เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 3

ห้องเรียนเลขอาคม

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ชอล์กในมือของศาสตราจารย์มัล버스หักสะบั้นลงด้วยแรงกดที่มากเกินพอดี เสียงแหลมคมของมันที่ขูดกับกระดานชนวนดำสนิทเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของนักเรียนทุกคนในห้องเรียนเลขอาคมชั้นสูง บรรยากาศภายในห้องกว้างที่ตกแต่งด้วยกลิ่นอายของหินอ่อนและตำราโบราณกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง แม้กระทั่งฟีเรียที่นั่งอยู่ด้านข้างยังเผลอกำชายเสื้อเครื่องแบบของตนเองแน่นจนยับย่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองตัวเลขและสมการที่เรย์เพิ่งเขียนเพิ่มเติมลงไปบนกระดานด้วยความตะลึงงัน บนกระดานนั้น... สมการเวทมนตร์อัญเชิญอัคคีขั้นสูงที่เคยซับซ้อนจนต้องใช้เวลาท่องร่ายบทสวดนานถึงสามนาที บัดนี้ถูกย่อส่วนเหลือเพียงบรรทัดเดียวด้วยหลักการทางคณิตเวทที่เด็ดขาดและแม่นยำ "เป็นไปไม่ได้..." ศาสตราจารย์มัลเบิร์สพึมพำลอดไรฟัน สีหน้าของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมโบราณเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งในตอนแรกเป็นความตกตะลึงพรึงเพริด "โครงสร้างการไหลเวียนของมานาถูกตัดทอนลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่กลับเพิ่มความหนาแน่นของเปลวไฟได้ถึงสองเท่า... เจ้าเด็กทุนคนนี้ใช้หลักการคำนวณอะไรกันแน่?" เรย์วางแท่งชอล์กในมือลงอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความหวาดกลัว ความสงสัย และความไม่อยากเชื่อ เรย์ไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกกับสายตาเหล่านั้น เขากลับจัดปกเสื้อเครื่องแบบของตนให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุภาพ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้มีชัย "เวทมนตร์ก็เหมือนกับสมการทางคณิตศาสตร์ครับศาสตราจารย์" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องกังวานไปทั่วห้อง "พวกท่านมักจะคิดว่ามานาคือพลังงานวิเศษที่ต้องอาศัยอารมณ์ ศรัทธา และบทสวดอันยาวเหยียดในการขับเคลื่อน แต่แท้จริงแล้ว มานาก็คือค่าคงที่ทางตัวเลขที่มีทิศทางและอัตราการไหล หากเรารู้จักถอดรหัสความสัมพันธ์ของตัวแปรเหล่านี้ การร่ายเวทที่กินเวลาเป็นนาที ก็สามารถลดรูปให้เสร็จสิ้นได้ภายในพริบตาเดียว ด้วยเศษเสี้ยวของมานาที่น้อยกว่าเดิมหลายเท่าครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่เสียงกระซิบกระซาบจะดังขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง "เขาพูดบ้าอะไรของเขากันน่ะ? แค่ตัวเลขจะมาแทนที่บทสวดศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษได้อย่างไร?" "แต่เดี๋ยวก่อน... เมื่อกี้ตอนที่เขาสสาธิตวงเวทไฟ มันไม่มีการท่องคาถาเลยสักคำนะเว้ย แค่ดีดนิ้วครั้งเดียว..." "จริงด้วย แถมพลังทำลายล้างยังดูบริสุทธิ์กว่าที่เราเรียนมาตั้งเยอะ..." ฟีเรียหันมามองหน้าเรย์ ดวงตาของเธอยังคงสะท้อนความสั่นไหว หัวกะทิของโรงเรียนผู้สูญเสียทฤษฎีเวทมนตร์ดั้งเดิมไปคนนี้ กำลังตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า สิ่งที่เธอพยายามค้นหามาตลอดชีวิต—คำตอบว่าทำไมอาคมของเธอถึงเริ่มใช้ไม่ได้ผล—มันไม่ได้ซ่อนอยู่ในคัมภีร์เวทโบราณที่ผุพัง แต่มันกำลังถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยมันสมองและตรรกะอันคมกริบของเด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ "เรย์..." ฟีเรียเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ขณะที่หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "นาย... ทำแบบนั้นได้อย่างไร? ทฤษฎีนี้มันขัดแย้งกับตำราเวททุกเล่มในหอสมุดหลวงนะ" "เพราะตำราเหล่านั้นมองข้ามความจริงข้อหนึ่งไปครับคุณฟีเรีย" เรย์หันมาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจฉายชัดในแววตาสีเข้ม "พวกเขาสร้างกำแพงแห่งความศรัทธาขึ้นมาบังคับให้ผู้ใช้เวทต้องก้มหัวให้กฎเกณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่ธรรมชาติของมานาไม่ได้สนใจความศรัทธาครับ... มานาสนใจแค่ความถูกต้องของตรรกะ" ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากบริเวณประตูหลังห้องเรียน ทุกสายตาหันขวับไปมองทันที ร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายดาราจักรด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงกำลังก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับทอประกายลึกล้ำยากจะหยั่งถึง "น่าสนใจ... ช่างเป็นมุมมองที่ทั้งสามหาวและยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน" ผู้อำนวยการสถาบันเวทมนตร์แห่งอาณาจักรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจจนทำให้ทุกคนในห้องต้องลุกขึ้นยืนทำความเคารพโดยสัญชาตญาณ เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นการปรากฏตัวที่ไม่คาดฝันนี้ เขารู้ดีว่าการแสดงออกเมื่อครู่จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ แต่มันกลับดึงดูดสายตาจากบุคคลระดับสูงสุดของสถาบันเร็วกว่าที่คาดคิดไว้มาก ผู้อำนวยการเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้ากระดานชนวน นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสร่องรอยชอล์กที่เรย์เพิ่งเขียนลงไป แววตาของเขาฉายความพึงพอใจออกมาชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าเรย์ตรงๆ "เธอชื่อเรย์สินะ... นักเรียนทุนผู้สอบเข้ามาด้วยคะแนนภาคปฏิบัติต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่กลับล้มล้างทฤษฎีเวทมนตร์พื้นฐานของสถาบันเราได้ภายในคาบเรียนที่สาม" ผู้อำนวยการแย้มรอยยิ้มลึกลับ "ทางเรากำลังมองหาคนที่มีมุมมองแบบนี้อยู่พอดี... สนใจมารับงานเสริมพิเศษสักชิ้นไหมล่ะ?" สิ้นคำพูดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาโดยมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น [ติ๊ง! ระบบตรวจพบเงื่อนไขลับพิเศษ] [ปลดล็อกภารกิจระดับ SSS: "รหัสลับแห่งบรรพกาล - ไขปริศนาความล่มสลายของหอคอยเวทโบราณ"] [เป้าหมาย: ร่วมมือกับผู้อำนวยการและฟีเรียในการถอดรหัสสมการที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินชั้นที่ 13 ของสถาบัน] [เงื่อนไขเวลา: 48 ชั่วโมง / หากล้มเหลว: สูญเสียสิทธิ์การเป็นนักเรียนทุนและถูกลบความทรงจำ] เรย์มองตัวอักษรสีแดงฉานที่กระพริบเตือนอยู่บนหน้าต่างระบบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ ทว่าในใจกลับรับรู้ได้ทันทีว่าเกมกระดานนี้ได้ยกระดับความอันตรายขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตรรกะและเวทมนตร์นี้นะครับ "อาร์เธอร์มนตราสวรรค์"
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%