรียกสายตาตื่นตะลึงของจางเหว่ยที่เพิ่งเดินถือถังน้ำเข้าประตูบ้านมาให้ชะงักกึก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวซีดที่ผ่านการซักจนเนื้อผ้าขึ้นขนมองภรรยาตัวน้อยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนห่วงใย หลินอวี้ซินในยามนี้ไม่ได้มีสภาพอ่อนแอ เจ้าน้ำตา หรือหวาดกลัวเหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปที่เพิ่งแต่งเข้ามาในหมู่บ้านกันดารแห่งนี้ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า ใบหน้ารูปไข่แม้จะยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและพิษไข้เมื่อวาน แต่กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมจนน่าเกรงขาม
อวี้ซินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในใจของเธอกำลังคำนวณวัตถุดิบทั้งหมดที่แอบดึงออกมาจากมิติลับสมุนไพรเมื่อครู่ ในยุค 70 ที่ข้าวปลาอาหารหายากและต้องใช้คูปองแลกซื้อเช่นนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างประหยัดอดออมจนแทบจะกลืนกินแม้แต่แกลบ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชโภชนาการอย่างเธอ! อาหารไม่ใช่แค่สิ่งประทังชีวิต แต่คือยาชั้นเลิศที่จะใช้ฟื้นฟูร่างกายกำยำแต่ผอมโซของสามีผู้ซื่อสัตย์คนนี้ให้กลับมาแข็งแรง และที่สำคัญ... มันต้องอร่อยจนคนตระกูลจางที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อต้องน้ำลายสอด้วยความอิจฉา
"อวี้ซิน... น้องพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวเรื่องฟืนและอาหารการกิน พี่จัดการเอง..." จางเหว่ยเอמהเสียงทุ้มต่ำ เจือความรู้สึกผิด เขาวางถังไม้ลง2ข้างอย่างเบามือ เดินเข้ามาใกล้ภรรยาด้วยท่าเก้ๆ กังๆ มือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมและปืนผาตั้งท่าจะเกล้าผมที่หลุดลุ่ยของเธอให้เข้าที่ แต่ก็ชะงักมือค้างไว้กลางอากาศด้วยความเกรงใจ
อวี้ซินเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล 0 ผ่านเข้ามาในหัวใจ สามีคนนี้แม้จะพูดน้อยและมักถูกพี่น้องร่วมตระกูลเอาเปรียบอยู่ร่ำไป แต่ยามที่เขามองเธอ สายตานั้นกลับมีแต่ความจริงใจและทะนุถนอมอย่างที่สุด
"พี่จาง ท่านเชื่อฝีมือภรรยาคนนี้ไหมคะ?" อวี้ซินเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "วันนี้ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่า ข้าวต้มป่ากับผักป่าไร้รสชาติที่บ้านใหญ่โยนให้เรามาแบ่งกันกินนั้น สามารถกลายเป็นโอสถทิพย์บำรุงกำลังได้อย่างไร"
ว่าแล้ว มือเรียวบางก็จัดการคว้ากระทะเหล็กใบเก่าคร่ำคร่ามาขัดถูจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แม้สภาพครัวดินเหนียวจะมืดมัวและมีควันโขมง แต่ด้วยความช่วยเหลืออย่างเงียบเชียบจากมิติลับในจิตสำนึก อวี้ซินแอบหยิบขิงแก่สดๆ โสมป่าอายุสั้นที่เธอเพิ่งเพาะเลี้ยงไว้ในมิติ และเนื้อหมูสามชั้นติดมันชิ้นงามที่แล่ซ่อนไว้ออกมาเตรียมไว้
กลิ่นหอมบางเบาของขิงและเครื่องเทศเริ่มโชยเตะจมูกทันทีที่อวี้ซินโยนชิ้นหมูสามชั้นลงไปจี่ในกระทะโดยไม่ต้องใช้น้ำมันมากนัก เสียงน้ำ 0 จากมันหมูส่งเสียงซู่ซ่าชวนฟัง เธอบรรจงผัดขิงซอยละเอียดลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมฉุยกลบกลิ่นอับชื้นของห้องครัวจนหมดสิ้น จากนั้นจึงเติมน้ำสะอาดและข้าวสารชั้นดีที่แอบเปลี่ยนจากข้าวหยาบก้นถุงด้วยเมล็ดข้าวอวบอ้วนจากมิติลับลงไปเคี่ยวรวมกัน
