เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 28

เธอมันร้ายนัก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คุณคิดจะทำอะไรกันแน่... รินรดา" เสียงนั้นลอดผ่านไรฟันของคนที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นและกรุ่นไปด้วยไอความร้อนที่พุ่งทะลุปรอทจนน่ากลัว รินรดาชะงัก หันขวับไปมองหน้าพิมพ์อรที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมกริบของท่านประธานสาววาวโรจน์ด้วยอารมณ์บางอย่างที่ผสมปนเปกันจนอ่านไม่ออก ทั้งความไม่พอใจ ความหงุดหงิด และ... ร่องรอยของความหวงแหนที่เจ้าตัวอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของพิมพ์อรเวลานี้เงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แต่มันกลับอึดอัดเสียจนคนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง เหตุการณ์เมื่อครู่... ตอนที่หนุ่มนักลงทุนลูกครึ่งเจ้าของโปรเจกต์พันล้านยื่นนามบัตรพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ และเธอกำลังจะยื่นมือไปรับมันตามมารยาททางธุรกิจ แต่ทว่า... พิมพ์อรกลับเข้ามาขัดจังหวะด้วยประโยคคำสั่งเสียงแข็งกร้าวราวกับผู้พิพากษา "ดิฉันก็แค่มารับนามบัตรค่ะ คุณพิมพ์อร" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความมั่นใจในตัวเองถูกดึงกลับมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว เธอไม่ชอบให้ใครมาใช้น้ำเสียงคาดคั้นใส่โดยไม่มีเหตุผลแบบนี้ โดยเฉพาะกับเจ้านายจอมเผด็จการคนนี้ "รับนามบัตร? จำเป็นต้องยิ้มหวานจนตาหยีขนาดนั้นเลยหรือไงคะ นึกว่ากำลังแจกโปรโมชั่นลดราคาเครื่องสำอางเสียอีก!" พิมพ์อรย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มแผ่รังสีความดุดันออกมาจนเลขาสาวต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มเยาะที่มุมปากของท่านประธานไม่ได้ทำให้เธอดูน่ารักขึ้นเลยสักนิด มีแต่จะชวนให้คนหมั่นไส้จนอยากจะเถียงกลับให้คอเป็นเอ็น "มันเป็นมารยาททางธุรกิจค่ะคุณพิมพ์อร อีกอย่าง... คุณกรณ์เขาเป็นแขกคนสำคัญของเรา การต้อนรับด้วยรอยยิ้มมันคืองานของเลขาฯ มืออาชีพค่ะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะมาทำหน้าบึ้งใส่ลูกค้าแบบที่ท่านประธานกำลังทำอยู่ตอนนี้" รินรดาลอยหน้าลอยตากล่าวออกไป แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ใครจะยอมก้มหัวให้คนปากร้ายที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งกันล่ะคะ "นี่คุณกล้าสั่งสอนฉันเหรอ รินรดา!" พิมพ์อรขึ้นเสียงใส่เป็นครั้งแรก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความเหลืออด อกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด เธอไม่ได้โกรธที่เลขาสาวเถียง แต่เธอโกรธ... โกรธรอยยิ้มบ้าๆ นั่น รอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ! คิดแล้วมันก็พลุ่งพล่านอยู่ในอกจนน่าหงุดหงิด ผู้ชายคนนั้นมีอะไรดีนักหนา ถึงได้ยืนส่งสายตาหวานเชื่อมใส่เลขาฯ ของเธอ แถมยัยตัวแสบคนนี้ก็ยังทำท่าทีเหมือนจะเล่นด้วยเสียอีก แค่คิดว่ารินรดาจะไปยิ้มแบบนั้นให้ใครอื่น หัวใจเจ้ากรรมก็กระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากนิยามความหมาย "ดิฉันไม่ได้สั่งสอนค่ะ ดิฉันแค่กำลังทำหน้าที่เตือนความจำในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่แสนดี ว่าท่านประธานควรแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้มากกว่านี้" "นี่คุณว่าฉันเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานอย่างนั้นเหรอ!" พิมพ์อรตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนเอกสารบนโต๊ะสะเทือน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดปะปนกับไอความร้อนจากตัวของเจ้านายสาวทำให้รินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แล้วมันไม่ใช่หรือคะ? จู่ๆ ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ แถมยังทำเสียงดุใส่เหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจ... หรือว่า..." รินรดาหรี่ตามองพลerลอบยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "คุณพิมพ์อรกลัวว่าดิฉันจะสนใจคนอื่นมากกว่างาน จนไม่มีเวลามาดูแลคุณหรือคะ?" คำพูดที่จี้ใจดำเป๊ะทำให้พิมพ์อรชะงักกึก สีหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวขึ้งโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความเลิกลล้ำชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นตามเดิมเพื่อปกปิดความพิรุธ "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครจะไปสนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้น หน้าที่การงานรัดตัวจนไม่มีเวลาหายใจอยู่แล้ว ยังจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องรกสมอง" พิมพ์อรเบือนหน้าหนีไปทางอื่น น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำขึ้นมาเสียดื้อๆ "จริงเหรอคะ? ถ้ารกสมองแล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนกินพริกเข้าไปเป็นสวนแบบนั้นด้วยล่ะคะ ตอนที่คุณกรณ์เขาเดินเข้ามาจับมือทักทายดิฉัน หน้าของคุณนี่แทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้วนะคะ" รินรดายังคงไม่ยอมเลิกรา เธอยิ่งได้ใจเมื่อเห็นเสือสาวผู้เกรียงไกรเริ่มมีอาการจนมุม "รินรดา! คุณชักจะปากเกเกินไปแล้วนะ อยากโดนหักเงินเดือนหรือไงถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับเจ้านายแบบนี้" พิมพ์อรหันกลับมาคาดโทษด้วยสายตาแข็งกร้าว แต่ทว่าแววตากลับสั่นไหวระริกฟ้องความจำนน "เชิญหักตามสบายเลยค่ะ เงินเดือนเดือนนี้ดิฉันคงเหลือศูนย์บาทแน่ๆ ถ้าต้องแลกกับการได้เห็นท่านประธานหึงจนหน้าดำหน้าแดงแบบนี้" "ฉันไม่ได้หึง!" พิมพ์อรสวนกลับทันควัน เสียงสูงจนเกือบจะเป็นการแก้ตัว "ฉันแค่... รำคาญ! รำคาญสายตาแพรพราวของผู้ชายคนนั้นต่างหาก ไม่รู้หรือไงว่าเขามันเจ้าชู้ตัวพ่อ ยืนคุยด้วยสองนาทีก็แจกขนจีบไปสามรอบแล้ว ยัยเลขาฯ ซื่อบื้อเอ๊ย!" ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากบางด้วยความลืมตัว ก่อนที่พิมพ์อรจะเบิกตากว้างเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ขณะที่รินรดากลับนิ่งอึ้งไปกับคำว่า 'ซื่อบื้อ' และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... คำสารภาพกลายๆ ที่หลุดออกมาจากปากของเจ้านายปากแข็ง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ไอร้อนจากใบหน้าของพิมพ์อรแผ่ซ่านมาถึงเธอจนรู้สึกได้ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นเต้นระรัวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก รินรดาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังยืนแข็งทื่ออีกนิด ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดของคนตรงข้ามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชวนใจสั่น "อ๋อ... ที่แท้ก็กลัวว่าดิฉันจะตกหลุมพรางผู้ชายเจ้าชู้สินะคะ ถึงได้ออกอาการรนลานขนาดนี้... หรือที่จริงแล้ว..." รินรดายิ้มกริ่ม "คุณพิมพ์อรแค่หึงดิฉันกันแน่คะ?" พิมพ์อรหันขวับมามองด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวรุนแรง เธอกำมือแน่นราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าเลขาฯ ตัวแสบคนนี้ แต่ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและระอุไปด้วยเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันจนแทบจะหลอมละลาย *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนทั้งสองสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน พิมพ์อรปรับสีหน้ากลับมาเป็นท่านประธานผู้เยือกเย็นในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วถอยหลังไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างโต๊ะทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เข้ามา!" พิมพ์อรเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงเข้มงวดตามวิสัย ประตูห้องทำงานเปิดผางออกพร้อมกับร่างสูงสมส่วนของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า และช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ "สวัสดีครับคุณพิมพ์อร พอดีผมลืม... เอ๊ะ คุณรินรดาก็ยังอยู่ตรงนี้พอดีเลยเหรอครับเนี่ย" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นคือใคร ส่วนพิมพ์อร... คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ ทsાસุภาพนิ่งสนิทแต่แววตากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะระลอกใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%