"คุณพิมพ์คะ ดิฉันได้จัดตารางงานใหม่ให้ท่านประธานเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนเรื่องงานเลี้ยงการกุศลในวันศุกร์นี้ ดิฉันคงไม่สามารถติดตามไปดูแลได้ เพราะต้องไปสะสางโปรเจกต์งานที่ค้างอยู่ของฝ่ายการตลาด ท่านจะให้คุณเกดไปแทน หรือจะให้ดิฉันประสานงานคนอื่นมาสแตนด์บายให้ดีคะ?"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม ดวงตาคู่สวยไม่ได้เงยขึ้นมองคนตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว เธอจดจ่ออยู่กับการจัดเรียงเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยท่วงท่าที่ดูเป็นมืออาชีพและเย็นชาจนน่าประหลาดใจ
พิมพ์อรที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรูชะงักมือที่กำลังถือปากกาเซ็นเอกสาร เธอเงยหน้าขึ้นมองเลขาสาวคนเก่ง—คนที่เคยตามติดเธอราวกับเงาคนที่มักจะมีกาแฟร้อนๆ มาวางไว้บนโต๊ะตรงเวลาเสมอ แต่ตอนนี้ กลิ่นหอมของกาแฟยังคงอยู่ ทว่าระยะห่างระหว่างพวกเขากลับกว้างขึ้นจนน่าใจหาย
"ริน... เมื่อกี้เธอว่ายังไงนะ?" พิมพ์อรเอ่ยถาม เสียงนิ่งแต่ทว่าแฝงความขุ่นมัวในแววตา
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเจ้านายสาวด้วยรอยยิ้มที่สุภาพจนเกินไป "ดิฉันบอกว่าดิฉันขอถอนตัวจากการเป็นผู้ติดตามคุณพิมพ์ในงานอีเวนต์วันศุกร์ค่ะ มันเป็นหน้าที่รอง ดิฉันคิดว่าควรให้ความสำคัญกับงานหลักที่รับผิดชอบอยู่ให้ดีที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของบริษัทค่ะ"
"ประสิทธิภาพ?" พิมพ์อรทวนคำพลางแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุคมกริบจ้องเขม็งไปที่หญิงสาว "ตั้งแต่วันที่ฉันไปทานข้าวกับคุณนลิน... เธอก็เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน นี่เธอคิดจะประชดฉันด้วยวิธีงี่เง่าแบบนี้งั้นเหรอ?"
"ดิฉันไม่ได้ประชดค่ะ" รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่มีความลังเล "ดิฉันแค่กำลังทำหน้าที่ในฐานะเลขาฯ ที่ดี คือการรู้จักวางลำดับความสำคัญของงาน... และตัวบุคคลให้ถูกต้อง"
ประโยคสุดท้ายนั้นรินรดาจงใจเน้นย้ำ พิมพ์อรถึงกับวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง!' เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวข้ามพรมผืนหนาเข้ามาประชิดตัวเลขาสาวจนแผ่นหลังของรินรดาชิดกับขอบโต๊ะทำงาน
"ถอยห่างเหรอรินรดา? เธอคิดว่าเธอจะถอยได้ไกลแค่ไหน?" พิมพ์อรโน้มตัวลงมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากรินรดาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าอย่างคุกคาม "ฉันสั่งให้เธอไป เธอก็ต้องไป อย่าให้ฉันต้องใช้อำนาจที่เหนือกว่านั้นในการกำราบเธอ"
รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอทำเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย ความเจ็บปวดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ถูกเปลี่ยนเป็นเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง "คุณพิมพ์คะ อำนาจของคุณสั่งงานดิฉันได้ สั่งให้ดิฉันทำงานเกินเวลาได้ แต่มันสั่งความรู้สึกของดิฉันไม่ได้ค่ะ... และในเมื่อดิฉันเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อให้สถานะของเรามันชัดเจนขึ้น คุณพิมพ์ก็ควรจะภูมิใจไม่ใช่เหรอคะ ที่เลขาฯ ของคุณเริ่มรู้จักคำว่า 'ขอบเขต' เสียที"
พิมพ์อรนิ่งไป แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตาของอีกฝ่าย แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มันคือความเด็ดเดี่ยวที่ทำเอาหัวใจคนดื้อรั้นอย่างเธอต้องกระตุกวูบ
"เธอคิดว่าเธอเป็นใครถึงจะมาประกาศถอยห่างจากฉัน!" พิมพ์อรตะคอกเสียงสั่น เธอมือคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น แต่มันไม่ได้เป็นการจองจำ หากแต่เป็นการเรียกร้องให้หันกลับมามอง
"ดิฉันก็เป็นแค่เลขาสาวที่กำลังทำตามสั่งของคุณไงคะ... สั่งให้เลิกคาดหวัง สั่งให้เลิกสำคัญตัวผิดว่ามีพื้นที่ในหัวใจของคุณ" รินรดาบิดข้อมือออกจากการจับกุมอย่างเบามือแต่เด็ดขาด "ถ้าคุณพิมพ์ไม่มีคำสั่งอื่น ดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ"
ร่างบางหันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกจากห้องทำงาน แต่ทว่าเสียงประตูก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ดูคุ้นตาเดินยิ้มร่าเข้ามา
"พิมพ์คะ รอนานไหม? วันนี้เราจะไปดูชุดสำหรับงานวันศุกร์กันไม่ใช่เหรอ?"
นลินเดินตรงเข้ามาควงแขนพิมพ์อรอย่างสนิทสนม โดยไม่สนสายตาของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น รินรดาชำเลืองมองมือที่ควงแขนเจ้านายสาว พลันความรู้สึกเหนื่อยล้าที่กัดกินหัวใจก็มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ชัดเจนที่สุด
รินรดาก้มหัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมเกินหน้าที่ "ขออนุญาตค่ะ ท่านประธาน ในเมื่อมีคนช่วยดูแลเรื่องงานวันศุกร์แล้ว ดิฉันขอตัวไปสรุปงบการเงินนะคะ"
"รินรดา!" พิมพ์อรเรียกชื่อเธอเสียงหลง แต่เลขาสาวไม่แม้แต่จะหยุดเดิน เธอสาวเท้าเร็วออกจากห้องทำงาน ทิ้งให้พิมพ์อรยืนค้างอยู่กับความสับสนที่เริ่มกัดกินใจตัวเอง
รินรดากลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาสงบ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดแฟ้มเอกสาร หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างวาบขึ้นมาเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ได้รับเมมชื่อไว้
*‘ถอยออกมาตอนนี้ยังทัน แต่ถ้าถอยไปไกลกว่านี้... ฉันอาจจะตามเธอไม่ทันแล้วนะรินรดา’*
รินรดามองข้อความนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ประตูกระจกห้องทำงานจะถูกผลักออกเบาๆ และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่พิมพ์อร แต่เป็นเลขาส่วนตัวของคู่แข่งทางธุรกิจที่รินรดาเคยมีเรื่องด้วยเมื่อเดือนก่อน
"คุณรินรดาคะ... มีคนฝากไฟล์นี้มาให้คุณดู เห็นบอกว่าเป็นข้อมูลลับที่จะทำให้ชีวิตเลขาฯ อย่างคุณ 'ตัดสินใจ' ได้ง่ายขึ้นค่ะ"
คำขอบคุณจากใจของกลิ่นลิลลี่สีขาว: ขอบคุณรี้ดทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอาใจช่วยรินรดากันมาจนถึงตอนนี้เลยนะคะ หวังว่าจะถูกใจความใจเด็ดของน้องรินกันบ้างค่ะ!
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 30
ถอยออกมาหนึ่งก้าว
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!