หน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้สะท้อนใบหน้าเรียบเฉยของรินรดา แต่ภายในดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนหินลงไปก้อนใหญ่ ข้อมูลในไฟล์ที่ได้รับมาไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือจดหมายลาออกฉบับร่างของเธอที่พิมพ์เสร็จสรรพ พร้อมรายละเอียดข้อเสนอจากบริษัทคู่แข่งที่เสนอตัวเลขสูงกว่าเดิมสามเท่า
"ตัดสินใจง่ายขึ้นไหมคะ คุณรินรดา?"
เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวฝ่ายบุคคลที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู รินรดาแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก พลางขยับนิ้วปิดหน้าจอลงอย่างรวดเร็วเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันจากคนหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
พิมพ์อรไม่ได้พูดอะไรมานานเกินสิบนาทีแล้ว เจ้าหล่อนยังคงนั่งเซ็นเอกสารด้วยท่าทางสุขุมทว่ารังสีความกดดันรอบตัวกลับแผ่ซ่านจนอากาศในห้องทำงานดูจะเบาบางลง พิมพ์อรในชุดสูทสีเทาเข้มดูเฉียบคมและห่างเหินเกินกว่าที่รินรดาจะเอื้อมถึงในยามนี้
"ดิฉันถามว่าไฟล์นั้น... มีอะไรที่น่าสนใจจนคุณต้องเสียเวลาจ้องมองเป็นนานสองนานหรือเปล่าคะ?"
พิมพ์อรเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปากกาในมือหยุดกึก รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้านายสาวที่เคยร้ายกาจกับเธอ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางความรู้สึกที่เธอไม่สามารถสลัดทิ้งได้
"ไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปกว่าการที่ท่านประธานยังไม่ยอมทานมื้อเที่ยงค่ะ" รินรดาเลือกที่จะเฉไฉ เธอไม่ได้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ แต่เลือกที่จะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเก้าอี้ทำงานของพิมพ์อรแทน กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของอีกฝ่ายที่ผสมกับกลิ่นกระดาษและเอกสารทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ
พิมพ์อรละสายตาจากเอกสารมาจ้องมองคนตัวเล็กที่อยู่ต่ำกว่า แววตาที่เคยนิ่งดุบัดนี้มีความสับสนวูบผ่าน "นี่คุณกำลังทำอะไร รินรดา?"
"กำลังทำหน้าที่เลขาฯ ที่ดีค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เจตนาแกล้งทอดถอนใจ "หรือท่านประธานอยากให้ดิฉันไปทำหน้าที่ 'เลขาฯ ของคนอื่น' แทนคะ?"
บรรยากาศในห้องทำงานที่กว้างขวางพลันเย็นเยียบขึ้นทันตาเห็น พิมพ์อรรีบวางปากกาแล้วโน้มตัวลงมาหา แรงกดดันจากร่างสูงที่ถาโถมเข้ามาทำให้รินรดาต้องเผลอถอยกรูดไปพิงขอบโต๊ะ มือเรียวของพิมพ์อรคว้าหมับเข้าที่คางของเธอ บังคับให้สบตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"อย่าพูดเรื่องนั้นอีก" เสียงของพิมพ์อรทุ้มต่ำและสั่นพร่าอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน "ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าคิดจะไปจากที่นี่"
"ถ้าท่านประธานไม่ให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลพอ ดิฉันก็มีสิทธิ์เลือกอนาคตของตัวเองนะคะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้าทาย ทั้งที่ในใจกำลังโหยหาอ้อมกอดของคนตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง เธอรู้ดีว่านี่คือเกม และเธอกำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้เป็นจุณ
พิมพ์อรหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอปล่อยมือจากคางของรินรดาแล้วเปลี่ยนเป็นโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "เหตุผลเหรอ? เหตุผลก็คือ... ฉันไม่เหลือใครให้ระบายอารมณ์ด้วย และฉันไม่ชอบให้ของของฉันไปอยู่ในมือคนอื่น"
"ดิฉันไม่ใช่สิ่งของนะคะ พิมพ์อร"
การเรียกชื่อเล่นครั้งแรกทำให้คนฟังถึงกับชะงัก พิมพ์อรชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลงแน่น เธอโน้มตัวลงมาประทับจูบที่ข้างแก้มของรินรดาเบาๆ ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาอย่างประหลาด
"คุณกำลังทำให้ฉันคลั่ง" พิมพ์พึมพำชิดใบหู "รินรดา... ฉันทำงานไม่ได้เลยถ้าไม่มีคุณอยู่ตรงนั้น"
รินรดาใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความว่างเปล่าที่เธอเคยรู้สึกในห้องทำงานนี้ บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่ยากจะควบคุม เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก และเธอก็เต็มใจที่จะตกลงไปในนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"งั้นก็เลิกปากแข็งแล้วบอกมาสิคะ ว่าคุณต้องการอะไรจากดิฉันกันแน่"
พิมพ์อรเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นความวูบไหวที่ปิดไม่มิด มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะไหล่ของรินรดา เธอเตรียมจะพูดอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุด แต่ทว่า...
*ปัง!*
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ พิมพ์อรผละออกจากรินรดาแทบจะทันที แววตาแห่งความโหยหาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะคุณพิมพ์ แต่เรื่องข้อเสนอที่ส่งไปถึงคุณรินรดาน่ะค่ะ ทางเราต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้..."
เสียงของคู่แข่งที่ตามมารุกฆาตถึงที่ทำงานทำให้รินรดาหน้าซีดเผือด ขณะที่พิมพ์อรค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีอำนาจมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวเธอจนคนในห้องรู้สึกหายใจไม่ออก
"รินรดา... ออกไปก่อนค่ะ" พิมพ์อรสั่งเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่จ้องมองไปยังผู้มาเยือนนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่า "ฉันคิดว่าเราคงต้อง 'คุย' กันเรื่องที่ใครบางคนกล้าเข้ามายุ่งกับเลขาฯ ของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ชัดเจนเสียที"
รินรดาที่กำลังจะก้าวขาออกไปหยุดชะงัก เธอมองแผ่นหลังของพิมพ์อรที่ยืนตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย ก่อนจะรู้ตัวว่า... ต่อให้บริษัทอื่นจะให้เงินเดือนมากแค่ไหน หรืออนาคตจะสดใสเพียงใด แต่ความว่างเปล่าในใจของเธอ หากขาดผู้หญิงคนนี้ไป มันก็ไม่มีวันเติมเต็มได้เลย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความคลั่งรักของเจ้านายกับเลขาฯ มาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ
"กลิ่นลิลลี่สีขาว"
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 31
ความว่างเปล่าของห้องทำงาน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!