“ถ้าคุณกรณ์ยังไม่เลิกส่งช่อดอกไม้นี้มาที่โต๊ะทำงานของริน ฉันคงต้องพิจารณาเรื่องฟ้องร้องข้อหาคุกคามทางเพศในที่ทำงานแล้วล่ะค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานผู้บริหารระดับสูง รินรดายืนกอดอก แววตาคมกริบมองตรงไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทเนี๊ยบกริบ ทว่าใบหน้าของเธอกลับไม่ได้ส่งยิ้มรับความหวังดีแม้แต่น้อย
“โธ่ รินครับ… ผมก็แค่อยากแสดงความจริงใจ” กรณ์วิชญ์ ทายาทกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่คลี่ยิ้มพยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ทว่าดวงตาแพรวพราวกลับทอดมองเลขาฯ สาวคนเก่งด้วยความกระหายใคร่ครอบครอง “อีกอย่าง ดอกลิลลี่สีขาวช่อนี้นำเข้าจากฮอลแลนด์เชียวนะครับ เหมาะกับคนสวยๆ อย่างคุณดีออก”
“เหมาะไม่เหมาะไม่รู้ค่ะ แต่รู้แค่ว่ามันรกโต๊ะ และที่สำคัญ…”
ปัง!
เสียงกระแทแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรแรงดังสนั่นจนกรณ์วิชญ์สะดุ้งโหยง พิมพ์อร ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนด้านใน ใบ สวยคมเข้มบัดนี้ตึงเครียดจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองช่อดอกไม้ราคาแพงระยับบนโต๊ะของเลขาฯ คนสนิทด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาแบบไม่ปิดบัง
“ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำ กลับไปบริหารบริษัทของตัวเองซะจะดีกว่าค่ะคุณกรณ์” พิมพ์อรเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เดินเข้าไปยืนซ้อนหลังรินรดาราวกับจะประกาศอาณาเขต มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้เจ้าปัญหาขึ้นมาโยนลงถังขยะใต้โต๊ะอย่างไม่ไยดี “และกรุณาจำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะว่า เลขานุการส่วนตัวของฉัน… ไม่รับของขวัญเรี่ยราดจากคนนอก”
รินรดากะพริบตาปริบๆ หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเจ้านายสาวที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของเลขาฯ ตัวร้ายทันที เมื่อเธอจับสังเกตอาการ ‘หวงก้าง’ แบบไม่เนียนเอาเสียเลยของคนปากแข็ง
“บอสคะ ใจเย็นก่อนสิคะ คุณกรณ์เขาแค่… หวังดี” รินรดาจงใจลากเสียงยาว หยอกเย้าคนข้างกายที่ตอนนี้หูแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความหึงกันแน่ก็ไม่รู้)
“หวังดีบ้าอะไรล่ะริน!” พิมพ์อรหันขวับมาแหวใส่เลขาฯ ตัวแสบอย่างลืมตัว ก่อนจะตระหนักได้ว่ามีบุคคลที่สามยืนหัวโด่อยู่ จึงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักธุรกิจสาวผู้ไร้ความปรานีเช่นเดิม “เชิญค่ะคุณกรณ์ ดิฉันมีประชุมด่วนกับคุณรินรดาต่อ คงไม่มีเวลาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ”
กรณ์วิชญ์หน้าเสียไปถนัดตา เขาอุตส่าห์วางแผนมาอย่างดีเพื่อจะตีสนิทเลขาฯ คนสนิทของประธานบริษัท เพื่อหวังใช้เป็นสะพานเชื่อมทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัว แต่กลับโดนเจ้าแม่น้ำแข็งอย่างพิมพ์อรเบรกหัวทิ่มแถมยังไล่ตะเพิดทางอ้อม
“เอ่อ… ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนครับ ไว้โอกาสหน้า…”
“ไม่มีโอกาสหน้าหรอกค่ะ เชิญค่ะ!” พิมพ์อรตัดบทเสียงแข็ง ชี้มือไปที่ประตูเป็นเชิงไล่อย่างไร้เยื่อใย
เมื่อบานประตูปิดลง ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินรดายังคงยืนกอดอกอมยิ้มบางๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับขณะจ้องมองเจ้านายสาวที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัด หันซ้ายหันขวาเหมือนเสือสาวที่ถูกแย่งอาณาเขต
