"หยุดมือเดี๋ยวนี้นะฟีเรีย! ถ้าคุณขยับเฟืองวงแหวนตัวนั้นผิดองศา แรงดันมานาที่ค้างอยู่ในห้องนี้จะอัดกระแทกเราจนกระดูกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี!"
ผมร้องเตือนเสียงหลง มือที่ถือผลึกตรวจจับรังสีมานาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นฟีเรียเอื้อมมือไปยังแกนกลางของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องวิจัยใต้ดินของหอสมุดเก่าแก่ กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นไอของโลหะที่ถูกทิ้งร้างมานับร้อยปีอบอวลไปทั่วจนหายใจลำบาก
ฟีเรียชะงักมือทันที เธอหันมามองผมด้วยดวงตาที่ฉายแววทั้งความดื้อรั้นและความหวาดหวั่น เส้นผมสีเงินของเธอระลงบนไหล่ขณะที่เธอขยับแว่นสายตาให้เข้าที่
"เรย์... ฉันสัมผัสได้ถึงมัน" น้ำเสียงของเธอแหบพร่า "ทฤษฎีเวทมนตร์ของฉันที่หายไป มันกำลังร้องเรียกจากข้างในนี้ นี่ไม่ใช่เครื่องจักรธรรมดา แต่มันคือตัวแทนของ 'กฎ' ที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ถ้าเราไม่ไขมันตอนนี้ เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าทำไมเวทมนตร์ของฉันถึงกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวของพลังงานที่ไร้ความหมาย"
ผมถอนหายใจยาว พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยเศษซากของวงจรเวทมนตร์และชิ้นส่วนเครื่องจักรคำนวณที่ทำจากทองเหลืองและผลึกคริสตัล นี่คือห้องวิจัยที่ไม่มีใครพูดถึงในสารบบของโรงเรียน มันถูกปิดตายมาตั้งแต่วันที่เทคโนโลยีเวทมนตร์แปรผันไปสู่ยุคสมัยแห่งพลังทำลายล้างที่ไร้ตรรกะ
ผมก้าวเข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง พลางหยิบอุปกรณ์คำนวณทรงลูกบาศก์ที่ผมดัดแปลงขึ้นออกมาเปิดใช้งาน แสงสีฟ้าจางๆ ฉายออกมาเป็นตัวเลขและสมการลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
"มันคือเครื่องจักรคำนวณ 'อาคีเมดิส-โอเมก้า' ที่เลิกใช้ไปเมื่อร้อยปีก่อน" ผมอธิบายพลางคีย์ข้อมูลลงบนอากาศด้วยความเร็วที่ทำให้นิ้วของผมแทบจะกลายเป็นภาพติดตา "สถาปนิกเวทมนตร์ในสมัยนั้นเชื่อว่าจักรวาลมีสมการรองรับ แต่คนรุ่นหลังทำลายทิ้งเพียงเพราะพวกเขาต้องการ 'อำนาจ' ที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการคิด"
"แล้วนายจะบอกว่า..." ฟีเรียเว้นวรรค สายตาของเธอจับจ้องไปที่เฟืองตัวหลักที่สลักลวดลายเรขาคณิตซับซ้อน "เรากำลังจะนำตรรกะกลับมาสู่โลกที่บ้าคลั่งนี้งั้นหรือ?"
