กาสะท้อนของวงแหวนเวทมนตร์ระดับหกบนพื้นหินอ่อนสีนิลกำลังสั่นพ่าห์ เสียงกงเกวียนแห่งตรรกะที่เรย์เคยคำนวณไว้ในใจอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวราวกับสมการคณิตศาสตร์ที่ถูกเติมตัวแปรแปลกปลอมเข้ามาในวินาทีสุดท้าย แสงสีฟ้าครามที่สะท้อนจากดวงตาของคณะกรรมการวินัยแห่งสถาบันเวทมนตร์แอสทราเซียไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่มันเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าไอหมอกในฤดูเหมันต์
"เรย์ เจ้ากำลังท้าทายกฎเหล็กของสภาอาวุโสรู้ตัวหรือไม่" เสียงของศาสตราจารย์วาลเทอร์ ดังก้องกังวานผ่านห้องโถงพิจารณาคดี มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลากุมไม้เท้าหัวกระดูกงูแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "การดัดแปลงโครงสร้างอาคมป้องกันระดับสูงเพื่อปกป้องนักเรียนที่มีความบกพร่องทางทฤษฎี... มันคือการกระทำที่เป็นกบฏต่อระเบียบวินัยอันยาวนานนับพันปี"
เรย์ไม่ตอบในทันที เขายืนนิ่งหลังตรง เสื้อคลุมนักเรียนทุนของเขาเปื้อนฝุ่นควันจากการระเบิดของมานาเมื่อช่วงบ่าย สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองผ่านม่านพลังงานสีแดงฉานที่ถูกกางกั้นไว้อีกฟากหนึ่ง ที่นั่น... ฟีเรียกำลังนั่งทรุดตัวลงบนพื้นศิลา ริมฝีปากของเธอยังคงสั่นระริก ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ทฤษฎีเวทมนตร์ดั้งเดิมที่เธอภาคภูมิใจถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี แถมเธอยังถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุให้ระบบป้องกันของหอสมุดกลางเสียหาย
"ผมไม่ได้ท้าทายกฎครับ ศาสตราจารย์วาลเทอร์" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังอธิบายทฤษฎีบททางพีชคณิต แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นที่ทำเอาผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนในที่นั้นต้องชะงัก "แต่สิ่งที่สภาเรียกว่า 'ระเบียบวินัย' กำลังใช้สมการที่ผิดพลาดในการตัดสินมนุษย์ต่างหาก"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าอาจารย์และสภานักเรียนที่มาร่วมฟังการไต่สวน หลายคนส่งสายตาสมเพชเวทนามายังเด็กหนุ่มผู้มาจากครอบสามัญชนคนนี้ การเอาอนาคตทางการศึกษามาเดิมพันกับฟีเรีย ทายาทตระกูลขุนนางตกอับที่สูญเสียพลังไปแล้ว มันไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือความโง่เขลาในสายตาของคนพวกนั้น
ฟีเรียเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของเรย์ที่ยืนบังเธอไว้จากสายตารังเกียจเหล่านั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ เธอรู้ดีว่าทำไมเรย์ถึงทำเช่นนี้ หากไม่มีการแทรกแซงจากอัลกอริทึมเวทมนตร์ด่วนพิเศษที่เรย์คิดค้นขึ้นเมื่อคืนนี้ ฟีเรียคงถูกลบความทรงจำและถูกเนรเทศออกจากสถาบันไปตั้งแต่เที่ยงวันแล้ว
"เรย์... พอเถอะ นายไม่ต้อง..." เสียงของฟีเรียแหบพร่า เธอพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่พลังมานาในร่างกายที่ยังคงปั่นป่วนทำให้เธอล้มลงไปอีกครั้ง
"เงียบก่อน ฟีเรีย" เรย์เหลือบสายตากลับมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาปรากฏขึ้นชั่วครู่ มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นแบบที่เธอไม่เคยเข้าใจว่าเขากล้าหาญมาจากไหนในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านเช่นนี้ "ผมบอกแล้วไงว่า ในโลกของตัวเลข ไม่มีคำว่าทางตัน... ถ้าทางออกมันไม่มี เราก็แค่สร้างสมการใหม่ขึ้นมาก็เท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นทำให้ศาสตราจารย์วาลเทอร์ตบไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังสนั่น *ปัง!* แรงสั่นสะเทือนสะท้อนไปทั่วห้องจนฝุ่นละอองร่วงหล่นจากเพดาน
