เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 25

ค่ำคืนที่แสนยาวนาน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าคุณพิมพ์ยังไม่ยอมปล่อยรินตรงนี้ รินสาบานได้เลยค่ะว่าพรุ่งนี้เช้า รายงานการประชุมที่คุณต้องใช้จะหายไปอยู่ในถังขยะรีไซเคิลของระบบแน่นอน” เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของบริษัท แต่ดูเหมือนคำขู่ขวัญนั้นจะไม่ได้ผลเลยสักนิด กลับกัน... มือเรียวสวยของพิมพ์อรที่วางทาบอยู่บนเอวคอดของเลขาสาวกลับกระชับแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับแผงอกของอีกฝ่าย “กล้าเหรอคะ?” พิมพ์อรโน้มใบหน้าลงมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเจ้านายสาวปะทะเข้ากับโสตประสาทของคนในอ้อมกอด รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู “เลขาส่วนตัวที่เก่งกาจขนาดนี้ คงไม่ใจร้ายทำลายงานของตัวเองเพียงเพราะโดนเจ้านาย ‘ขัดใจ’ เล็กๆ น้อยๆ หรอกนะ” “นั่นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะคะบอส พิมพ์อร... คุณกำลังล้ำเส้นความอดทนของรินอยู่” รินรดาพยายามบิดตัวหนี แต่ก็พบว่าตัวเองอยู่ในกรงขังที่แน่นหนาขึ้นกว่าเดิม พิมพ์อรไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่เธอกลับใช้ปลายจมูกโด่งรั้นไล้ไปตามแนวสันกรามของรินรดาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่น่าสยิวทำเอาเลขาสาวตัวแข็งทื่อ ปากเก่งๆ ที่เคยสวนกลับได้ทุกคำถามกลับเหมือนโดนคำสาปให้กลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ “เส้นเหรอคะ?” พิมพ์อรพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนต่างจากมาดบอสสาวผู้เย็นชาโดยสิ้นเชิง “ในเมื่อคนข้างนอกนั่นเขาสร้างเส้นไว้มากมายจนเราขยับตัวไม่ได้ งั้นก็อยู่ในห้องนี้... ในพื้นที่ของฉัน... ที่ไม่มีเส้นอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไปดีไหมคะ?” รินรดาใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นที่เคยมีมาตลอดค่อยๆ ละลายหายไปกับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพิมพ์อร สายตาของเจ้านายสาวที่จ้องมองมานั้นไม่ใช่สายตาของบอสที่มองลูกน้อง แต่มันคือสายตาของ ‘ผู้ล่า’ ที่กำลังจดจ้องเหยื่ออันเป็นที่รัก “คุณมันบ้าไปแล้ว...” รินรดาพึมพำ ก่อนจะยอมหันกลับไปเผชิญหน้า มือบางยกขึ้นแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายอย่างถือดี “บอสที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ รินควรจะลาออกตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าคุณแล้ว” “แต่รินก็ไม่เคยไปไหน” พิมพ์อรยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกไหว “จำได้ไหมคะว่ารินเคยพูดอะไรไว้... ว่าไม่ว่าฉันจะร้ายแค่ไหน รินก็จะอยู่ตรงนี้เพื่อปราบพยศฉันให้ดู” “รินไม่ได้พูดแบบนั้น!” “แต่รินกำลังทำอยู่...” พิมพ์อรแทรกขึ้น ก่อนจะใช้นิ้วชี้เกลี่ยริมฝีปากล่างของเลขาสาวแผ่วเบา “รินปราบพยศฉันด้วยการทำให้ฉันขาดรินไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียว” บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูขรึมขลังกลับอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้ดีว่าหากเธอก้าวถอยหลังไปอีกเพียงก้าวเดียว ทุกอย่างที่พยายามรักษาไว้ระหว่าง ‘เจ้านาย’ และ ‘ลูกน้อง’ จะพังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เธอเองก็ไม่ต้องการที่จะถอยออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว “ถ้าอย่างนั้น... บอสก็ต้องให้รางวัลคนที่ปราบพยศเก่งๆ ด้วยนะคะ” รินรดาตัดสินใจเดิมพันด้วยความกล้าที่เหลืออยู่ เธอเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอของพิมพ์อร รั้งใบหน้าสวยคมลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกัน “อยากได้อะไรล่ะคะ?” พิมพ์อรเอ่ยถาม นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด “อยากได้ความจริง...” รินรดากระซิบชิดริมฝีปาก “ความจริงที่ว่า... ที่คุณรั้งรินไว้ ไม่ใช่เพราะงาน แต่เพราะคุณ ‘หวง’ ริน... ใช่ไหมคะ?” พิมพ์อรชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดุดันนั้นอ่อนแสงลงกลายเป็นความรักใคร่ที่เปี่ยมล้น เธอไม่ได้ตอบคำถามด้วยการใช้คำพูด แต่ใช้ความนุ่มนวลของริมฝีปากประทับลงบนอวัยวะเดียวกันของรินรดา เป็นการยืนยันคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้ จุมพิตที่เริ่มต้นอย่างเนิบนาบกลับทวีความเร่าร้อนขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกอัดอั้นที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่ดูดดื่ม รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ เธอจมดิ่งลงไปในวังวนของความคลั่งรักที่พิมพ์อรเป็นคนสร้างขึ้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปถึงจุดที่หอมหวานที่สุด เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟสีแดงที่กระพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงการบุกรุกจากบุคคลภายนอก พิมพ์อรผละออกจากริมฝีปากของรินรดาด้วยความหงุดหงิด เธอหันไปมองหน้าจอแสดงผลกล้องวงจรปิดด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความกราดเกรี้ยวทันที “ใคร...” พิมพ์อรพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก บนหน้าจอนั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตาเป็นอย่างดี... เธอคือ ‘คนรักเก่า’ ของพิมพ์อร ที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารสำคัญที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟของบริษัทเท่านั้น รินรดามองหน้าจอด้วยความตระหนก ความหวานล้ำเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน “บอสคะ...” รินรดาเรียกสติพิมพ์อร “ถ้าเธอเข้ามาตอนนี้ ทุกอย่างที่เราพยายามซ่อนไว้... จบเห่แน่” พิมพ์อรแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงตัวเข้ามาประชิดอีกครั้ง “งั้นเราก็ไม่ต้องซ่อนมันแล้วค่ะ... เพราะต่อให้โลกจะถล่มลงมาตรงนี้ คนที่จะยืนข้างฉัน... ก็ต้องเป็นรินคนเดียวเท่านั้น” ประตูห้องทำงานเปิดออกกว้าง... ผู้มาเยือนก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่า สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้เธอต้องชะงักไปเมื่อพบว่า พิมพ์อรไม่ได้อยู่ลำพัง... และรินรดากำลังยืนอยู่ข้างกายบอสสาวด้วยท่าทีที่ไม่มีความเกรงกลัวอีกต่อไป ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป... ค่ำคืนที่แสนยาวนานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความคลั่งรักแบบไม่สนโลกของบอสพิมพ์กับน้องรินนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! — กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%