เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก•ตอนที่ 21

ของขวัญที่ไร้ความหมาย

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มถูกเลื่อนเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า ปลายเล็บเรียวสวยของรินรดาเคาะลงกับโต๊ะทำงานเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาดุคมของคนวางมันลงไว้ช้อนขึ้นมอง ประกายในนัยน์ตาของพิมพ์อรเต็มไปด้วยความคาดหวังที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม ราวกับเจ้านายสาวกำลังประเมินว่า "ลูกไม้" ชิ้นนี้จะใช้ได้ผลหรือไม่ "ฉันไม่ได้อยากได้ค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ รินรดาแม้จะเหลือบมองเพชรเม็ดโตที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายในกล่องนั้นแวบหนึ่ง แต่เธอกลับดันมันกลับไปหาเจ้าของอย่างไม่ไยดี ความอึดอัดระลอกเล็กๆ ลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ เหตุการณ์ในซอกมุมมืดวันนั้น—สายตาที่เด็ดเดี่ยวและคำพูดที่เหมือนจะปกป้องเธอกับความเป็นจริงตรงหน้า มันช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน พิมพ์อรขมวดคิ้วมุ่น ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ที่พยายามกลบเกลื่อนความไม่สบอารมณ์ "มันเป็นของขวัญ... งานโปรเจกต์ล่าสุดที่คุณช่วยเคลียร์ให้มันจบสวย ฉันให้ในฐานะเจ้านายที่เห็นผลงาน" "ถ้าในฐานะเจ้านายกับเลขาฯ โบนัสหรือเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นสมเหตุสมผลน่าจะเหมาะสมกว่านะคะคุณพิมพ์อร" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่หลบเลี่ยง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา "เพชรเม็ดโตนี่มันตีความเป็นอย่างอื่นได้ง่ายมากเลยนะคะ และดิฉัน... ไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งกับบอสตัวเองอีกรอบ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้พิมพ์อรชะงักไปนิด มือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะเผลอกำเข้าหากันแน่นขึ้น ความเป็น "คนปากแข็ง" กำลังตีกับความรู้สึกข้างในที่ร้อนรุ่มจนแทบบ้า ยิ่งรินรดาทำตัวห่างเหินและปฏิเสธข้าวของราคาแพงเหล่านี้เท่าไหร่ หัวใจของนักธุรกิจสาวไฟแรงคนนี้ก็ยิ่งกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นเป็นบ้า... และเธอก็เกลียดตัวเองที่ดันแพ้ทางความดื้อรั้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ฉันไม่ได้ซื้อมาเพื่อให้คุณเอาไปคิดเป็นเรื่องไร้สาระ" พิมพ์อรเสียงเข้มขึ้น ดันกล่องกำมะหยี่กลับไปหาเลขาฯ สาวอีกครั้งด้วยแรงที่มากกว่าเดิม "รับไว้ซะ... อย่าทำให้ฉันต้องพูดซ้ำสอง" "และดิฉันก็คิดว่าตัวเองพูดชัดเจนดีแล้วนะคะว่า 'ไม่' " รินรดาถอนหายใจเบาๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างจงใจเพื่อกวนประสาทคนตรงข้าม "ของขวัญที่ซื้อด้วยเงินจำนวนมากเพื่อมาปิดปากหรือลบเลือนความรู้สึกอึดอัด มันไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะคุณพิมพ์อร มันเป็นได้แค่เศษเหล็กราคาแพงสำหรับคนที่ไม่อยากรับมัน" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น พิมพ์อรจ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง นัยน์ตาดุคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความถือดีที่ถูกท้าทาย น้อยครั้งนักจะมีใครกล้าปฏิเสธน้ำใจ... หรือจะเรียกว่า "ความพยายามง้อ" ของเธอต่อหน้าตรงๆ แบบนี้ แต่พอมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่ingนั้น พิมพ์อรกลับเห็นร่องรอยของความน้อยใจซ่อนอยู่ลึกๆ รินรดาน้อยใจ... เรื่องที่เธอเอาแต่ใช้สิ่งของและอำนาจเงินมาจัดการทุกอย่าง แทนที่จะใช้ความจริงใจ เจ้านายสาวกลืนก้อนความอึดอัดลงคอ ความแข็งกร้าวในแววตาค่อยๆ อ่อนลงทีละน้อย มือที่เคยกำแน่นคลายออกอย่างช้าๆ เธอไม่ได้เอ่ยเถียงอะไรกลับไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเธอนานนับนาที จนกระทั่งพิมพ์อรเป็นฝ่ายถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างยอมจำนน "คุณนี่มัน..." พิมพ์อรส่ายหัวเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความอ่อนอกอ่อนใจที่เจือความคลั่งรักไว้อย่างแนบเนียน "ปากคอเราะרוคเก่งขึ้นทุกวันนะคะรินรดา" "ก็เจ้านายสอนให้ดิฉันต้องสู้คนไม่ใช่เหรอคะ" รินรดาย้อนกลับทันควัน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ พิมพ์อรหลุบตามองกล่องเพชรบนโต๊ะอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างจนปัญญา เธอยื่นมือไปปิดฝากล่องกำมะหยี่ลงด้วยความนุ่มนวลกว่าเดิม ราวกับยอมรับแล้วว่าวัตถุราคาแพงเหล่านี้ใช้ไม่ได้ผลกับเลขาฯ ตัวร้ายคนนี้จริงๆ "โอเค... ของขวัญไร้ความหมายพวกนี้ฉันจะเก็บกลับไป" พิมพ์อรเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นมาใหม่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายในเวลาเดียวกัน "งั้นเปลี่ยนเป็นข้อเสนออื่น... เย็นนี้ไปทานมื้อค่ำกับฉันที่คอนโดส่วนตัว ห้ามปฏิเสธ เพราะฉันจะถือว่านี่คือคำสั่งงานนอกเวลา" รินรดาชะงัก หรี่ตามองเจ้านายสาวอย่างจับผิด "นั่นไม่ใช่คำสั่งงานแล้วค่ะ นั่นมัน..." "นั่นคือการบังคับค่ะ" พิมพ์อรตัดบทหน้าตาเฉย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีสง่างาม ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเลขาฯ มากขึ้นจนรินรดาต้องเอนตัวหนีอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูระคนกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้บริหารสาวโชว์ความเย้ายวนจนคนฟังใจสั่นระรัว พิมพ์อรโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจกระกระ습ใจคนฟังให้เต้นผิดจังหวะ "เตรียมตัวให้พร้อมนะคะคนเก่ง... ฉันไม่รับคำปฏิเสธ" ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆ" สามครั้งก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา "พี่อรคะ! แอนนี่มาเยี่ยม... เอ๊ะ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญชัดเจน หัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความเขินอายจากระยะประชิดเมื่อครู่ ถูกกระชากกลับมาด้วยความตกตะลึงระลอกใหญ่ เมื่อพบว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าประตูคือลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล—คนที่พิมพ์อรเคยมีข่าวพัวพันด้วยเมื่อเดือนก่อน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้ "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ ตัวร้ายกับนายท่านคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%