"ถ้าคุณยังเปิดหน้าต่อไปด้วยความเร็วระดับนี้ เกรงว่าสมองของฉันคงตามการทำงานอันไร้ประสิทธิภาพของคุณไม่ทันค่ะ... เรย์"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกดดันเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของหอสมุดเวทมนตร์หลวง ชั้นใต้ดินระดับเจ็ด—สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหลุมฝังศพแห่งตัวหนังสือ เซเลสเตีย ประธานสภานักเรียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ที่ติ ปิดตำราประวัติศาสตร์เวท-สถาปัตยกรรมลงเบาๆ ปล่อยให้ฝุ่นละอองโบราณลอยวนอยู่ในลำแสงสีฟ้าอ่อนที่ลอดผ่านกระจกสี
เรย์สะดุ้งเล็กน้อย เขารีบดึงมือออกจากสันปกหนังสือเล่มหนาที่เพิ่งอ่านจบ ปลายเรียวนิ้วของเขายังคงเรืองแสงสีขาวนวลจางๆ—ร่องรอยของเวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์ที่เขาใช้ประคับประคองกระดาษเปราะบางไม่ให้สลายกลายเป็นผุยผงตามกาลเวลา
"ผมไม่ได้รีบสักหน่อยครับ... อ้ะ!" เรย์เกือบเผลอหลุดปากพูดคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมา เขาก็รีบเปลี่ยนน้ำเสียงทันที "ฉันแค่อยากหาเบาะแสเกี่ยวกับ 'เขตแดนแสงดารา' ที่ศาสตราจารย์ไอ린ทิ้งปริศนาไว้ต่างหากล่ะคะ เอ้ย... หมายถึง ฉันคิดว่าเราควรเร่งมือก่อนที่เวรตรวจการณ์รอบดึกจะมาถึงต่างหากค่ะ"
เซเลสเตียถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาคู่สวยกะพริบลงช้าๆ เพื่อซ่อนความเหนื่อยอ่อน ดวงเนตรสีครามราวน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองเด็กหนุ่มปีสองผู้มีธาตุแสงที่ใครๆ ก็มองว่าไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ แต่ใครเล่าจะรู้ว่า ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตรและท่าทีซุ่มซ่ามนั้น เรย์กลับมีความสามารถในการวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์โบราณได้อย่างแม่นยำรา과กับมีระบบอัจฉริยะส่วนตัวคอยประมวลผลอยู่เบื้องหลัง
"ที่นี่ไม่ใช่ห้องสมุดสามัญประจำหอพักนะคะ เรย์" เซเลสเตียลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดยูนิคอร์นสภานักเรียนสีดำสนิทปักดิ้นเงินสะท้อนแสงเวทมนตร์วับแวม เธอย่างเท้าเข้าไปใกล้ชั้นหนังสือโซนต้องห้ามที่ถูกปิดตายมานานนับร้อยปี "ทุกตัวอักษรที่นี่มีจิตวิญญาณตกค้าง หากคุณอ่านด้วยความสะเพร่า เวทมนตร์ป้องกันตัวของบรรณารักษ์ยุคโบราณอาจจะแปรสภาพหนังสือพวกนี้ให้กลายเป็นอาวุธสังหารคุณได้ในพริบตาเดียว"
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ท่านประธานคนสวย" เรย์แกล้งหยอกเย้าด้วยรอยยิ้มทะเล้น เพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดที่กดทับหัวใจของหญิงสาวตรงหน้า เขาแอบสังเกตเห็นว่าช่วงนี้เซเลสเตียแบกรับภาระจากสภานักเรียนและปัญหาการสั่นคลอนของพลังธาตุดาราในตัวเธอเองมากแค่ไหน ความเยชาภายนอกนั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะป้องกันความโดดเดี่ยวของเธอเท่านั้น
ในจังหวะนั้นเอง... สัมผัสประหลาดก็แล่นแปลบขึ้นที่ฝ่ามือขวาของเรย์
มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สะท้อนมาจากซอกมุมมืดที่สุดของชั้นหนังสือแถวที่สิบสาม ชั้นที่ไม่มีชื่ออยู่ในสารบบหอสมุดเวทมนตร์
เรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปส่ง1สัญญาณเตือนทางสายตาให้เซเลสเตียที่ยืนอยู่ใกล้กัน หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ นิ้วมือเรียวยาวของเธอรวบรวมละอองดาวสีเงินยวงขึ้นมาเตรียมพร้อม พัดพลังความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อตรึงบรรยากาศรอบข้างให้หยุดนิ่ง หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เธอพร้อมจะสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะปกป้องเขาทันที แม้ปากจะชอบบ่นว่าเขากวนประสาทก็ตาม
เรย์ก้าวเท้าเข้าไปอย่างระมัดระวัง รองเท้าหนังกระทบพื้นหินส่งเสียงก้องกังวานเบาๆ เขายื่นมือออกไปปัดหยากไย่หนาเตอะที่ปกคลุมวัตถุลึกลับชิ้นหนึ่งออก
สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังกองตำราผุพังคือ "สมุดบันทึกปกหนังมังกรโบราณ" ที่ปิดผนึกด้วยโซ่เวทมนตร์ธาตุแสงสีทองหม่น สัญลักษณ์บนปกเป็นรูปดวงอาทิตย์ที่มีรอยร้าวตรงกลาง—สัญลักษณ์ประจำตระกูลของผู้ก่อตั้งโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามร้อยปีก่อน
"นี่มัน..." เซเลสเตียอุทานเบาๆ เมื่อเห็นลวดลายบนปก "โซ่เวทมนตร์นั่นไม่ใช่ระบบป้องกันธรรมดา แต่มันคือ 'พันธสัญญาเลือด' ที่ถูกถักทอด้วยเวทมนตร์ธาตุแสงระดับสูง มีเพียงสายเลือดแท้หรือผู้ที่มีคลื่นพลังงานตรงกันเท่านั้นที่จะสัมผัสมันได้โดยไม่ถูกแผดเผาจนกลายเป็นจุล"
เรย์ไม่ได้ตอบคำถาม เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรที่ดังออกมาจากสมุดบันทึกเล่มนั้น ราวกับว่ามันกำลังรอคอยการมาถึงของเขามาเนิ่นนานนับกัลป์
นิ้วมือของเรย์สัมผัสลงบนโซ่เวทมนตร์สีทองหม่น ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นจนห้องสมุดใต้ดินสว่างไสวราวกับกลางวัน ละอองแสงสีทองนับพันลอยฟุ้งขึ้นเหนือพื้นดิน หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นราวกับดาราจักรขนาดย่อม เซเลสเตียต้องยกแขนขึ้นบังแสงที่เจิดจ้าเกินทน พร้อมๆ กับที่เสียงกระซิบอันแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งคู่—เสียงที่บอกเล่าถึงความลับอันดำมืดเบื้องหลังการก่อตั้งหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ และคำสาปที่กำลังจะตื่นขึ้นในคืนวันจันทร์เต็มดวง
[ระบบตรวจพบวัตถุโบราณระดับตำนาน: บันทึกแห่งปฐมบทเวทมนตร์แสงดารา]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: ผู้ใช้ 'เรย์' และ 'เซเลสเตีย' ผ่านการเชื่อม2ประสานจิตวิญญาณระดับ 40%]
[คำเตือน: ความลับที่คุณกำลังจะเปิดอ่าน จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของสภาเวทมนตร์หลวงไปตลอดกาล...]
ก่อนที่เรย์จะทันได้ตั้งตัว ประตูเหล็กกล้าโบราณที่อยู่ลึกเข้าไปในสุดของห้องสมุดก็ส่งเสียง "ครืน..." ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวพ้นความมืดออกมา—เงาร่างที่ถือคทาประดับอัญมณีสีแดงฉาน และมีรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏอยู่บนใบหน้าที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"ไม่นึกเลยว่า... หนูๆ ทั้งสองคนจะขยันหาเรื่องใส่ตัวได้รวดเร็วขนาดนี้ค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากคคาทาที่ส่องกระทบใบหน้าของ ศาสตราจารย์ไอ린 ผู้ยืนขวางทางออกเดียวของพวกเขากลางความมืดมิด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกเวทมนตร์กับ "เซเลสเทียละอองเวท" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ส่องประกายสิพ่อมดมือใหม่ กับยัยสภานักเรียนหัวกะทิ•ตอนที่ 2
คาถาแสงอ่อนๆ กับสมุดบันทึกเก่า
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ส่องประกายสิพ่อมดมือใหม่ กับยัยสภานักเรียนหัวกะทิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
