"หากคิดจะก้าวผ่านประตูบานนี้ไป... พวกเธอต้องตอบคำถามของดิฉันด้วยเวทมนตร์ ไม่ใช่แค่การท่องตำราค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มที่สะท้อนก้องอยู่ภายในห้องโถงใต้ดินอันมืดมิดของหอคอยโบราณ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย แสงสว่างสีนวลจากคฑาหัวผลึกควอตซ์ในมือของศาสตราจารย์ไอ린สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นทรง Theatrical นั้นกลับคมกริบราวกับกำลังผ่าตัดความคิดของเด็กนักเรียนปีสองทั้งสองคนในคราวเดียว
เรย์ขยับตัวยืนบังด้านหน้าของเซเลสเตียโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าพลังต่อสู้ของตนเองเทียบไม่ได้เลยกับประธานสภานักเรียนผู้สมบูรณ์แบบ ทว่าสัญชาตญาณการเป็นพ่อมดสายสนับสนุนและทักษะการวิเคราะห์ระบบเวทมนตร์ที่สั่งสมมาก็บอกให้เขารู้ว่า การเผชิญหน้ากับอาจารย์ผู้กุมความลับของหอคอยแห่งนี้โดยตรงไม่มีทางเอาชนะด้วยกำลังเด็ดขาด
เซเลสเตียเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสีนิลคู่สวยฉายแววไม่ยอมแพ้ เธอกำคฑาประจำตำแหน่งในมือซ้ายจนข้อต่อนิ้วขาวซีด พลังเวทธาตุดาราและน้ำแข็งภายในร่างกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์บานปลาย แต่ก่อนที่เธอจะได้ร่ายคาถาป้องกัน เรย์ก็ยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่ไหล่ของเธอเพื่อส่งสัญญาณห้ามปราม
"อาจารย์ไอ린กำลังทดสอบ 'เงื่อนไข' ของห้องนี้อยู่ต่างหากล่ะครับ... ไม่ใช่การต่อสู้" เรย์กระซิบเสียงเบาอย่างใช้ความคิด สายตาของเขาจ้องมองละอองแสงสีทองจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบปลายคฑาของอาจารย์ ซึ่งมีรูปแบบการไหลเวียนสอดคล้องกับอักษรเวทมนตร์โบราณบนผนังหินรอบด้านอย่างแม่นยำ
ศาสตราจารย์ไอ린เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก "โอ้? น่าสนใจนี่คะ คุณเรย์ พ่อมดสายสนับสนุนผู้มักจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามเสมอ... ไหนลองบอกดิฉันซิคะ ว่าบททดสอบย่อยในคาบเรียนธาตุรอบนี้ มีกฎกติกาสگอย่างไร?"
ความกดดันภายในห้องโถงพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก กฎการทดสอบธาตุของโรงเรียนเวทมนตร์อัสตราเรียขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินและไร้ความปรานี ยิ่งเป็นการทดสอบนอกหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยศาสตราจารย์ไอ린ด้วยแล้ว ความซับซ้อนของกลไกเวทมนตร์ย่อมซ่อนอยู่หลายชั้น
เรย์สูดหายใจเข้าลึก and กวาดสายตามองไปรอบห้อง ระบบวิเคราะห์เวทมนตร์ในหัวของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ภาพของวงแหวนเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นศิลาปรากฏขึ้นเป็นเส้น 3 มิติ เรารู้ดีว่าหากใช้เวทมนตร์ธาตุรุนแรงโจมตีใส่ประตู แรงสะท้อนจะทำลายสมาธิและดึงเอามานาในร่างกายของทุกคนจนหมดสิ้น ทางเดียวที่จะรอดคือการผสานพลังธาตุที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงให้อยู่ในจุดสมดุลสมบูรณ์แบบ
"เซเลสเตียครับ... ผมต้องการมานาธาตุดาราของคุณ ชาร์จลงบนวงแหวนที่สามทางด้านซ้ายมือ ส่วนผมจะใช้เวทมนตร์ธาตุแสงบริสุทธิ์เพื่อหักเหแสงสะท้อนของไอศwamp; สโตนที่อาจารย์ไอ린เพิ่งร่ายใส่เราเมื่อครู่" เรย์หันไปกระซิบกับหญิงสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงจริงจังและมั่นคง
เซเลสเตียชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ การประสานเวทมนตร์ระหว่างธาตุแสงบริสุทธิ์ของเรย์กับธาตุดาราของเธอ เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎี เนื่องจากความหนาแน่นและคลื่นความถี่ของมานาทั้งสองรูปแบบมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง หากควบคุมไม่ดีพอ เวทมนตร์จะเกิดการระเบิดและย้อนกลับมาทำลายผู้ร่ายทันที
