คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง•ตอนที่ 3

เฉินเฟิง ผู้ชายที่โชคดีที่สุด

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“ถ้าคิดจะขว้างหินถามทาง ก็ต้องเตรียมใจรับแรงกระแทกที่จะสะท้อนกลับมาให้ดีนะคะ” หลินอวี้ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนคนฟังต้องชะงัก เธอไม่ได้หันไปมองกลุ่มคนในตระกูลเฉินที่ยืนทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่หลังกำแพงบ้าน หากแต่สายตาคมกริบของเธอกลับจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ของ ‘เฉินเฟิง’ ที่กำลังยืนพิงกรอบประตูโรงเรือนเก็บฟืนด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาดุดันคู่นั้นกลับฉายชัดถึงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เฉินเฟิงขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด แผ่นหลังกว้างที่เคยผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนดูสง่างามแม้ในยามที่เขาต้องสวมเสื้อผ้าเก่าซ่อมปะ เขาสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าภรรยา ดวงตาคมเข้มดุจพญาอินทรีมองสำรวจใบหน้าของเธอ ราวกับจะค้นหาความผิดปกติหรือร่องรอยความหวาดกลัว ทว่าสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ส่องประกายชัดเจน “ใครทำอะไรเธอ?” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถาม มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับจอบจับปืนเอื้อมมาคว้าข้อมือของอวี้ซินไว้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา อวี้ซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แวบหนึ่งเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยมีในฐานะศัลยแพทย์มือหนึ่งในยุคปัจจุบันเริ่มก่อตัวขึ้น เธอไม่ได้ชักมือกลับ แต่กลับสบตาเขานิ่ง “คนในตระกูลของคุณอยากเห็นฉัน ‘ล้มละลาย’ ในฐานะสะใภ้บ้านนี้ยังไงล่ะคะ พวกเขาวางแผนจะโยนความผิดเรื่องของหายในห้องครัวให้ฉัน... คุณคิดว่ายังไงคะ สามี?” คำว่า ‘สามี’ ที่หลุดออกจากปากเธอทำให้เฉินเฟิงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง กรามแกร่งของเขาขบเข้าหากันแน่น “คนพวกนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาผมตั้งแต่ต้นแล้ว” เฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด “แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนใจอ่อน ถ้าเธอไม่สู้ พวกเขาก็จะขี่คอเธอไปตลอดชีวิต เข้าใจที่ผมจะสื่อไหม?” เขาไม่ได้ห้ามปรามให้เธออ่อนข้อให้ใคร กลับกัน... แววตาของเขาดูเหมือนจะยินดีด้วยซ้ำที่เห็นภรรยาของเขามีเขี้ยวเล็บ เฉินเฟิงหมุนตัวหันไปทางเรือนใหญ่ที่พึ่งพาอาศัยอยู่ก่อนจะเอ่ยต่อ “เย็นนี้ผมไปจับปลาที่ลำห้วยท้ายหมู่บ้านมาได้สองสามตัว เธอเอาไปทำอาหารเถอะ ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้น” อวี้ซินมองดูปลาช่อนตัวเขื่องในตะกร้าสานเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างเท้าชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ การหาโปรตีนมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขามักจะแบ่งสรรปันส่วนอย่างยากลำบากเพื่อเก็บไว้ให้เธอเสมอ “ถ้าอย่างนั้น... วันนี้ฉันจะแสดงให้เห็นเองค่ะ ว่าปลาไม่กี่ตัวในมือฉัน สามารถเปลี่ยนบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ให้กลายเป็น ‘กับดัก’ ได้อย่างไร” อวี้ซินยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด