“ถ้าคุณพิมพ์ยังไม่ยอมปล่อยรินตรงนี้ รินสาบานได้เลยค่ะว่าพรุ่งนี้เช้า รายงานการประชุมที่คุณต้องใช้จะหายไปอยู่ในถังขยะรีไซเคิลของระบบแน่นอน”
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูบนเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของบริษัท แต่ดูเหมือนคำขู่ขวัญนั้นจะไม่ได้ผลเลยสักนิด กลับกัน... มือเรียวสวยของพิมพ์อรที่วางทาบอยู่บนเอวคอดของเลขาสาวกลับกระชับแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับแผงอกของอีกฝ่าย
“กล้าเหรอคะ?” พิมพ์อรโน้มใบหน้าลงมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเจ้านายสาวปะทะเข้ากับโสตประสาทของคนในอ้อมกอด รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู “เลขาส่วนตัวที่เก่งกาจขนาดนี้ คงไม่ใจร้ายทำลายงานของตัวเองเพียงเพราะโดนเจ้านาย ‘ขัดใจ’ เล็กๆ น้อยๆ หรอกนะ”
“นั่นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะคะบอส พิมพ์อร... คุณกำลังล้ำเส้นความอดทนของรินอยู่” รินรดาพยายามบิดตัวหนี แต่ก็พบว่าตัวเองอยู่ในกรงขังที่แน่นหนาขึ้นกว่าเดิม
พิมพ์อรไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่เธอกลับใช้ปลายจมูกโด่งรั้นไล้ไปตามแนวสันกรามของรินรดาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่น่าสยิวทำเอาเลขาสาวตัวแข็งทื่อ ปากเก่งๆ ที่เคยสวนกลับได้ทุกคำถามกลับเหมือนโดนคำสาปให้กลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
“เส้นเหรอคะ?” พิมพ์อรพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนต่างจากมาดบอสสาวผู้เย็นชาโดยสิ้นเชิง “ในเมื่อคนข้างนอกนั่นเขาสร้างเส้นไว้มากมายจนเราขยับตัวไม่ได้ งั้นก็อยู่ในห้องนี้... ในพื้นที่ของฉัน... ที่ไม่มีเส้นอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไปดีไหมคะ?”
รินรดาใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นที่เคยมีมาตลอดค่อยๆ ละลายหายไปกับไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพิมพ์อร สายตาของเจ้านายสาวที่จ้องมองมานั้นไม่ใช่สายตาของบอสที่มองลูกน้อง แต่มันคือสายตาของ ‘ผู้ล่า’ ที่กำลังจดจ้องเหยื่ออันเป็นที่รัก
“คุณมันบ้าไปแล้ว...” รินรดาพึมพำ ก่อนจะยอมหันกลับไปเผชิญหน้า มือบางยกขึ้นแตะที่ปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายอย่างถือดี “บอสที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ รินควรจะลาออกตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าคุณแล้ว”
“แต่รินก็ไม่เคยไปไหน” พิมพ์อรยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกไหว “จำได้ไหมคะว่ารินเคยพูดอะไรไว้... ว่าไม่ว่าฉันจะร้ายแค่ไหน รินก็จะอยู่ตรงนี้เพื่อปราบพยศฉันให้ดู”
“รินไม่ได้พูดแบบนั้น!”
“แต่รินกำลังทำอยู่...” พิมพ์อรแทรกขึ้น ก่อนจะใช้นิ้วชี้เกลี่ยริมฝีปากล่างของเลขาสาวแผ่วเบา “รินปราบพยศฉันด้วยการทำให้ฉันขาดรินไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียว”
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูขรึมขลังกลับอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้ดีว่าหากเธอก้าวถอยหลังไปอีกเพียงก้าวเดียว ทุกอย่างที่พยายามรักษาไว้ระหว่าง ‘เจ้านาย’ และ ‘ลูกน้อง’ จะพังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เธอเองก็ไม่ต้องการที่จะถอยออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว
“ถ้าอย่างนั้น... บอสก็ต้องให้รางวัลคนที่ปราบพยศเก่งๆ ด้วยนะคะ” รินรดาตัดสินใจเดิมพันด้วยความกล้าที่เหลืออยู่ เธอเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอของพิมพ์อร รั้งใบหน้าสวยคมลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกัน
“อยากได้อะไรล่ะคะ?” พิมพ์อรเอ่ยถาม นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
“อยากได้ความจริง...” รินรดากระซิบชิดริมฝีปาก “ความจริงที่ว่า... ที่คุณรั้งรินไว้ ไม่ใช่เพราะงาน แต่เพราะคุณ ‘หวง’ ริน... ใช่ไหมคะ?”
พิมพ์อรชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดุดันนั้นอ่อนแสงลงกลายเป็นความรักใคร่ที่เปี่ยมล้น เธอไม่ได้ตอบคำถามด้วยการใช้คำพูด แต่ใช้ความนุ่มนวลของริมฝีปากประทับลงบนอวัยวะเดียวกันของรินรดา เป็นการยืนยันคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้
จุมพิตที่เริ่มต้นอย่างเนิบนาบกลับทวีความเร่าร้อนขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกอัดอั้นที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่ดูดดื่ม รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ เธอจมดิ่งลงไปในวังวนของความคลั่งรักที่พิมพ์อรเป็นคนสร้างขึ้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปถึงจุดที่หอมหวานที่สุด เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยหน้าประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟสีแดงที่กระพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงการบุกรุกจากบุคคลภายนอก
พิมพ์อรผละออกจากริมฝีปากของรินรดาด้วยความหงุดหงิด เธอหันไปมองหน้าจอแสดงผลกล้องวงจรปิดด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความกราดเกรี้ยวทันที
“ใคร...” พิมพ์อรพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
บนหน้าจอนั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตาเป็นอย่างดี... เธอคือ ‘คนรักเก่า’ ของพิมพ์อร ที่ไม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารสำคัญที่ควรจะอยู่ในตู้เซฟของบริษัทเท่านั้น
รินรดามองหน้าจอด้วยความตระหนก ความหวานล้ำเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน
“บอสคะ...” รินรดาเรียกสติพิมพ์อร “ถ้าเธอเข้ามาตอนนี้ ทุกอย่างที่เราพยายามซ่อนไว้... จบเห่แน่”
พิมพ์อรแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงตัวเข้ามาประชิดอีกครั้ง “งั้นเราก็ไม่ต้องซ่อนมันแล้วค่ะ... เพราะต่อให้โลกจะถล่มลงมาตรงนี้ คนที่จะยืนข้างฉัน... ก็ต้องเป็นรินคนเดียวเท่านั้น”
ประตูห้องทำงานเปิดออกกว้าง... ผู้มาเยือนก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่า สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้เธอต้องชะงักไปเมื่อพบว่า พิมพ์อรไม่ได้อยู่ลำพัง... และรินรดากำลังยืนอยู่ข้างกายบอสสาวด้วยท่าทีที่ไม่มีความเกรงกลัวอีกต่อไป
ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป... ค่ำคืนที่แสนยาวนานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความคลั่งรักแบบไม่สนโลกของบอสพิมพ์กับน้องรินนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! — กลิ่นลิลลี่สีขาว
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 25
ค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!