เสียงตบโต๊ะดังปังจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นสั่นสะเทือน น้ำชาอุ่นๆ กระเซ็นโดนหลังมือของป้าสะใภ้รองเฉินที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ดวงตาของนางเบิกกว้างจนแทบจะถลنออกมาเมื่อมองกองธนบัตรยับยี่สิบและห้าหยวนที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางบ้านพักตระกูลจาง
"นี่... นี่มันเงินอะไรตั้งมากมาย! พวกแกไปปล้นธนาคารมาหรือไงยะ!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้รองเฉินแผดลั่นจนไก่หลังบ้านพากันส่งเสียงร้องระงม นางพยายามยื่นมืออันสั่นเทาหมายจะคว้าธนบัตรปึกนั้นมาพิจารณาให้เห็นกับตา แต่ทว่ากลับต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของหลินอวี้ซินตบลงบนหลังมือของนางเบาๆ แต่หนักหน่วงราวกับค้อนเหล็ก
"ระวังมือด้วยนะคะ ป้าสะใภ้รอง เงินนี่ไม่ใช่ใบไม้ใบหญ้าที่จะหยิบฉวยตามอำเภอใจได้ ถ้ามือเปื้อนโคลนแล้วมาจับเงินสะอาดๆ ของฉัน เดี๋ยวเงินจะพลอยแปดเปื้อนไปด้วยนะคะ" หลินอวี้ซินแย้มยิ้มละไม ดวงตากลมโตคู่สวยทอประกายเย็นเยียบเยาะหยัน นางนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่จางเหว่ยเพิ่งเหลาจนเรียบเนียนให้เมื่อวาน
จางเหว่ยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอเย็นชาข่มขวัญผู้มาเยือน สายตาคมกริบจ้องมองญาติผู้พี่ตัวแสบราวกับพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ตั้งแต่ภรรยาตัวน้อยของเขาเริ่มพลิกฟื้นวิชาแพทย์แผนโบราณและแอบนำสมุนไพรป่าคุณภาพเยี่ยมที่ได้จากมิติลับไปแปรรูป ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างสิ้นเชิง เงินก้อนนี้คือผลกำไรจากการขายยาสมานแผลและยาบำรุงกำลังล็อตแรกให้แก่พ่อค้าคนกลางในตลาดมืดเมื่อรุ่งสางที่ผ่านมา
"อวี้ซิน... หนูเอาเงินมาจากไหนตั้งสามร้อยหยวน!" จางเหว่ยเอמהถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แม้เขาจะรู้ว่าภรรยามีความลับเรื่องสมุนไพรวิเศษ แต่พอเห็นตัวเลขจริงๆ ก็อดตกใจไม่ได้
"ก็มาจากหยาดเหงื่อแรงกายและความรู้ที่พวกท่านเคยดูถูกไงคะพี่เหว่ย" หลินอวี้ซินตอบสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนจะหันไปสบตาป้าสะใภ้รองที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอิจฉริยะตาร้อน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศในครอบครัวจางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายความอดยอยากค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวสวยร้อนๆ และซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอยจนเพื่อนบ้านต่างพากันกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา หลินอวี้ซินใช้มิติลับเพาะปลูกโสมและเห็ดหลินจือคุณภาพสูง ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนก็เติบโตงอกงามราวกับปาฏิหาริย์ นางนำบางส่วนมาปรุงเป็นยารักษาโรคข้ออักเสบเรื้อรังให้คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านข้างเคียง จนชื่อเสียงเลื่องลือขจรขจายในฐานะ "หมอเทวดาตัวน้อย"
ป้าสะใภ้รองเฉินที่เคยมาคอยสูบเลือดสูบเนื้อและมาขอข้าวสารกรอกหม้ออยู่เป็นประจำ วันนี้กลับมาด้วยท่าทีฮຶดฮัดหวังจะมาไถเงินไปใช้หนี้การพนันของลูกชาย แต่กลับต้องมาเจอภาพบาดตาบาดใจ—หลินอวี้ซินกำลังนั่งนับเงินปึกใหญ่ ขณะที่บนเตาถ่านด้านนอกกำลังเคี่ยว "น้ำพริกสูตรลับชาววัง" ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนยวนใจ ปลุกเร้าต่อมรับรสของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรจนท้องไส้ปั่นป่วน
"แก... แกมันนังตัวดี! แต่งเข้ามาไม่ทันไรก็ทำให้บ้านนี้กระด้างกระเดื่อง กล้าดียังไงมาอวดรวยใส่ญาติผู้ใหญ่ฮึ!" ป้าสะใภ้รองเฉินกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเห็นว่าขู่ไม่สำเร็จจึงเปลี่ยนแผนแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาโฮฮา "พ่อแม่เฒ่าก็ตายจากไปหมดแล้ว พวกแกกินอยู่กันอย่างสุขสบายเสวยสุขบนกองเงินกองทอง ปล่อยให้ฉันผู้เป็นป้าต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่มีความกตัญญูเลยสักนิด!"
