เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 7

ความลับในลิฟต์

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานส่วนตัวดัง ‘คลิก’ ราวกับเสียงกุญแจมือที่ปิดล็อกข้อมือของรินรดาไว้โดยสมบูรณ์ บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองที่กระชั้นถี่ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มของเลขาสาวเลยแม้แต่น้อย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตตวัดมองเจ้านายสาวที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยท่าทีคุกคามอย่างจงใจ พิมพ์อรไม่ได้ถอดสูทออกด้วยซ้ำ เธอยังคงอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มที่ขับเน้นให้รูปร่างดูสง่างามและน่าเกรงขาม แต่วันนี้... แววตาของนักธุรกิจสาวผู้เยือกเย็นคนนั้นกลับไม่มีความน่าเกรงขามเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน หิวกระหาย และประกายไฟบางอย่างที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ "จะยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์อีกนานไหมคะคุณเลขา" พิมพ์อรเอ่ยเสียงพร่า ขณะก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ไหนล่ะคะความปากเก่งเมื่อตอนกลางวัน ที่เถียงฉันฉอดๆ หน้าห้องประชุม ทำไมตอนนี้ถึงได้เงียบไปเสียล่ะคะ" "ดิฉันไม่ได้เงียบค่ะคุณพิมพ์อร..." รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ดิฉันแค่กำลังใช้ความคิดอยู่... ว่าคุณพิมพ์อรกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ สถานะบ้าบออะไรนั่น ดิฉันไม่เคยตกลงด้วยเลยนะคะ" "อ้อ... ไม่เคยตกลงเหรอคะ?" พิมพ์อรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้รินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับบานประตูห้องทำงาน ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด ร่างสูงโปร่งของเจ้านายสาวทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ในอาณาเขตวงแขนที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมแพงระยับผสมกับความกดดันที่ชวนให้สติกระเจิง มือเรียวยาวของพิมพ์อรยกขึ้น วางทابลงบนบานประตูไม้เนื้อดีเหนือศีรษะของรินรดา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประหนึ่งจะสوบเอาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจ "แต่การกระทำของคุณเมื่อกี้ มันฟ้องยิ่งกว่าคำพูดเสียอีกนะคะ... รินรดา" เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนทำให้เข่าของเลขาสาวแทบทรุด "เวลาที่คุณเขินจนหน้าแดงแล้วทำเป็นปากแข็ง... รู้ไหมคะว่ามันน่าแกล้งขนาดไหน" "คุณพิมพ์อร! กรุณาให้เกียรติสถานะ... อื้อ!" คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพิมพ์อรโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงปะทะที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายหอมกรุ่นของเจ้านายสาวโชยเข้าจมูกจนแยกแยะไม่ออกว่านี่คือความฝันหรือความจริง มันไม่ใช่แค่การจุมพิตเพื่อลงโทษ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า2ของที่ดุดันและร้อนแรง พิมพ์อรขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ เชิงบังคับให้คนใต้ร่างยอมเปิดทาง ก่อนจะสอดแทรกความหวานล้ำเข้าไปตักตวงความซ่านสยิวจนรินรดาต้องหลับตาปี๋ มือเล็กเผลอยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้น ความนุ่มนวลผสมผสานกับความเร่าร้อนที่ถูกเก็บกดมานานระเบิดออกมาในความเงียบ รินรดาพยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด แต่มีหรือที่นักล่าอย่างพิมพ์อรจะยอมปล่อยเหยื่อหลุดมือ มือข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบเอวคืบของเธอไว้แน่น ดึงรั้งเข้ามาชิดแนบเนื้อจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน "อื้อ... คุณ... พิมพ์..." เสียงประท้วงเล็ดลอดออกมาได้แค่นั้น เมื่อริมฝีปากถูกครอบครองซ้ำแล้วซ้ำเล่า รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในเวลาเดียวกันทำเอาสติสัมปชัญญะของรินรดาหลุดลอย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระกระenออกนอกอก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความวابหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว พิมพ์อรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาฉ่ำน้ำคลอไปด้วยหยดน้ำใสจากแรงอารมณ์ รินรดากัดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่ "คุณ... คุณมันบ้าไปแล้ว..." รินรดาต่อว่าด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ไม่เหลือมาดเลขาฯ สาวผู้เฉียบคมคนเดิมเลยสักนิด "ทำไมถึงชอบฉวยโอกาสอยู่เรื่อย!" "ฉันไม่ได้ฉวยโอกาสค่ะ..." พิมพ์อรใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของรินรดาอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ตัดกับแววตาเจ้าเล่ห์ได้อย่างลงตัว "ฉันแค่กำลังทวงสิทธิ์ในฐานะ... คนที่อยากดูแลคุณไปตลอดชีวิตต่างหาก" รินรดาชะงัก หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกระตุกวูบ คำพูดกำกวมที่แฝงความจริงจังนั้นทำให้เธอไม่กล้าสบตา พิมพ์อรคนนี้... คนที่เคยเย็นชาใส่เธอมาตลอด ทำไมวันนี้ถึงได้กลายร่างเป็นคนเจ้าเล่ห์และคลั่งรักได้ขนาดนี้ "ใครจะให้คุณดูแลกันคะ... ดิฉันดูแลตัวเองได้" ปากยังคงแข็ง แต่เสียงสั่นๆ นั้นทรยศความรู้สึกหมดเปลือก "ปากแข็งจังเลยนะคะ" พิมพ์อรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปกระซิบชิดริมหูจนรินรดาต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "งั้นคืนนี้เราคงต้องคุยกันยาวจริงๆ แล้วล่ะค่ะ ว่าตกลงแล้ว... ใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายดูแลใคร" บรรยากาศกำลังจะกลับเข้าสู่ความหวานชื่นที่ชวนให้หัวใจละลาย ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่พยายามจะเปิดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว "คุณพิมพ์คะ! ดิฉันเอกสารด่วนจากฝ่ายบัญชีค่ะ ลืมเซ็นอนุมัติ... ขออนุญาตเข้ามานะคะ!" เสียงของหัวหน้าแผนกบัญชีดังทะลุประตูเข้ามา ทำเอารินรดาหน้าซีดเผือด รีบผลักอกพิมพ์อรออกสุดแรงด้วยความตกใจ พิมพ์อรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ดวงตากวาดมองสภาพของรินรดาที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยและใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่เสียงกุญแจไขล็อกประตูกำลังจะดังขึ้นจากด้านนอก! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%