แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือรินรดากลายเป็นเกราะกำบังชิ้นดี ในขณะที่แผ่นหลังบางเฉียบแนบชิดติดบานประตูห้องทำงาน ทว่าพื้นที่แคบๆ ตรงนี้กลับคับแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงโปร่งของพิมพ์อรเคลื่อนกายเข้ามาปิดกั้นทางออกทุกเส้นทาง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความเย็นยะเยือกของมัสก์ที่คุ้นเคยลอยวนอยู่ปลายจมูก มันคือกลิ่นที่รินรดาเคยนึกอยากซุกซบยามอ่อนล้า แต่ในวินาทีนี้... มันกลับกลายเป็นกลิ่นอายอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด
"หลบด้วยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันมีงานด่วนต้องเคลียร์"
เสียงหวานใสที่เคยรื่นหู บัดนี้ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับกำแพงน้ำแข็งหนาทึบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นขวางทุกความรู้สึก พิมพ์อรชะงักมือที่ตั้งใจจะเอื้อมไปแตะกลอนประตู ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบขนตายาวหรี่ลงเล็กน้อย มองเลขาฯ สาวที่พยายามตีสีหน้าเฉยเมยใส่กันอย่างไม่ยอมสบตา
"งานด่วนอะไร ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว" พิมพ์อรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไวน์จางๆ จากงานเลี้ยงรับรองเมื่อหัวค่ำลอยปะทะผิวแก้มขาว "หรือว่าพยายามหนีหน้าฉัน... รินรดา"
"ดิฉันไม่ได้หนีค่ะ และไม่มีเหตุผลอะไร1ที่จะต้องทำแบบนั้นด้วย" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตตวัดกลับมาสบตาคมอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "กรุณาถอยด้วยค่ะ คุณพิมพ์อร"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้แววตาของนักธุรกิจสาววูบไหว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย พิมพ์อรไม่ยอมถอย แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดตัวมากขึ้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สองมือเรียวยาววางทาบลงบนบานประตูทั้งสองข้าง กักขังร่างบางไว้ตรงกลางอย่างจงใจ
"เรียกฉันแบบนี้... แปลว่ากำลังโกรธสินะคะ" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเย้าแหย่ แต่แววตากลับจริงจังและเต็มไปด้วยความดื้อรั้น "เรื่องเมื่อตอนเย็นที่งานเลี้ยงเหรอคะ? ที่ฉันคุยกับนักลงทุนคนนั้นนานไปหน่อย จนคุณ..."
"ดิฉันไม่ได้สนใจค่ะว่าท่านประธานจะคุยกับใคร นานแค่ไหน หรือสนิทสนมกันขนาดไหน" รินรดาตัดบทฉับพลัน น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "หน้าที่ของดิฉันคือการเป็นเลขาฯ ไม่ใช่คนคุมความประพฤติส่วนตัวของใคร เพราะฉะนั้น... กรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของดิฉันด้วยค่ะ"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง พิมพ์อรชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ความดื้อดึงและทิฐิที่ถูกหล่อหลอมมาทั้งชีวิตทำให้นายหญิงแห่งอาณาจักรธุรกิจไม่ยอมจำนนต่อกำแพงความเย็นชานี้ง่ายๆ
"พื้นที่ส่วนตัวเหรอคะ?" พิมพ์อรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยประกายความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่ง "แล้วไอ้พื้นที่ในหัวใจคุณล่ะ... มันยังมีที่ว่างให้ฉันอยู่บ้างไหม หรือว่าตอนนี้คุณยกมันให้คนอื่นไปหมดแล้ว"
"ท่านประธานเริ่มพูดจาเลอะเลือนแล้วค่ะ" รินรดาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ปฏิเสธที่จะมองแววตาที่ฉายแววตัดพ้อคู่นั้น มือที่กำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ถ้าไม่มีเรื่องงานอื่นอีก ขอตัวนะคะ"
ร่างบางพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่พิมพ์อรไว,กว่า มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวรั้งไว้เบื้องหลัง แรงดึงไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงรินรดาไว้กับที่ ร่างทั้งสองร่างเบียดชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า
"ปล่อยนะคะ!" รินรดาตวัดสายตากลับมาต่อว่า พยายามสะบัดแขนออกแต่ไม่เป็นผล "คุณพิมพ์อร! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับดิฉันนะ"
"ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วคุณจะยอมมองหน้าฉันไหมล่ะคะ?" พิมพ์อรเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน ความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวลึกๆ ว่ากำลังจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาล "ทำไมช่วงนี้ถึงคอยแต่จะหลบหน้า ทำไมถึงทำตัวห่างเหิน... ฉันทำอะไรผิด รินรดา บอกฉันสิคะ"
คำถามที่เต็มไปด้วยความสับสนและตัดพ้อนั้นทำให้รินรดาใจกระตุกวูบ เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่ตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตา ผู้หญิงคนนี้ใจร้ายเหลือเกิน... ปากร้าย เย็นชา และไม่เคยชัดเจนอะไรเลยสักอย่าง แต่กลับมาทำน้ำเสียงออดอ้อนและใช้สายตาแบบนี้ในวันที่เธอพยายามจะตัดใจ
"คนที่ทำผิด... คือคุณต่างหาก" รินรดาพึมพำออกมาเบาหวิว เสียงสั่นเครือเล็กน้อยจนต้องเม้มปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ "คุณไม่เคยชัดเจน... คุณทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษในเวลาที่คุณต้องการ แต่พอกลับสู่โลกความเป็นจริง คุณก็ทำเหมือนดิฉันเป็นแค่เลขาฯ ไร้ตัวตนคนหนึ่ง... ดิฉันเหนื่อยแล้วค่ะ คุณพิมพ์อร ดิฉันไม่อยากวิ่งตามเงาของความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจับต้องได้อีกแล้ว"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างกันชั่วขณะ คำพูดที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจทำเอาพิมพ์อรนิ่งอึ้งไปสนิท ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตระหนักรู้ว่าความเย่อหยิ่งและปากแข็งของตัวเองได้ทำร้ายหัวใจคนที่เธอรักมากแค่ไหน
ริมฝีปากอิมอ้าออกคล้ายจะเอ่ยคำแก้ตัวหรือคำสารภาพบางอย่าง มือที่จับแขนเรียวค่อยๆ คลายแรงลงอย่างช้าๆ รินรดาเห็นจังหวะนั้นเป็นโอกาสจึงสะบัดแขนออกเต็มแรง พร้อมกับก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
"ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงเรื่องงานนะคะ แต่ดิฉันคิดว่า... เราควรกลับไปอยู่ในจุดที่ควรอยู่จะดีที่สุดค่ะ"
รินรดาก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยท่าทีสุภาพตามระเบียบปฏิบัติ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเพื่อเดินหนีจากบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจนี้ให้พ้น ทว่า...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องทำงานได้อย่างเหมาะเจาะ และก่อนที่พิมพ์อรจะทันได้เอ่ยปากห้าม ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณอรคะ... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องประชุมใหญ่แล้วค่ะ!"
เสียงร้อนรนของเลขาฯ อีกคนดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ขณะที่สายตาของเธอกวาดมองเจ้านายและรินรดาที่ยืนชิดติดกันด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
...และสิ่งพิมพ์เอกสารที่ถือติดมือมาด้วย ก็ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างขึ้น เมื่อเห็นข้อความพาดหัวบนกระดาษแผ่นนั้นชัดเจนเต็มสองตา
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาตลอดนะคะ รี้ดที่น่ารักของกลิ่นลิลลี่สีขาว
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 32
จังหวะหัวใจที่ผิดพลาด
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!