หลินอวี้ซินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินแต่กลับเย็นเยียบเสียดกระดูก นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้รองช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรประจำตัวลอยแตะจมูกอีกฝ่าย
"กตัญญูหรือคะ? น่าขันสิ้นดีนะคะป้าสะใภ้รอง จำได้ไหมคะว่าตอนที่พี่เหว่ยบาดเจ็บกลับมาจากกองทัพและไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยาต้มประทังชีวิต ใครกันนะที่มาขนข้าวสารกระสอบสุดท้ายออกจากบ้านเราไป แถมยังพูดถากถางว่าคนพิการไม่มีสิทธิ์กินข้าวขาว วันนั้นพวกท่านเคยมีความเมตตาปรานีกับเราบ้างไหมคะ?"
คำพูดแต่ละคำของหลินอวี้ซินคมกริบราวน้ำแข็งไस ป้าสะใภ้รองเฉินหน้าซีดเผือด เถียงไม่ออกเพราะความจริงเป็นเช่นนั้น นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"วันนี้ฉันใจดีมากแล้วนะคะที่ยังต้อนรับป้าในฐานะญาติ ถ้ายังไม่อยากให้อาการปวดข้อเข่าเรื้อรังของป้ากำเริบจนเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต ทางที่ดี... เชิญกลับออกไปจากบ้านเราซะเถอะค่ะ ก่อนที่ฉันจะใช้เข็มเงินฝังจุดสะกัดความโลภของป้าเสียเดี๋ยวนี้" หลินอวี้ซินเอ่ยด้วยรอยยิ้มพิมใจแต่นัยน์ตากลับดุดันน่าเกรงขามจนป้าสะใภ้รองผอยถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
นางสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง พลางชี้หน้าอาฆาต "ฝากไว้ก่อนเถอะนังสารเลว!" ก่อนจะวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบ้านตระกูลจางท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านละแวกนั้นที่แอบมามุงดูเหตุการณ์
จางเหว่ยเดินเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาไว้แนบแน่น ไออุ่นจากร่างกายของสามีทำให้หลินอวี้ซินผ่อนคลายลง นางเอนศีรษะซบลงบนอกแกร่งเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"เหนื่อยไหมคะภรรยาของผม?" จางเหว่ยกระซิบถามเสียงนุ่ม แววตาสื่อความรักลึกซึ้งท่วมท้น
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่เหว่ย... นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นนะคะ เป้าหมายของเราคือการเป็นเศรษฐีพันล้านในยุค 70 นี้ต่างหากล่ะคะ" หลินอวี้ซินเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง ดวงตาระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น
ณ ครัวด้านหลัง กลิ่นหอมฟุ้งของ "ซี่โครงหมูอบเต้าเจี้ยวสูตรโบราณ" ที่หลินอวี้ซินเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปากกำลังส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วหมู่บ้าน เนื้อหมูสีแดงฉ่ำเคลือบซอสเข้มข้นโรยด้วยงาคั่วหอมกรุ่น วางเคียงข้างข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยที่ตักขึ้นจากหม้อดินเผา—นี่คือมื้ออาหารสุดหรูที่ตระกูลจางไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ทั้งสองกำลังจะนั่งลงรับประทานอาหารด้วยความสุข ทว่าทันใดนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในรั้วบ้าน
"เสี่ยวเหว่ย! อวี้ซิน!แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่สถานีอนามัยอำเภอแล้ว คนไข้เคสวิกฤตอาการโคม่า หมอประจำสถานีรักษาไม่ได้ กำลังจะตาย... เขาส่งคนมาตามตัวหมอเทวดาอย่างเธอให้ไปช่วยด่วนเลย!"
อวี้ซินหมอยายุค 70 ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 7
การเปลี่ยนแปลงของครอบครัวจาง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!