เธอก้าวเดินเข้าไปในครัวมิติลับที่เธอซ่อนไว้ในใจทันทีที่คล้อยหลังชายหนุ่ม กลิ่นอายของเครื่องเทศราคาแพงที่หาไม่ได้ในยุค 70 อบอวลขึ้นมาในชั่วพริบตา เธอใช้มีดแล่เนื้อปลาด้วยความชำนาญราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ เนื้อปลาสดหวานถูกหมักด้วยพริกหมาล่าสูตรพิเศษที่เธอดึงมาจากคลังวัตถุดิบในมิติ กลิ่นหอมฟุ้งของพริกผสมผสานกับน้ำมันงาคั่วแผ่ซ่านออกไปนอกตัวบ้าน ทันทีที่กะทะเหล็กใบเก่านำปลาลงไปทอดจนเหลืองกรอบ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็โชยไปถึงเรือนใหญ่ที่แม่สามีใจร้ายกำลังนั่งจ้องตาเขียวอยู่ กลิ่นที่เหนือกว่ากลิ่นซุปผักต้มน้ำใสที่พวกเขากินกันอยู่หลายเท่าตัวนัก “นังเด็กนี่มันเอาเนื้อมาจากไหน!?” เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองดังขึ้นจากเรือนใหญ่ด้วยความอิจฉา ในขณะที่ทุกคนกำลังกระวนกระวายใจกับการคาดเดา อวี้ซินก็เดินออกมาจากครัวพร้อมกับจานปลาช่อนนึ่งซีอิ๊วและผัดปลาพริกหมาล่า เธอมองผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นไปราวกับอากาศธาตุ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเก่าของเฉินเฟิง “กินเถอะค่ะ เฉินเฟิง วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เธอคีบชิ้นปลาที่ดูนุ่มชุ่มฉ่ำใส่ในชามข้าวของเขา เฉินเฟิงมองปลาในชามแล้วเงยหน้ามองภรรยา ดวงตาของเขาวูบไหว ในความเย็นชานั้นมีความรักความเอ็นดูซ่อนอยู่ลึกสุดใจ เขาตักปลาคำโตเข้าปาก ความเผ็ดร้อนและหอมมันของเครื่องเทศทำให้เขาถึงกับตาค้าง นี่ไม่ใช่รสมือของสาวชาวไร่ธรรมดา แต่มันคืออาหารระดับภัตตาคารที่เขาไม่เคยฝันว่าจะได้กินในชีวิตนี้ ทว่า ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดย ‘ชายแปลกหน้า’ ที่แต่งตัวด้วยชุดกากีสะอาดสะอ้าน เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของเฉินเฟิงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “สหายเฉิน! ผมได้ข่าวว่าภรรยาคุณคือคนที่ช่วยชีวิตลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่จมน้ำเมื่อเช้านี้ไว้ได้ใช่ไหม?” ชายคนนั้นกล่าวเสียงสั่น “ลูกชายผมมีอาการไข้สูงขึ้นเฉียบพลัน หมอในอนามัยบอกให้ทำใจ แต่ผมได้ยินมาว่าคุณมีวิธีรักษาที่เป็นเอกลักษณ์... ได้โปรด ช่วยลูกชายผมด้วย!” เฉินเฟิงวางตะเกียบลงในทันที เขามองภรรยาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ แต่ความเงียบของอวี้ซินกลับดูน่ากลัวกว่า เธอไม่ได้ดูตกใจ แต่กลับค่อยๆ วางชามปลาลง แล้วหยิบกระเป๋าหนังใบเล็กที่ดูแปลกตากว่าของชาวบ้านทั่วไปขึ้นมา “ถ้าฉันช่วยเขาได้...” อวี้ซินเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง “ฉันต้องการ ‘สัญญาเช่าที่ดิน’ หลังหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาสามปี เพื่อทำแปลงสมุนไพร... คุณตกลงไหม?” ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนในตระกูลเฉินอ้าปากค้าง นี่เธอกำลังใช้โอกาสในวิกฤตครั้งนี้ยึดที่ดินของส่วนรวมมาเป็นของตัวเองอย่างนั้นหรือ! เฉินเฟิงขยับตัวเข้ามาใกล้ภรรยา เขาจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกใหม่ที่เรียกว่า ‘ความภูมิใจ’ อย่างเปี่ยมล้น ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอ “เธอคิดจะทำอะไร ผมก็จะสนับสนุนถึงที่สุด... แม้แต่จะพลิกแผ่นดินนี้เพื่อเธอ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางชีวิตของอวี้ซินนะคะ และขอฝากเอาใจช่วยให้เธอคว้าที่ดินแปลงนี้มาครองให้ได้ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%