แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังทึบ สะท้อนอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
"คุณพิมพ์อรคะ ดิฉันเอาเอกสารด่วนจากฝ่ายการตลาดมา... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!"
คำทักทายที่หลุดออกจากปากของรินรดาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ภาพที่เธอเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาแล้วพบว่าเจ้านายสาวคนเก่งกำลังยืนชิดติดขอบกระจกกับหญิงสาวลูกค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ—แม้จะไม่มีการล่วงเกินกันเกินเลย แต่ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามและสายตาที่พิมพ์อรใช้มองอีกฝ่าย มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของเลขาฯ สาวกระตุกวูบอย่างเจ็บแปลبي
รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป รู้ตัวอีกที แขกผู้สูงศักดิ์คนนั้นก็เดินยิ้มกรุ่มกริ่มออกไปจากห้อง พร้อมกับทิ้งร่องรอยความอึดอัดที่หนาเตอะไว้เบื้องหลัง
พิมพ์อรยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีนิลคู่สวยกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบตึงของเลขาฯ สาว ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยมาดนิ่งดุที่คุ้นเคย
"เข้ามาแล้วไม่ปิดประตู แถมยังทำหน้าเหมือนฉันไปก่อคดีฆาตกรรมหมู่มาอย่างนั้นแหละ รินรดา มีอะไรก็ว่ามา เอกสารนี่เซ็นด่วนใช่ไหม" น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือแววเย้าแหย่นั้นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
รินรดากลืนก้อนสะอื้นผาดๆ ลงคอ มือเรียวบางที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องจิกเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติ เธอสูดหายใจเข้าลึก
"ไม่ใช่แค่เรื่องเอกสารค่ะคุณพิมพ์อร" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นเจ้านายตรงๆ แววตาของเธอไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัด "ดิฉันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นจะเรียนให้ทราบค่ะ"
พิมพ์อรหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทีมั่นอกมั่นใจผิดปกติของเลขาฯ ตัวร้ายทำให้เธอนึกหมั่นไส้จนต้องขยับตัวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้ ร่างระหงหยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของผู้บริหารสาวลอยมาแตะจมูก พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เดาอารมณ์ยาก
"เรื่องอะไรล่ะ หรือว่าโบนัสปลายปีที่คุณเรียกร้อง ฉันยังไม่ได้อนุมัติ?"
"เลิกเล่นเถอะค่ะคุณพิมพ์อร" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรอยยิ้มบนเรียวปากของพิมพ์อรเลือนหายไปในพริบตา "ดิฉันมาที่นี่เพื่อขอจบค่ะ"
"จบ?" พิมพ์อรทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย "จบอะไรของเธอ รินรดา พูดให้มันเคลียร์ๆ"
"ข้อตกลงของเราไงคะ... ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเจ้านายกับเลขาฯ ที่คุณเป็นคนร่างขึ้นมาเองกับมือ" รินรดากลั้นใจพูดออกไปทีละคำ แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บแปลบราวกับมีใครเอามือมาขยำ "ดิฉันคิดว่ามันถึงเวลาอันสมควรแล้วที่เราควรจะยกเลิกสัญญาฉบับนี้เสียทีค่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างทันที อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนน่าใจหาย พิมพ์อรนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเนียนใสของคนตรงข้ามราวกับจะค้นหาความจริง เธอนึกว่าตัวเองหูฝากไป หรือไม่ยัยเลขาฯ ปากเก่งนี่ก็คงกินยาผิดสำแดงเข้า
"เธอพูดบ้าอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า?" พิมพ์อรเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัว "สัญญาบ้าบออะไร ฉันไม่เคยเซ็น และที่สำคัญ... ความสัมพันธ์ของเรา มันไม่ใช่เรื่องที่จะมานึกอยากจะยกเลิกก็ยกเลิกกันได้ง่ายๆ นะ"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อเราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นแค่ 'ความสัมพันธ์ชั่วคราว' ไม่มีผูกมัด และเมื่อไหร่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการถอนตัว ก็มีสิทธิ์ที่จะเดินออกไปได้ทันที" รินรดายกยิ้มหยันให้กับตัวเอง เธอย้ำเตือนกฎเหล็กที่พิมพ์อรเคยเป็นคนยื่นคำขาดให้เธอฟังเมื่อหลายเดือนก่อน "หรือว่าคุณพิมพ์อรความจำเสื่อม จำกฎที่ตัวเองตั้งขึ้นมาไม่ได้ซะแล้วคะ?"
คำพูดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนทำเอาพิมพ์อรถึงกับพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนหายใจแทบไม่ออก มือเรียวบางยกขึ้นกอดอกแน่นเพื่อระงับอาการสั่นเทาเล็กน้อยที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะอยากให้ใครเห็น
ยัยตัวแสบ... กล้าดียังไงถึงกล้าท้าทายอำนาจของเธอแบบนี้!
"หึ คิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?" พิมพ์อรสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวรินรดามากขึ้นจนร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาสีนิลวับวาวด้วยเพลิงโทสะและความดื้อรั้นที่ถูกกระตุ้น "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร รินรดา อยากมาก็มา อยากไปก็ไปงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!"
รินรดาใจเต้นรัวแรง ไม่ใช่เพราะความหวั่นไหวแบบที่เคยเป็น แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน เธอดันอกแกร่งของเจ้านายสาวออกเบาๆ แม้แรงนั้นจะไม่มากพอที่จะทำให้พิมพ์อรขยับเขยื้อนได้เลยก็ตาม
"ดิฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะคะคุณพิมพ์อร!" รินรดาเผลอขึ้นเสียงใส่ เผลอแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาทางแววตา "ถ้าคุณยังสนุกกับการบริหารเสน่ห์ใส่คนอื่นไปทั่วแบบเมื่อกี้ ก็เชิญทำต่อไปตามสบายเถอะค่ะ แต่โปรดกรุณาอย่าเอาดิฉันมารวมอยู่ในวงจรอุบาทว์นี้ด้วยเลย ดิฉันเหนื่อยแล้ว!"
"ฉันไม่ได้..." พิมพ์อรชะงักไปเมื่อเห็นประกายหยาดน้ำใสๆ ที่คลออยู่หน่วยตาคู่สวยของเลขาฯ สาว คำแก้ตัวที่เตรียมจะพ่นออกไปติดอยู่ที่ลำคอทันที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนเจ็บแปลบ ความมั่นใจทั้งหมดที่มีพังทลายลงในวินาทีที่เห็นความเปราะบางบนใบหน้าของคนที่เธอหวงแหนที่สุด
แต่ทิฐิและมาดนักธุรกิจสาวตัวแม่ยังคงค้ำคออยู่ พิมพ์อรเม้มปากแน่น พยายามจะเอ่ยคำพูดที่ใจร้ายออกไปเพื่อรักษากรอบศักดิ์ศรีของตัวเอง
"ถ้าเธอคิดว่านี่คือเกม และเธออยากจะยอมแพ้กลางคัน... เธอก็ต้องจ่ายค่าปรับให้สาสَمกับความเสียหายที่เธอทำไว้" พิมพ์อรโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงพร่าต่ำเต็มไปด้วยความกดดันและแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ "ค่าปรับที่ว่า ก็คือการอยู่ฟังเหตุผลของฉัน... และห้ามพูดคำว่าเลิกอีกเป็นครั้งที่สอง"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อริมฝีปากของพิมพ์อรเฉียดผ่านแก้มเนียนไปเพียงนิดเดียว ลลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"ดิฉันไม่มีอะไรจะต้องฟัง... อุ๊ย!"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของน้องสาวตัวแสบของคุณพิมพ์อรที่วิงวอนเข้ามาเสียงดัง
"พิมคะ! แย่แล้ว! คุณแม่บินกลับมาจากต่างประเทศกะทันหัน ตอนนี้ท่านกำลังเดินตรงมาที่หน้าลิฟต์แล้วค่ะ!"
พิมพ์อรผละออกจากตัวรินรดาในเสี้ยววินาทีนั้น ใบหน้าสวยเฉี่ยวถอดสีลงเล็กน้อยด้วยความตกใจ ส่วนรินรดาก็หน้าซีดเผือดไม่แพ้กันเมื่อนึกถึงสถานการณ์อันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 19
ข้อตกลงที่ควรจบลง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!