รอยยิ้มปั้นแต่งของพนักงานระดับสูงในบริษัทกำลังทำให้รินรดาอยากจะควักยาดมขึ้นมาสูดให้รู้แล้วรู้รอด งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จไตรมาสนี้จัดขึ้นที่ห้องบอล룸หรูหราอลังการของโรงแรมใจกลางเมือง แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบกับชุดราตรีสั้นสีดำสนิทของเธอ ซึ่งถูกเลือกมาอย่างรอบคอบเพื่อให้คล่องตัวที่สุดยามต้องวิ่งวุ่นจัดการปัญหาเฉพาะหน้าให้เจ้านายจอมเผด็จการ
และดูเหมือนว่า "ปัญหา" ก้อนใหญ่ในค่ำคืนนี้จะนั่งจิบแชมเปญหน้าตึงอยู่ที่โต๊ะวีไอพีตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้ว
*“ถ้าไม่อยากให้ฉันไล่คุณออกตอนนี้... ไสหัวออกไปแล้วปิดประตูให้สนิท เดี๋ยวนี้ค่ะ!”*
คำพูดเฉือดเฉือนจากเหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้นยังคงลอยวนอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายวันและทั้งคู่จะยังคงต้องทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ แต่ความอึดอัดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมความสุภาพก็ยังคุกกรุ่น รินรดายกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นจิบเบา ๆ พลางกวาดสายตามองหาเป้าหมายที่เธอต้องคอยประกบตามคำสั่งของฝ่ายบุคคล ทว่าร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปสีไวน์แดงกลับหายลับไปจากมุมโต๊ะเสียแล้ว
"กำลังมองหาใครอยู่หรือคะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู จนรินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูคุ้นจมูกผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ บ่งบอกว่าคนตรงหน้าเพิ่งผ่านการดื่มมาไม่น้อย พิมพ์อรยืนกอดอกอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววพินิจพิจารณาอย่างจงใจ
"ดิฉันไม่ได้มองหาใครค่ะท่านประธาน แค่กำลังเช็กความเรียบร้อยของงาน" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท พยายามถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าวเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว แต่พิมพ์อรกลับก้าวตามมาประชิดเสียอย่างนั้น
"เช็กงาน หรือเช็กว่าฉันหายไปไหนกันแน่" พิมพ์อรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนา เพราะมันมักจะมาพร้อมกับการเอาชนะ
"ดิฉันจะไปสนใจท่านประธานทำไมล่ะคะ งานในมือมีตั้งเยอะแยะ"
"ปากเก่งเสียจริงนะคะ..." พิมพ์อรเอ่ยเสียงเบາ ทว่าสายตาคมกริบกลับกวาดมองสำรวจตั้งแต่เรือนผมรวบตึงจนถึงรองเท้าส้นสูงของเธอ ไล่ระดับขึ้นมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ "วันนี้นอกเวลางานแล้ว เลิกเรียกฉันว่าท่านประธานสักทีไม่ได้หรือไงคะ... ริน"
คำว่า 'ริน' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของพิมพ์อรทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงที่ใช้ไม่ได้ดุร้ายเหมือนยามอยู่ในออฟฟิศ แต่กลับเจือความพร่าพร่าและนุ่มนวลอย่างประหลาดจนน่าขนลุก รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"เราเป็นเจ้านายกับลูกน้องค่ะท่านประธาน ความเหมาะสม..."
"ความเหมาะสมอะไรกัน เสียงเพลงดังขนาดนี้ ไม่มีใครสนใจเราหรอกค่ะ"
จังหวะนั้นเอง ดนตรีแจ๊สจังหวะช้า ๆ เริ่มบรรเลงขึ้น ไฟในห้องบอลรูมหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสว่างสลัวจากเทียนบนโต๊ะอาหาร คู่รักหลายคู่เริ่มทยอยออกไปโยกย้ายตามจังหวะเพลงกลางฟลอร์ พิมพ์อรไม่พูดพร่ำทำเพลง มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวของรินรดาอย่างรวดเร็ว ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวร่างบางก็เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกอุ่นของอีกฝ่ายทันที
"ท่านประธาน! จะทำอะไรคะ ปล่อยนะคะ!" รินรดาอุทานเสียงหลง พยายามดันอกอีกฝ่ายออก แต่พิมพ์อรกลับใช้แขนอีกข้างโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงนักธุรกิจสาวที่ออกกำลังกายเป็นประจำ รินรดาถูกต้อนจนมุมชิดเสาต้นใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงที่มุมอับสายตา
พิมพ์อรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นแชมเปญจาง ๆ จากริมฝีปากของอีกฝ่ายทำให้สติของรินรดากระเจิดกระเจิง เธอทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้แผ่นหลังจะชนติดกับเสาและไม่มีทางหนี
"บอกให้เรียกชื่อฉันไงคะ... รินรดา" พิมพ์อรเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเธอพร่าต่ำและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ปฏิเสธไม่ได้ ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากของเลขาฯ สาวสลับกับดวงตาคู่สวยราวกับเสือสาวที่เจอเหยื่ออันโอชะ
"ถ้าดิฉันไม่เรียก... คุณจะไล่ดิฉันออกอีกรอบหรือไงคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้เนื้อตัวจะเริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและประหม่า
"ไล่ออกเหรอคะ..." พิมพ์อรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ปลายนี้วนเวียนอยู่ใกล้ริมฝีปากของรินรดาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร จนรินรดาต้องหลับตาลงด้วยความลุ้นระทึก "เปลี่ยนเป็น... จับจูบลงโทษฐานดื้อรั้นดีไหมคะ น่าสนใจกว่าเยอะเลยนะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเพลงรอบข้างเลือนหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกัน รินรดาลืมตาขึ้นสบตากับแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและปรารถนาอย่างปิดไม่มิดของเจ้านายสาว ปากที่เคยแข็งตอนนี้กลับเผยอออกเล็กน้อยอย่างลืมตัว มือบางที่เคยดันอกอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นกำปกเสื้อสูทของพิมพ์อรไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"คุณพิมพ์..." รินรดาหลุดปากเรียกชื่อจริงของอีกฝ่ายออกมาแผ่วเบา ยอมจำนนต่อความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต
พิมพ์อรยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ใบหน้าสวยคมโน้มต่ำลงมาเรื่อย ๆ ระยะห่างลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายจมูกของทั้งคู่แตะกันเบา ๆ รินรดากลั้นหายใจ หลับตาลงเตรียมรับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้น
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะท่านประธาน ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ..."
เสียงแหลมสูงของรองประธานฝ่ายการตลาดดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาใกล้เสาต้นที่ทั้งคู่ยืนอยู่ โดยไม่ทันสังเกตว่าเธอกำลังทำลายช่วงเวลาสำคัญขนาดไหน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างความฟินนี้ไปด้วยกันนะคะ รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนค่ะ
เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 5
ยิ่งใกล้...ยิ่งเผลอใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!