เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 4

ใครอนุญาตให้ยิ้มหวาน?

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟอาราบิก้าคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานกระจกใส แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... อุณหภูมิบนชั้นยี่สิบห้าของตึกระฟ้าใจกลางเมืองแห่งนี้กำลังลดต่ำลงจนติดลบ ท่ามกลางสายตาคู่คมที่ตวัดมองไปยังร่างโปร่งของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งกำลังส่งยิ้มพิมใจจนตาหยีให้เลขาฯ หน้าห้องของเธอ "รินครับ กาแฟร้านนี้ที่ผมซื้อมาฝาก อร่อยถูกปากไหมครับ" เสียงทุ้มของภาคิน—ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหนุ่มไฟแรงที่ขยันหาเรื่องขึ้นมาบนชั้นนี้เสียเหลือเกินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังแทรกผ่านบานประตูที่เปิดแง้มไว้ รินรดาที่กำลังยืนถือแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมถึงกับมุมกระตุก เธอปรายตาไปยังแก้วกาแฟพรีเมียมบนโต๊ะสลับกับร่างสูงสมส่วนของภาคิน ก่อนจะปั้นยิ้มมารยาทงามตามตำราเลขาฯ มืออาชีพ "ขอบคุณนะคะคุณภาคิน แต่เกรงใจจังค่ะ ช่วงนี้คุณภาคินคงงานน้อยสินะคะ ถึงได้แวะเอาเครื่องดื่มมาบริการดิฉันบ่อยเสียจนท่านประธานอาจจะต้องพิจารณาภาระงานในแผนกใหม่เสียแล้วล่ะค่ะ" รินรดายิงสวนกลับด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนนิ่มๆ สมเป็นเลขาฯ ตัวแม่ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร รอยยิ้มของภาคินชะงักไปเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยังหัวเราะกลบเกลื่อนความหน้าแตกได้อย่างรวดเร็ว "โหน้องรินล่ะก็... ผมแค่แวะมาดูว่าคนเก่งของชั้นนี้เหนื่อยหรือยังต่างหากครับ งานล้นมือขนาดนี้ เดี๋ยวไม่สบายไปผมจะ..." "ถ้าว่างมากนัก ก็เอาเวลาไปตรวจทานงบประมาณไตรมาสหน้าให้มันเรียบร้อยดีกว่าค่ะคุณภาคิน ก่อนที่ดิฉันจะต้องทำเรื่องตีกลับให้คุณแก้รอบที่สาม" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขัดขึ้นจากด้านหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น พิมพ์อรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าเฉี่ยวคมตวัดมองผู้มาเยือนด้วยแววตาที่แทบจะแช่แข็งคนให้กลายเป็นน้ำแข็งขั้วโลก มือเรียวบางประสานกันไว้ที่หน้าท้องท่าทางสง่างามแต่น่าเกรงขาม รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอนิดๆ ชนิดที่ต่อให้คนไม่มีเซ้นส์เรื่องความรู้สึกก็ยังสัมผัสได้ ภาคินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รีบโค้งศีรษะให้ท่านประธานสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเด็ดขาด "คะ... ครับท่านประธาน ผมแค่มารายงานเอกสารนิดหน่อยครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับริน" เขาเอ่ยลาด้วยความรีบร้อนแล้วสาวเท้าเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ประถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา ทว่าหัวใจของรินรดากลับเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อหันกลับไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของเจ้านายสาวที่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าแต่กดดัน พิมพ์อรหยุดยืนประชิดตรงหน้า ระยะห่างระหว่างเธอกับรินรดาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาจางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้คนที่ยืนถือแฟ้มอยู่รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "ดูท่าทาง... เลขาฯ ของฉันจะเนื้อหอมเสียเหลือเกินนะคะ" พิมพ์อรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "ท่านประธานหมายถึงอะไรคะ ดิฉันก็แค่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกตามมารยาท" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามประสาคนไม่ยอมแพ้ ใครจะไปยอมรับเล่าว่าเมื่อครู่เธอแอบขนลุกซู่กับสายตาหึงหวงกลายๆ ของเจ้านายตัวเอง "มารยาทเหรอ? ถึงกับรับกาแฟแล้วส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขาขนาดนั้น เรียกว่ามารยาทหรือเรียกว่า 'เปิดทาง' กันแน่ล่ะคะ รินรดา" คำพูดที่เจือความไม่พอใจชัดเจนหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนปากแข็ง พิมพ์อรยื่นมือเรียวไปแตะที่ขอบแฟ้มเอกสารในมือของรินรดา นิ้วเรียวยาวไล้ผ่านหลังมือของเธอเบาๆ ราวกับจงใจแกล้งให้อีกฝ่ายสะท้านเล่น ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดจนรินรดาต้องเอนหลังพิงกับขอบโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไร้ทางหนี "ท่านประธานกำลัง... หึงดิฉันเหรอคะ?" รินรดาตัดสินใจสวนกลับด้วยประโยคที่ทำเอาพิมพ์อรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามเดิม "หึง? ฝันไปเถอะค่ะรินรดา คนอย่างพิมพ์อรไม่มีทางเอาเวลาอันมีค่าไปหึงหเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอกค่ะ ฉันแค่... กลัวว่าคนในความดูแลของฉันจะเสียสมาธิเรื่องงานก็เท่านั้น" พิมพ์อรปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าพวงแก้มเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีเรื่อจางๆ จนคนมองสังเกตเห็นได้ รินรดาแอบหัวเราะในลำคอเบาๆ นึกหมั่นไส้ความปากแข็งของเจ้านายสาวคนนี้เสียจริง ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่แววตาและท่าทางฟาดงวงฟาดงาเมื่อครู่มันฟ้องเสียยิ่งกว่าอะไรดี เลขาฯ สาวจึงตัดสินใจแกล้งหยอกเย้ากลับไปบ้างเพื่อดูท่าทีของคนตรงหน้า "อ๋อ... กลัวดิฉันเสียสมาธิเรื่องงานนี่เอง นึกว่ากลัวดิฉันจะหลุดมือไปเสียอีกนะคะ" รินรดาเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มพราวระยับ จงใจทิ้งเสียงสูงในช่วงท้ายประโยค พิมพ์อรขบกริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางก้าวประชิดตัวเข้ามาจนแผ่นหลังของรินรดาแนบติดกับขอบโต๊ะสนิท มือข้างหนึ่งยันลงกับโต๊ะเพื่อกักตัวเลขาฯ จอมยั่วให้อยู่ในอาณัติ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบ "ปากเก่งขึ้นนะคะรินรดา สงสัยฉันต้องหาทางจัดการกับเลขาฯ ปากดีคนนี้เสียหน่อยแล้ว..." พิมพ์อรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดาสัมผัสได้ทำให้สติที่ตั้งมั่นไว้เริ่มกระเจิดกระเจิง หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองชุดในอก รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อปลายนิ้วเรียวของเจ้านายสาวเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่คางอิมของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่ใกล้ชิดเกินกว่าเจ้านายลูกน้องทั่วไปจะทำกัน บรรยากาศกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ชวนใจสั่นระทึก ริมฝีปากของพิมพ์อรขยับเข้าใกล้เรียวปากของเธออีกเพียงนิดเดียว ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้อณุญาต "คุณพิมพ์อรครับ เอกสารโปรเจกต์ใหม่ที่ให้ผมเช็ค... อุ๊ย! ผมขอโทษครับท่านประธาน ผมเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าครับเนี่ย!" เสียงทุ้มของรองประธานหนุ่มผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นกลางอากาศ รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกพิมพ์อรออกห่างอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่พิมพ์อรจำใจต้องถอยหลังกลับไปยืนตัวตรงด้วยสีหน้าบึ้งตึงสุดขีด ดวงตาคู่คมตวัดมองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ในรัศมีสามเมตร "ถ้าไม่อยากให้ฉันไล่คุณออกตอนนี้... ไสหัวออกไปแล้วปิดประตูให้สนิท เดี๋ยวนี้ค่ะ!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%