"แต่มันอันตรายเกินไปนะ เรย์! นายก็รู้ว่าเราไม่เคยฝึกประสานธาตุนี้ร่วมกันมาก่อน..." เสียงของเซเลสเตียเจือแววลังเลเป็นครั้งแรกในรอบปี ตั้งแต่เธอรับตำแหน่งประธานสภานักเรียนมา เธอไม่เคยต้องฝากความปลอดภัยของตนเองไว้กับคนอื่น โดยเฉพาะกับพ่อมดที่ถูกตราหน้าว่าไร้พรสวรรค์อย่างเรย์
"เชื่อใจผมสิครับ" เรย์ส่งยิ้มบางๆ ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "คุณทำหน้าที่ควบคุมวงแหวนดารา ส่วนการจัดการแรงสะท้อน...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง"
หัวใจของเซเลสเตียกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นจากรอยยิ้มนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บของหอคอยโบราณ ชั่วขณะหนึ่ง เธอก็พยักหน้ารับเบาๆ อย่างลืมตัว "เข้าใจแล้ว... อย่าทำให้ผิดหวังก็แล้วกันนะคะ!"
สิ้นคำพูดของประธานสภานักเรียนสาว คฑาในมือของเธอก็เปล่งประกายแสงสีครามเข้มระยิบระยับราวกับหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรี ละอองดาวพรั่งพรูลงสู่พื้นศิลาตามตำแหน่งที่เรย์ระบุไว้อย่างแม่นยำ ในขณะเดียวกัน เรย์ก็ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยกคฑาขึ้นสูง ถ่ายเทมานาธาตุแสงบริสุทธิ์ทั้งหมดเข้าประสานกับคลื่นพลังของเซเลสเตียอย่างนุ่มนวล
*เปรี้ยง!*
ประกายแสงสีทองและสีครามปะทะกันกลางอากาศ เกิดเป็นม่านพลังรูปโดมโปร่งแสงที่สะท้อนการโจมตีทั้งหมดของศาสตราจารย์ไอ린กลับไปอย่างไร้รอยต่อ แรงดันมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องโถง ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงด้วยความเงียบงัน ละอองเวทมนตร์ระยิบระยับร่วงหล่นลงราวกับสายฝนแห่งแสงดาว
ศาสตราจารย์ไอ린มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างที่มุมปาก แววตาของเธอฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "ยอดเยี่ยมมากค่ะ... การประสานเวทมนตร์ข้ามขั้วธาตุภายใต้ความกดดันระดับนี้ แม้แต่นักเรียนปีสามก็ยังทำได้ยากเลยนะคะ"
เซเลสเตียหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมอันงดงาม เธอมองดูผลงานตรงหน้าก่อนจะหันไปมองเรย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกดูแคลนหรือมองว่าเขาเป็นเพียงตัวถ่วงในตอนแรกได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความทึ่งและความชื่นชมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
เรย์ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขากำลังจะหันไปเอ่ยปากกับเซเลสเตีย แต่ทว่าจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนของระบบเวทมนตร์ภายในจิตใจของเขาก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นมานาภายนอกอันตรายระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ทดสอบ]
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ประตูมิติเบื้องหลังศาสตราจารย์ไอ린กำลังเปิดออก และ "สิ่งนั้น" กำลังตื่นจากการหลับใหล...]
ศาสตราจารย์ไอ린หุบยิ้มลงทันที สีหน้าของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เธอยกคฑาขึ้นตั้งรับพร้อมกับหันมามองเด็กทั้งสองคนด้วยสายตาดุดัน
"ถอยไปซะเด็กๆ ...ดูเหมือนว่าการทดสอบย่อยของจริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ต่างหากล่ะค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเวทมนตร์บทใหม่นี้นะคะ
ส่องประกายสิพ่อมดมือใหม่ กับยัยสภานักเรียนหัวกะทิ•ตอนที่ 3
การทดสอบย่อยในคาบเรียนธาตุ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ส่องประกายสิพ่อมดมือใหม่ กับยัยสภานักเรียนหัวกะทิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