"เรากำลังจะเปิดมัน" ผมกล่าวพลางสอดแทรกผลึกมานาบริสุทธิ์เข้าไปในช่องเสียบของแท่นควบคุม "ถ้าการคาดการณ์ของผมไม่ผิด นี่คือโหนดเดียวที่ยังคงบันทึก 'ภาษาแรกเริ่ม' ของโลกเวทมนตร์ไว้ได้"
ทันทีที่ผลึกแตะช่องเสียบ เสียงเครื่องจักรที่เคยตายสนิทกลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านพื้นหินจนฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราว ฟีเรียถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติขณะที่แสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาจากใจกลางของเครื่องจักรนั้น มันไม่ได้สว่างแสบตา แต่เป็นแสงที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบและทรงพลัง ราวกับว่ากฎฟิสิกส์ในห้องนี้กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ต่อหน้าต่อตาเรา
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของผมดังขึ้นก้องในหัว มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันเป็นเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
[ตรวจพบข้อมูลสูญหาย: ความลับแห่งยุคสมัยคำนวณ]
[ความคืบหน้าของภารกิจ 'กู้คืนสมการหายนะ' เพิ่มขึ้นเป็น 45%]
[คำเตือน: คุณกำลังเข้าถึงข้อมูลที่ 'ผู้อยู่เบื้องหลัง' ไม่ต้องการให้ใครรับรู้]
"เรย์ ดูนั่น!" ฟีเรียชี้ไปที่แผงควบคุมหน้าเครื่องจักรที่เริ่มปรากฏตัวอักษรวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง มันไม่ใช่ภาษามนุษย์ ไม่ใช่ภาษาเอลฟ์ แต่มันคือกลุ่มก้อนของตัวเลขที่จัดเรียงตัวกันเป็นโครงสร้างสามมิติที่ดูคล้ายกับโครงสร้างโมเลกุล
ผมรีบคว้าข้อมือเธอไว้ "อย่าแตะต้องมันนะฟีเรีย! ข้อมูลนั่นกำลังดีดตัวกลับมา ถ้าสมองของเธอรองรับกระแสข้อมูลมหาศาลขนาดนี้ไม่ได้ เธอจะกลายเป็นคนเสียสติไปตลอดกาล!"
ผมรีบขยับร่างกายอย่างรวดเร็ว—แม้ร่างกายผมจะอ่อนแอเรื่องพลังกายภาพ แต่ไหวพริบในการคำนวณจังหวะของผมนั้นแม่นยำดุจเครื่องจักร ผมกระโดดขึ้นไปบนแท่นเหล็ก พลางหมุนวาล์วควบคุมแรงดันมานาเพื่อสร้างเกราะป้องกันตรรกะขั้นสูงปกคลุมพื้นที่รอบตัวเรา
ท่ามกลางเสียงพายุมานาที่หมุนวนรอบห้องวิจัย เครื่องจักรยักษ์ก็หยุดชะงักลงฉับพลัน... เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของเราสองคน
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงข้อความสีแดงฉานขึ้นมา
[การเข้าถึงได้รับอนุญาต: ยินดีต้อนรับ 'ทายาทแห่งการคำนวณ']
[ข้อมูลลับระดับ SSS: บันทึกเหตุการณ์ 'การล่มสลายของสมการต้นกำเนิด']
แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะยื่นมือไปแตะหน้าจอเพื่อดาวน์โหลดข้อมูล เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องวิจัยที่ควรจะถูกปิดตายไปนานแล้ว ประตูเหล็กกล้าค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปิดด้วยหน้ากากเหล็กที่สลักลวดลายของสมการที่ไม่มีอยู่จริงในตำราเรียนเล่มไหน
"การค้นพบที่น่ายินดีเสียจริง..." ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเฉียบ พร้อมกับชูไม้คทาที่ปลายยอดมีผลึกสีม่วงอมดำสั่นไหวอย่างรุนแรง "พวกเจ้าทำในสิ่งที่แม้แต่สภาเวทมนตร์ยังไม่กล้าแตะต้อง... น่าเสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ 'สมการ' จะได้อยู่ในมือของนักเรียนชั้นปีสาม"
ฟีเรียก้าวมาขวางหน้าผม มือของเธอสั่นระริกแต่ดวงตายังคงแน่วแน่ "คุณเป็นใคร? และทำไมถึงห้ามไม่ให้ความจริงปรากฏออกมา!"
ชายปริศนาเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะตบมือหนึ่งครั้ง แล้วความมืดรอบตัวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของอสูรไร้หน้าพุ่งเข้าใส่พวกเราพร้อมกัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งตรรกะและเวทมนตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 18
ความหวังในห้องวิจัยร้าง
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!