“คุณพิมพ์จะบ้าเหรอคะ? นี่มันออฟฟิศนะ ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายทำหนังรัก!”
เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานประธานที่กว้างขวาง ร่างบางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชิดขอบโต๊ะไม้ราคาแพง มือเรียวพยายามยันอกแกร่งของคนที่กำลังรุกคืบเข้ามาจนแทบจะกลืนกินลมหายใจกัน
พิมพ์อรไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีต่อต้านนั้นแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่เคยใช้สยบหุ้นส่วนในห้องประชุม บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับมอด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบโน้มตัวลงมา กักขังร่างเล็กไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันกับโต๊ะ
“ริน... คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าฉันเบื่อเต็มทีแล้ว” พิมพ์อรพึมพำชิดริมฝีปากบาง น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาทคนฟังจนใจสั่นไหว “เบื่อที่ต้องคอยหลบสายตาพนักงานในออฟฟิศ เบื่อที่ต้องแสร้งทำเป็นเจ้านายกับเลขานุการที่ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลย ทั้งที่ใจฉันมันแทบจะระเบิดออกมาตายเวลาเห็นใครมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น”
“แต่กฎบริษัท...”
“กฎมีไว้เพื่อความเรียบร้อย แต่กฎที่ห้ามฉันรักคุณ... ฉันขอเป็นคนยกเลิกมันเองค่ะ”
พิมพ์อรไม่เปิดโอกาสให้ร่างเล็กได้โต้แย้ง นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวแก้มใสชวนให้ขนลุกซู่ รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังเต้นระบำอยู่ในอก ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าบอสสาวไม่ได้แค่พูดเล่น แต่สายตาคู่นั้น... สายตาที่เหมือนหมาโบ้คลั่งรักที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเจ้าของคนเดียว มันกำลังบอกว่าพิมพ์อรเอาจริง
“คุณกำลังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจนะคะบอส” รินรดาพยายามเค้นเสียงให้แข็ง แม้ว่ามือที่ยันอกอีกฝ่ายจะเริ่มอ่อนแรงลงทุกที “ถ้าข่าวหลุดออกไป หุ้นบริษัท...”
“ช่างหัวหุ้นมันสิคะ” พิมพ์อรขัดขึ้นทันควัน แววตาเด็ดขาดเปลี่ยนเป็นออดอ้อนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น “ฉันสร้างบริษัทนี้มากับมือ ฉันรับผิดชอบความเสียหายได้ แต่สิ่งที่ฉันรับผิดชอบไม่ได้เลยคือการที่ต้องสูญเสียคุณไปเพราะความกลัวโง่ๆ นี่อีกวินาทีเดียว”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดด้วยมีดได้ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เธอเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว ความโดดเดี่ยวที่บอสสาวแบกรับมาตลอดชีวิต ดูเหมือนว่าวันนี้กำแพงน้ำแข็งที่พิมพ์อรสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นโลกภายนอกได้พังทลายลงเพียงเพราะผู้หญิงที่ชื่อ ‘รินรดา’ คนเดียวเท่านั้น
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจบางอย่างที่เสี่ยงที่สุดในชีวิตเลขาสาว เธอเปลี่ยนจากท่าทางต่อต้าน เป็นการโอบรอบลำคอระหงของเจ้านายสาวไว้แน่น “ถ้าบอสกล้าจะพังกฎ... เลขาอย่างริน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตัวเป็นคนดีถือศีลธรรมหรอกค่ะ”
พิมพ์อรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ระยะห่างที่เคยมีถูกทำลายลงจนไร้ที่ว่าง แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำลายจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน พิมพ์อรสบถในลำคออย่างหัวเสีย แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
“คุณพิมพ์คะ! เรื่องดีลงานประชุมพรุ่งนี้มีปัญหาด่วน... เอ๊ะ!”
เสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่กำลังจะรายงานตัวกลายเป็นเสียงอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างของท่านประธานสาวที่กำลังกอดก่ายอยู่กับเลขาสาวคนสนิทในสภาพที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนการมาปรึกษางาน
รินรดารีบผลักพิมพ์อรออกทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปถึงใบหู พิมพ์อรหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน
“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยที่ฉันยังไม่ได้เรียก?” พิมพ์อรเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนอีกฝ่ายแทบทรุด
“ขะ...ขอโทษค่ะบอส! คือว่า... คือ...” เลขาหน้าห้องตัวสั่นงันงก พยายามเบนสายตาหนี แต่ภาพที่เห็นเมื่อครู่นั้นติดตาจนยากจะลืม “หนู... หนูไม่รู้ว่า...”
“งั้นก็ดี” พิมพ์อรขยับสูทให้เข้าที่ เดินก้าวเข้าไปหาลูกน้องที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูด้วยท่าทีคุกคาม “ในเมื่อเธอเห็นแล้ว ก็จงประกาศให้คนทั้งบริษัทได้รับรู้ไว้เลยนะว่า ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเคาะประตูห้องฉันแบบไม่มีมารยาทอีก... และรินรดา ไม่ใช่แค่เลขาฯ ของฉัน”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอรีบเงยหน้ามองแผ่นหลังของคนตัวสูงที่ประกาศกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวสายตาใคร พิมพ์อรหันกลับมามองเธอ สายตาที่เคยดุร้ายเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและมั่นคงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เธอคือเจ้าของบริษัทคนเดียวกับฉัน... และเป็นคนเดียวที่จะได้สิทธิ์เข้าห้องนี้โดยไม่ต้องเคาะ”
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์อรก็คว้าข้อมือรินรดาขึ้นมาประสานมือไว้แน่น แล้วจ้องมองไปที่เลขาหน้าห้องที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะปิดประตูดังปัง! ขังโลกทั้งใบไว้ข้างนอก เหลือเพียงแค่เธอกับรินรดาที่ยืนงงอยู่ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่เพิ่งเริ่มต้น
“บอส... คุณทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ!” รินรดาอุทาน แต่มุมปากกลับเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้
พิมพ์อรเดินกลับเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง กระซิบเสียงเบาที่ข้างหู “เกินไปเหรอคะ? นี่เพิ่งเริ่มต้นต่างหาก... เตรียมตัวรับมือกับข่าวหน้าหนึ่งของบริษัทวันพรุ่งนี้ให้ดีเถอะนะ เพราะฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้ ว่าเลขาฯ ตัวร้ายคนนี้... เป็นของใคร”
จังหวะที่หัวใจกำลังเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ พิมพ์อรก็ก้มลงประทับจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากบางโดยไม่สนใจโลกภายนอกอีกต่อไป ทว่าในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะของพิมพ์อรก็แผดเสียงดังลั่น... มันเป็นสายเรียกเข้าจาก 'คุณหญิงแม่' ผู้ที่เกลียดความสัมพันธ์แบบนี้เข้าไส้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความคลั่งรักแบบไม่สนโลกของบอสพิมพ์กับน้องรินนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! — กลิ่นลิลลี่สีขาว
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 24
กฎที่ต้องยกเลิก
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!