"สามห่าว!" วาลเทอร์คำราม ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่เรย์ "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน อัจฉริยะผู้พลิกตำราอย่างนั้นหรือ? เจ้าเป็นเพียงแค่เด็กทุนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางตรรกะมาบิดเบือนกฎหมายเวทมนตร์ และในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปกป้องนักเรียนผู้สร้างความเสียหายนี้... เจ้าก็ต้องรับผลนั้นร่วมกับนางด้วย!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ทุกสายตาจ้องมองมาที่เด็กหนุ่มราวกับรอคอยวินาทีที่เขาก้มหัวยอมจำนน
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่าคำตัดสินนี้หมายถึงอะไร การถูกขับไล่ออกจากสถาบันเวทมนตร์แอสทราเซียไม่ได้หมายถึงแค่การหมดอนาคตในฐานะจอมเวท แต่หมายถึงการถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าถึงห้องสมุดต้องห้าม ซึ่งเป็นสถานที่เดียวที่จะช่วยไขปริศนาเรื่อง "รหัสเวทมนตร์โบราณ" ที่เชื่อมโยงกับปมในอดีตของเขาเอง
แต่ถ้าเขาเลือกที่จะถอยหลังก้าวหนึ่งในตอนนี้... ศักดิ์ศรีในฐานะคนที่มองเวทมนตร์เป็นความจริงแท้คงแตกสลายไม่มีชิ้นดี
เรย์หันกลับมาเผชิญหน้ากับคณะกรรมการอีกครั้ง แววตาของเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากระบบปริศนาที่กำลังประมวลผลอยู่เบื้องหลังม่านตาของเขา
"ถ้าการรักษาความถูกต้องของสถาบันแห่งนี้ หมายถึงการเพิกเฉยต่อความอยุติธรรมและการบิดเบือนตรรกะ..." เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วห้องด้วยความสุภาพแต่เด็ดเดี่ยว "ผมก็ยินดีที่จะสละสิทธิ์การเป็นนักเรียนทุน... และยอมรับความเสี่ยงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวครับ"
สิ้นเสียงของเรย์ บรรยากาศในห้องโถงก็พลันเย็นเยียบลงทันที สีหน้าของศาสตราจารย์วาลเทอร์เปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยความโกรธจัด ขณะที่ฟีเรียเบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับไหลรินออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ค้อนไม้ของผู้พิพากษาจะเคาะประกาศคำสั่งเนรเทศอย่างเป็นทางการ หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ที่ด้านหลังห้องโถงก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงลมมหาศาลที่ไม่มีใครคาดคิด!
เศษกระจกนับร้อยชิ้นลอยค้างกลางอากาศด้วยพลังมาตรสีดำสนิท ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง มีเพียงความกดอากาศที่ทำให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ และจากเงาลางเลือนท่ามกลางกลุ่มควันสีเทา ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเงินยวดยวงก็ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นหินอ่อน พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"ช้าก่อน... ดูเหมือนว่าพวกท่านกำลังตัดสินคดีโดยมองข้าม 'ตัวแปรสำคัญที่สุด' ไปกระมังครับ..."
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจนั้นทำให้เรย์ต้องหดม่านตาลงทันที ระบบภายในหัวของเขาส่งเสียงเตือนรัวเรี่ยด้วยสัญญาณสีแดงฉานที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เปิดภาคเรียนมา
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับตำนาน - บุคคลอันตรายรหัส SSS ปรากฏตัวในพื้นที่เขตหวงห้าม]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์และฟีเรียมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 20
การตัดสินใจของเรย์
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!