“ยิ้มอะไรคะริน งานการไม่ทำหรือไง ถึงได้มายืนทำหน้าแป้นแล้นให้ผู้ชายจีบอยู่ได้” พิมพ์อรเปิดฉากเฉ่งใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของตัวเอง
“อ้าว บอสก็เห็นนี่คะว่ารินปฏิเสธไปแล้ว แต่คุณกรณ์เขาก็ตื๊อเก่งเสียยิ่งกว่าอะไร… หรือว่าบอสกลัวว่ารินจะใจอ่อนรับดอกไม้จากผู้ชายคนอื่นคะ?” รินรดาแกล้งก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเลขาฯ สาวลอยมาแตะจมูกจนพิมพ์อรต้องผถถอยหลังไปครึ่งก้าว
“เพ้อเจ้อ!” พิมพ์อรเสียงสูง กลบเกลื่อนความรุ่มร้อนในอกที่ตีรวนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “ฉันแค่รำคาญเสียงน่ารำคาญของเขาเวลางานต่างหากล่ะคะ ใครจะไปใส่ใจว่าเธอจะรับของใคร… แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าขืนรับดอกไม้จากใครส่งเดชอีก ฉันจะหักเงินเดือนเธอข้อหานำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบริษัท!”
“โห ใจร้ายจังเลยนะคะ หักเงินเดือนอีกแล้ว… สงสัยชาตินี้รินคงต้องเกาะบอสกินไปตลอดชีวิตเสียมั้งคะเนี่ย”
“ใครจะยอมให้เธอเกาะกันล่ะ ยัยตัวแสบ!” พิมพ์อรพึมพำเสียงเบา แต่ทว่าใบหน้ากลับซับสีเลือดฝาดจางๆ อย่างปิดไม่มิด มือเรียวผลักไหล่บางของเลขาฯ สาวเบาๆ เป็นเชิงไล่ให้กลับไปเคลียร์กองเอกสารบนโต๊ะของตัวเอง “ไปทำงานได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนตำแหน่งเธอจากเลขานุการ เป็นคนสวนหน้าตึกแทน”
รินรดาหัวسเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี หันหลังกลับเตรียมจะเดินไปนั่งประจำที่ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพิมพ์อรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจสั่น
พิมพ์อรขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่าเพียงแค่เห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น รัศมีความเยือกเย็นเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลระคนประหลาดใจทันที
รินรดาชำเลืองมองผ่านหางตา สังเกตเห็นสีหน้าของเจ้านายที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความเงียบงันที่น่าอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้งราวกับมีเมฆหมอกสีเทาลอยต่ำ
“สวัสดีค่ะคุณแม่…” พิมพ์อรกรอกเสียงลงไปในสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
ประโยคถัดมาจากปลายสายดังลอดออกมาเบาๆ ทว่ากลับทำให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดอย่างรินรดาถึงกับต้องหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
*“พิมพ์… ยัยพิมพ์ลูกรัก กลับมาที่บ้านใหญ่เดี๋ยวนี้เลยนะ มีเรื่องด่วนที่สุดเกี่ยวกับงานแต่งงานของลูกกับ ‘หนูแพรว’ ที่หนูต้องเคลียร์ให้รู้เรื่องวันนี้!”*
พิมพ์อรหน้าถอดสี ร่างเพรียวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันขวับกลับมาสบตากับรินรดาที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง เมื่อรู้ตัวว่า… ศัตรูหัวใจตัวจริงเสียงจริงไม่ได้มาจากผู้ชายหน้าไหนทั้งสิ้น… แต่อยู่เหนือการควบคุมของเธอยิ่งกว่าใครทั้งหมด!
— กลิ่นลิลลี่สีขาว
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 26
ศัตรูหัวใจคนใหม่
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!