“คุณอ่านมันจบหรือยังคะ... คุณพิมพ์อร”
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครืออย่างที่ใครหลายคนคาดคิด ตรงกันข้าม มันนิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารบริษัทตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้ เอกสารแผ่นสำคัญที่ถูกดึงมาจากกองแฟ้มลับบนโต๊ะเมื่อครู่ ถูกวางลงบนพื้นผิวไม้มะฮอกกานีราคาแพงด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง แม้หัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
พิมพ์อรชะתักมือที่กำลังจะหยิบปากกาเซ็นเอกสาร เงยหน้าขึ้นมองเลขาฯ สาวคู่กัดด้วยแววตาเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ แต่หากสังเกตให้ดี ความไหววูบในดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอกำลัง ‘ร้อนรน’
“มันเป็นแค่รายงานประเมินโครงการเก่าค่ะ ริน... คุณไม่ต้องเก็บเอามาใส่ใจขนาดนั้นหรอก” พิมพ์อรตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาฟอร์มของเจ้านายผู้ทรงอิทธิพลไว้อย่างแนบเนียน แม้ว่าสันจรามของเธอจะเริ่มเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“รายงานประเมินโครงการเก่าที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่... พร้อมกับสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละยี่สิบห้าในนามของดิฉันเนี่ยนะคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่ยอมแพ้ “ทั้งๆ ที่ตลอดสามปีที่ผ่านมา ดิฉันเป็นแค่เลขารับเงินเดือนชนเดือน ทำงานหัวหมุนแทบตายจนเกือบกระอักเลือดคาโต๊ะ แต่ลับหลังคุณกลับเอาชื่อดิฉันไปผูกติดกับพินัยกรรมและกองทุนลับของตระกูลคุณเนี่ยนะ! อธิบายมาเลยค่ะคุณพิมพ์อร ว่านี่มันเกมบ้าบออะไรของคุณอีก!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครยอมหลบตาใคร รินรดายืนกอดอกจ้องเขม็ง รอคอยคำอธิบายจากปากของคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอมาตลอด แต่วันนี้... ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งๆ ของนักธุรกิจสาวคนนี้ มันเกินกว่าจะมองข้ามว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
นี่คือ “เรื่องที่ทุกคนรู้ยกเว้นสองคน” ที่พนักงานทั้งบริษัทต่างซุบซิบและลุ้นกันจนตัวโก่ง ว่าเมื่อไหร่ท่านประธานจอมซึนจะยอมรับความจริงเสียทีว่าที่ทำทุกอย่าง... ก็เพราะคลั่งรักเลขาฯ ของตัวเองจนโงหัวไม่ขึ้น!
พิมพ์อรเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับคนจนมุมที่ไม่ออกจากหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้เสียที ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวตรงหน้าทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนรินรดาต้องเผลอขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและไออุ่นจากตัวอีกฝ่ายโอบล้อม
“ถ้าฉันบอกว่า... ฉันแค่อยากให้คุณมั่นใจว่าต่อให้บริษัทนี้เจ๊ง หรือฉันล้มละลาย คุณก็ยังจะเป็นเจ้าของที่นี่ครึ่งหนึ่ง... ร่วมกับฉัน” พิมพ์อรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนลหวาดหวั่นที่หาดูได้ยากยิ่ง
“อย่ามาใช้มุกทางธุรกิจมากลบเกลื่อนเรื่องส่วนตัวนะคะ!” รินรดาตอกกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น “คุณทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... แล้วทำไมทุกคนในบริษัทถึงรู้หมด ยกเว้นฉันคนเดียวที่เพิ่งมารู้เอาวันนี้วะคะ! นี่พวกเขานินทาอะไรลับหลังฉันกันบ้างเนี่ย!”
“ทุกคนไม่ได้นินทาค่ะ... พวกเขาแค่เอาใจช่วยต่างหาก”
เสียงทุ้มอีกเสียงดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูกระจกที่เปิดแง้มไว้ ทำให้ทั้งรินรดาและพิมพ์อรต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน
ที่ตรงนั้น... ปาริฉัตร หัวหน้าฝ่ายบุคคล ยืนกอดแฟ้มเอกสารพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ้มกริ่มจนตาหยี ขณะที่ชayหนุ่มสาวแผนกการตลาดอีกสองสามคนแอบชะเง้อมองเข้ามาด้วยความระทึกใจ ราวกับกำลังชมฉากไคลแมกซ์ในซีรีส์ดัง
“อุ๊ย... ขอโทษค่ะ พอดีประตูมันไม่ได้ปิดสนิท แล้วบังเอิญได้ยินตอนที่คุณรินรดาถามพอดี” ปาริฉัตรยิ้มหวานหยด “คือพวกเรารู้กันมาเป็นปีแล้วค่ะคุณรินรดา ตั้งแต่วันแรกที่คุณพิมพ์อรสั่งห้ามไม่ให้ใครส่งคุณไปทำงานต่างจังหวัดคนเดียว เพราะกลัวคุณเหนื่อย... และห้ามไม่ให้ผู้ชายคนไหนในตึกนี้จีบคุณด้วย ตั้งแต่นั้นมา พวกเราก็เลยรู้เลยว่าท่านประธานของเราน่ะ ‘จอง’ ไว้แบบเบอร์แรงขนาดไหน”
รินรดาอ้าปากค้าง หันกลับไปมองหน้าเจ้านายสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนเริ่มมีรอยแดงลามเลียไปถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์อรขบกรามแน่น ส่งสายตาพิฆาตไปให้ลูกน้องตัวดีที่กล้ามาแฉความลับกลางห้องทำงาน แต่ปาริฉัตรก็ทำเพียงแค่ยักไหล่แล้วแกล้งเดินถอยหลังปิดประตูห้องให้เสร็จสรรพ ทิ้งให้พวกเธอกลับมาเผชิญหน้ากันตามลำพังอีกครั้ง
ห้องทำงานกว้างขวางกลับมาเงียบสงบลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ไหวระรึกของคนทั้งคู่
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เมื่อพิมพ์อรสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างพวกเธอแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ มือเรียวบางของนักธุรกิจสาวเอื้อมขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเลขาฯ สาวแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยคนปากแข็ง ทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้
“รู้แล้วใช่ไหมคะ...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนรินรดาต้องซ่านสั่น “ว่าตลอดเวลาที่คุณคิดว่าตัวเองเป็นแค่เลขาฯ ต๊อกต๋อย... ในสายตาฉัน คุณคือเจ้าของทุกอย่าง... รวมทั้งหัวใจของฉันด้วย”
รินรดาเบิกตากว้าง หัวสมองขาวโพลน คำพูดจิกกัดที่เตรียมไว้จะต่อปากต่อคำหายวับไปกับอากาศ คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ทำเอาเธอพูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งให้อีกฝ่ายกักตัวไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของเลขาฯฝึกงานหน้าใหม่ที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาพร้อมแฟ้มด่วนพิเศษ
“ท่านประธานคะ! แขกจากบริษัทคู่แข่งรายใหญ่มาถึงห้องรับรองแล้วค่ะ! เขาบอกว่ามีเรื่องด่วนมากๆ ที่ต้องคุยกับคุณรินรดาทันที—!”
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน!
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 33
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!