จางเหว่ยยืนมองภรรยาปรุงอาหารด้วยความทึ่ง ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยิบระยับ เขาไม่เคยเห็นใครทำอาหารด้วยท่าทางสง่างามและคล่องแคล่วปานร่ายรำเช่นนี้มาก่อน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับนางพญาผู้สูงศักดิ์กำลังปรุงยาอายุวัฒนะในวังหลวง มิใช่หญิงชาวนาในห้องครัวคับแคบยุค 70 เลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งเค่อ หม้อข้าวต้มโสมตุ๋นหมูสามชั้นขิงสดก็เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมหววนตลบอบอวลทะลุกรอบประตูหน้าต่าง ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านตระกูลจางและลามไปถึงลานดินหน้าบ้านของป้าสะใภ้รองเฉินที่กำลังนั่งล้างผักอยู่พอดี!
ป้าสะใภ้รองเฉินชะงักมือที่กำลังล้างกะหล่ำปลีเหี่ยวๆ จมูกสูดดมกลิ่นหอมเข้มข้นที่ลอยมากับสายลม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยบิดเบี้ยวด้วยความฉุนเฉียวและอยากรู้อยากเห็น กลิ่นหอมเย้ายวนปานภัตตาคารในเมืองใหญ่เช่นนี้... มันมาจากบ้านของไอ้เด็กเก็บกดจางเหว่ยกับนังสะใภ้โรคจิตผู้มาจากในเมืองคนนั้นได้อย่างไร?!
ทางด้านในห้องครัว อวี้ซินตักข้าวต้มร้อนๆ ส่งควันฉุยใส่ชามกระเบื้องบิ่นๆ ยื่นให้สามี รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าหวานเมื่อเห็นประกายตาเป็นประกายของจางเหว่ย
"ทานตอนร้อนๆ นะคะ จะช่วยขับความชื้นในร่างกายและบำรุงช... อุ๊ย!"
ยังไม่ทันที่อวี้ซินจะเอ่ยจบประโยค เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นด้วยความรุนแรงก็ดังขึ้นลั่นบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้รองเฉินที่แผดลั่นเข้ามาข้างนอก
"จางเหว่ย! นังสะใภ้ตัวดี! พวกแกแอบซ่อนเนื้ออะไรไว้ในบ้าน ถึงได้กลิ่นหอมรบกวนชาวบ้านชาวช่องเขาแบบนี้ ส่งมาครึ่งหนึ่งเดี๋ยวนี้เลยนะ! บ้านใหญ่เรายังไม่ได้กินเนื้อกันมาเป็นเดือนแล้ว กล้าดียังไงถึงแอบกินกันตามลำพัง!"
อวี้ซินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ชามข้าวต้มในมือยังคงส่งไอความร้อนกรุ่น ทว่าบรรยากาศในห้องครัวกลับลดฮวบลงจนเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงเตรียมจะก้าวออกไปจัดการ แต่สะใภ้ตัวน้อยกลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงหวานข้างหูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"พี่จาง... อย่าเพิ่งใจร้อนค่ะ ปล่อยให้ข้าออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ผู้หิวโหยคนนี้ด้วยวิชาแพทย์ผสมไม่ต้อนรับคนพาลเองนะคะ"
ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันขาดคำ อวี้ซินก็ก้าวฉับๆ ตรงไปที่ประตูบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายอย่างจางเหว่ยยังต้องใจเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น... และตื่นเต้นระคนกัน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในยุค 70 กับอวี้ซินนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 5
อาหารมื้อแรกในยุค 70
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!